เสียงฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน ราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นรัวระทึก เมลดาไม่ได้ใส่ใจกับหยดน้ำที่ไหลรินเป็นทางยาวภายนอกนั้นเลยสักนิด ในเมื่อเวลานี้สายตากลับถูกตรึงไว้ด้วยร่างสูงของกรณ์ที่ยืนหันหลังให้อยู่ตรงระเบียง บรรยากาศรอบตัวเขากักเก็บความโดดเดี่ยวและรอยแผลเป็นจากอดีตเอาไว้จนแทบจะสัมผัสได้
ประโยคคำเตือนเรื่องการมาเยือนของท่านประธานใหญ่ธนภัทรยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ เมลดากลับรู้สึกลึกซึ้งยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดว่า กำแพงน้ำแข็งที่กรณ์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอด กำลังจะพังทลายลงในค่ำคืนนี้
"คุณกรณ์คะ..." เมลดาเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ฝช้ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าหากขยับแรงเกินไป ตัวตนเปราะบางของเขาจะแตกสลายคามือ
กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดออกจากภวังค์แห่งความทรงจำอันมืดมิด เขายอมหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับไหววูบด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ลึกที่สุด
"เมล..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "คุณไม่ควรอยู่ที่นี่ ในคืนที่อดีตกำลังจะตามมาไล่ล่าผมแบบนี้"
"อดีตเหรอคะ?" เมลดาเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากสีพีช ทว่าแววตากลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่มีใครเทียบติด "ถ้าอดีตมันน่ากลัวนัก ทำไมเราถึงไม่ช่วยกันเผามันทิ้งซะล่ะคะ? คุณคิดว่าฉันกลัวผู้ชายใจร้ายคนนั้นหรือไง... พ่อเลี้ยงธนภัทรน่ะเหรอ?"
คำพูดของเธอทำเอาจังหวะการหายใจของกรณ์สะดุดกึก เขามองผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงคุณหนูเอาแต่ใจและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น แต่ในวันนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุด พร้อมที่จะรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดถล่มเข้ามา
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขื่นๆ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไร้เรี่ยวแรงพลางยกมือขึ้นกุมขมับ
"คุณไม่รู้หรอกเมลดา..." กรณ์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แม้แต่เจ้าตัวก็พยายามกดมันเอาไว้ "ตระกูลของเราไม่ได้สวยงามเหมือนฉากหน้าที่คนอื่นเห็น... แม่ของผมเคยเป็นแค่ผู้หญิงต้อยต่ำในสายตาของคนพวกนั้น ผู้ชายคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาที่นี่... ธนภัทร... เขาคือคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของแม่จนตรอก จนกระทั่งท่านต้องเลือกจบชีวิตลงด้วยมือของตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ"
เมลดาชะงักไป หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ ความโหดร้ายของตระกูลใหญ่ในนิยายเรื่องนี้มักไร้ซึ่งความปรานีเสมอ แต่การได้ยินมันออกจากปากของผู้ชายที่เธอรัก ยิ่งทำให้ความเกลียดชังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
เธอไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปนั่งลงตรงหน้าเขา คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาที่กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวไว้
"แล้วคุณล่ะคะ... ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่?" น้ำเสียงของเมลดาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง ถอดคราบคุณหนูตัวร้ายออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่พร้อมโอบกอดแผลใจของเขา
"สิบห้าครับ..." กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ มีหยาดน้ำใสคลอหน่วยแต่ไม่ยอมให้ไหลรินลงมา "ผมยืนมองผู้หญิงที่รักที่สุดในโลกหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง... ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความยุติธรรม เพราะพวกมันใช้เงินซื้อความจริงทั้งหมด ปิดข่าว และเหยียบย่ำเราให้จมดิน"
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงหลังมือของเมลดา เธอไม่ปล่อยให้เขาจมดิ่งลงไปในห้วงความมืดมนนั้นอีกต่อไป นิ้วเรียวเกลี่ยปาดน้ำตาออกจากแก้มสากของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม
"แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วนะคะคุณกรณ์" เมลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้หัวใจของกรณ์สงบลงอย่างประหลาด "คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... จำไว้ว่าข้างกายคุณตอนนี้ มีเมลดาคนนี้ ผู้หญิงที่จะใช้ทั้งความรวยและอำนาจทั้งหมดที่มี เพื่อตบหน้าพวกมันทีละคนจนกว่าพวกมันจะต้องคุกเข่าร้องขอความเมตตา!"
รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของกรณ์ แม้จะเจือความเศร้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ กำแพงน้ำแข็งที่เคยหนาทึบพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความไว้วางใจและหัวใจสองดวงที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจจริงๆ นะเมลดา" กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ พลางใช้มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างรักใคร่ "พูดจาแบบนี้... ทำเอาผมเกือบจะยอมแพ้ให้กับความรวยของคุณซะแล้วสิ"
"หึ! รู้ตัวก็ดีค่ะ" เมลดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับ 'ชาเขียวแก้วร้าย' กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง "เตรียมตัวให้พร้อมเถอะค่ะคุณกรณ์ ในเมื่ออกลูกชายคนโปรดของตระกูลใหญ่กล้าเดินมาหาเราถึงที่... เราก็ควรจะต้อนรับเขาด้วย 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ที่จะทำให้เขาลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตเช่นกัน!"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความหวานซึ้ง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบเงินล้านมหาศาลดังขึ้นในหัวของเมลดา พร้อมๆ กับหน้าจอสีทองอร่ามที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบวงเงินมหาศาลจากบัญชีลึกลับกำลังโอนเข้ามาซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทในเครือธนภัทรแบบ Hostile Takeover! และเป้าหมายที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานของคุณในเวลานี้... ไม่ใช่แค่ท่านประธานธนภัทรคนเดียว แต่คือ 'เขา' ผู้ชายที่คุณคาดไม่ถึงที่สุด!]
ประตูห้องทำงานไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นหูอย่างประหลาด
เมลดาและกรณ์หันขวับไปมองพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเมลดาเกือบสะดุดหยุดกั้น เมื่อใบหน้าของผู้ชายที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาภายใต้แสงไฟสลัว—คือคนคนเดียวกับที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ และเป็นคนที่กุมความลับทั้งหมดของเธอก่อนที่จะทะลุมิติตรบนี้เข้ามา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บสายเปย์นี้นะคะ!
คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 10
คำสารภาพในคืนฝนพรำ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!