เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการระดับเจ็ดดาวดังก้องกังวาน ราวกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าใส่แนวปะการัง ทว่าสำหรับเมลดาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับเบาหวิวราวกับมาจากโลกอีกใบ ในเมื่อหัวใจของเธอกำลังเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลักออกมานอกอก
ใบหน้าที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาภายใต้แสงไฟสลัวของห้องโถงใหญ่—มันคมคาย เย็นชา และเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่เธอไม่มีวันลืม
*ธนัตถ์*
ผู้ชายคนที่ควรจะอยู่ซีกโลกอื่น ผู้ชายที่เป็นทั้งอดีตคู่หมั้นจอมปลอม และเป็นคนที่กุมความลับอันเน่าเฟะทั้งหมดของร่างเดิมก่อนที่เธอจะทะลุมิติตบเข้ามาอยู่ในร่างนี้!
ลมหายใจของเมลดาเกือบสะดุดหยุดกั้น มือเรียวที่คล้องอยู่กับแขนแกร่งของกรณ์เผลอออกแรงบีบโดยไม่รู้ตัว แต่ทว่า ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะทันได้กัดกินสติสัมปชัญญะ อ้อมแขนอุ่นจัดของกรณ์ก็เคลื่อนมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้มั่น พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ลูบหลังมือของเธอเบาๆ เป็นเชิฃส่งกระแสความอบอุ่นและมั่นคงเข้าหา
"มีผมอยู่ตรงนี้... ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นครับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูของเธอ น้ำเสียงของกรณ์ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าเข้ามาทำร้ายภรรยาของเขา
เมลดาหันไปมองสบตากับกรณ์ ดวงตาคมกริบของสามีหนุ่มผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาส่งประกายความมั่นใจให้เธออย่างเต็มเปี่ยม รอยยิ้มมุมปากของกรณ์ไม่ได้ดุดัน แต่กลับทรงพลังจนทำให้ความตื่นตระหนกในอกของเมลดาซัดหายไปในพริบตา... จริงด้วยสิ เธอยุคนี้ไม่ใช่เมลดาคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญ เธอยังมี "ระบบเปย์เงินล้าน" ที่พร้อมจะฟาดหน้าพวกอวดดีให้กระเป๋าฉีกจนต้องกราบขอชีวิต!
"ค่ะ ฉันรู้ดีว่าคุณอยู่ข้างฉันเสมอ" เมลดาคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างที่ธนัตถ์ไม่มีทางคาดคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าสบตากลับมาตรงๆ
ในขณะเดียวกัน ธนัตถ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับคุณหนูตระกูลไฮโซคนใหม่ ก็ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้ก้มหน้าหนีด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น ดวงตาคมปลาหมึกของธนัตถ์กวาดมองสำรวจชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตสั่งตัดพิเศษของเมลดา ประดับเพชรแท้ระยิบระยับล้อแสงไฟราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบที่ยืนเคียงข้างเธอ... กรณ์ ผู้ชายที่ตระกูลใหญ่เคยขับไล่ไสส่งให้ไปตายดาบหน้า
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณหนูเมลดาตกอับ กับอดีตยามรับจ้างไม่ใช่หรือครับเนี่ย?" เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นจากปากของธนัตถ์ที่จงใจปล่อยให้ดังพอจะเรียกสายตาจากแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติรอบกายให้หันมาสนใจ
บรรยากาศในงานประมูลการกุศลที่อบอวลไปด้วยความหรูหราพลันเงียบกริบลงในทันที เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ คล้ายจะหลีกทางให้กับความระอุที่กำลังก่อตัวขึ้นกลางห้องโถง บรรดาไฮโซและเศรษฐีตระกูลดังต่างพากันหยุดจิบแชมเปญแล้วหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว
ธนัตถ์เดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มหยันบนริมฝีปากหนาบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน "ได้ยินมาว่าตระกูลของคุณเพิ่งจะตัดหางปล่อยวัดไปหมาดๆ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีปัญญาโผล่หัวเข้ามาเหยียบงานประมูลการกุศลระดับประเทศแบบนี้ได้ หรือว่า... แอบเอาเงินก้นถุงก้อนสุดท้ายมาละลายเล่น เพื่อหวังจะเกาะพวกไฮโซในงานนี้กินกันแน่ครับ?"
คำพูดที่เจือด้วยความดูถูกเหยียดหยามเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาคุณหนูไฮโซที่ยืนคลอเคลียอยู่ข้างกายธนัตถ์ได้เป็นอย่างดี ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและเหยียดหยาม
ทว่า เมลดากลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเย้ายวน ก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปล่อยให้แสงไฟตกกระทบเรือนร่างระหงในชุดราตรีหรูจนเปล่งประกายเจิดจ้า
"อุ๊ย... ตายจริงค่ะ" เมลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ "นึกว่าสุนัขตัวไหนหลุดเข้ามาเห่ากลางงานกุศล ที่แท้ก็คุณธนัตถ์ผู้ชายที่ชอบเกาะกระโปรงผู้หญิงกินนี่เอง... ปากเก่งเสียจริงนะคะ ระวังเถอะค่ะว่าความลับเน่าเฟะที่คุณซุกซ่อนไว้ จะทำให้คุณไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนเร็วกว่าที่คิด"
ใบหน้าของธนัตถ์กระตุกวูบ รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างในทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง เพราะเขาไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยขี้ขลาดและยอมจำนนต่อเขามาตลอด จะกล้าเปิดฉากสวนกลับกลางงานสังคมหน้าตาเฉยเช่นนี้
"เธอ...!" ธนัตถ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะข่มขู่ด้วยสายตา "กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวแบบนี้!"
"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะคะ?" เมลดาเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ดวงตากลมโตฉายแววเยື้ยวหยันอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อคนไร้ยางอายอย่างคุณ ยังกล้าเอาหน้าหนาๆ มาเดินลอยชายในงานที่เต็มไปด้วยผู้ดีมีตระกูลได้เลยนี่คะ... อ้อ! หรือว่าเงินในบัญชีของคุณมันเริ่มร่อยหรอ จนต้องมาคอยเกาะแข้งเกาะขาหาเศษเงินจากผู้หญิงคนใหม่เสียแล้วล่ะ?"
เสียงฮือฮาดังระลอกใหญ่ขึ้นรอบทิศทาง บรรดาแขกเหรื่อเริ่มซุบซิบนินทาและส่งสายตาดูกลันมายังธนัตถ์ จนใบหน้าหล่อเหลาเคลือบเครื่องสำอางราคาแพงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและอับอาย
"ปากดีนักนะเมลดา! คิดว่ามีไอ้คนไร้ค่าข้างกายแล้วจะกร่างได้งั้นเหรอ?" ธนัตถ์ชี้หน้าเธอด้วยความโมโหจนตัวสั่น "วันนี้เขามีปัญญาพาเธอมางานนี้ก็แค่ยืนประดับบารมีแหละวะ! ของในงานประมูลชิ้นนี้... แค่ราคาเริ่มต้นก็สิบล้านเข้าไปแล้ว แกสองคนปัญญาจะมีป้ายหนี้ซื้อเศษกระดาษเช็ดก้นหรือเปล่าเถอะ!"
คำพูดสאนประมาทนั้นทำให้กรณ์ที่ยืนเงียบมานานขยับตัวอย่างเชื่องช้า ร่างสูงสง่าก้าวออกมาบังภรรยาไว้ครึ่งตัว ดวงตานิ่งขรึมคู่นั้นมองธนัตถ์ราวกับมองมดปลวกไร้ค่า น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงในพริบตา
"สิบล้าน... สำหรับคุณอาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเก็บสะสมทั้งชีวิต แต่สำหรับพวกเรา..." กรณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองธนัตถ์ด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด "...มันก็แค่เศษเงินทอนเวลาเดินไปซื้อกาแฟเท่านั้นเองครับ"
สิ้นคำพูดของกรณ์ เสียงหัวเราะเยาะจากกลุ่มของธนัตถ์ก็ดังขึ้นทันที "ฮ่าๆๆ! เศษเงินทอนซื้อกาแฟงั้นเหรอ? ช่างกล้าพูดนะไอ้ยามหน้าเงิน! งั้นก็แสดงให้ดูหน่อยสิครับว่าปัญญาอย่างพวกแกจะมีปلاسซื้อสร้อยเพชร 'อัญมณีแห่งราตรี' ชิ้นไฮไลท์ของงานนี้หรือเปล่า!"
ธนัตถ์จงใจท้าทายด้วยความสะใจ เพราะเขาเช็คข่าวมาอย่างดีแล้วว่าสร้อยเพชรชิ้นนั้นมีราคาประมูลเริ่มต้นอยู่ที่ยี่สิบล้านบาท และมีบรรดาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศหมายปองกันนับสิบคน ไม่มีทางที่คนตกอับอย่างเมลดาและกรณ์จะมีปัญญาเอื้อมถึงอย่างแน่นอน!
เมลดาแอบยิ้มกริ่มอยู่ในใจเมื่อได้ยินคำท้าทายนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของเธอดังขึ้นทันทีด้วยจังหวะที่เร้าใจ
*[ติ๊ง! ตรวจพบความท้าทายระดับสูงจากตัวละครไร้ค่า! ระบบเปย์เงินล้านเปิดใช้งานโหมดพิเศษ: "ฟาดหน้าด้วยความรวย X10"!]*
*[วงเงินบัตรเครดิตดำไม่จำกัดวงเงิน: พร้อมใช้งาน!]*
*[ภารกิจพิเศษ: ประมูลสร้อยเพชร 'อัญมณีแห่งราตรี' ด้วยการทุ่มเงินสดแบบเหนือชั้น และทำให้พวกมันต้องคุกเข่าขอร้อง!]*
เมลดาหันไปสบตากับกรณ์ ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความรู้ใจ รอยยิ้มของเมลดาในวินาทีนั้นงดงามราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้เป็นจุล
เธอก้าวออกมาข้างหน้าสลัดความลังเลทั้งหมดทิ้งไป ยื่นมือเรียวไปหยิบป้ายหมายเลขประมูลสีทองอร่ามขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะหันไปสบตากับธนัตถ์ที่กำลังยืนรอหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ
"สิบล้านเหรอคะ?" เมลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่าแฝงความเยือกเย็นอันตราย "ขอโทษทีนะคะ... พอดีว่าฉันไม่ชอบของราคาถูกขนาดนั้นหรอกค่ะ"
พูดจบ เมลดาก็หันไปหาเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานประมูลที่ยืนถือไมโครโฟนอยู่บนเวที ดวงตากลมโตฉายประกายความมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอยกมือขึ้นสูงพร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้ทุกลมหายใจในห้องจัดเลี้ยงต้องหยุดชะงัก
"ฉันขอเปิดประมูลสร้อยเพชรเส้นนี้ด้วยราคา..."
เมลดาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อสร้างความตื่นระทึก ก่อนจะเอ่ยตัวเลขที่ทำให้ทุกคนต้องช็อกตาค้างจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
"...หนึ่งร้อยล้านบาทค่ะ! และถ้าใครกล้าสู้ราคามากกว่านี้..." เมลดาหันกลับไปมองหน้าธนัตถ์ที่ตอนนี้ซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ "...เชิญเปิดปากเห่าออกมาได้เลยค่ะ ฉันพร้อมจะรูดบัตรฟาดหน้าพวกคุณให้แหลกคามือเดี๋ยวนี้เลย!"
[CLIFFHANGER HOOK]:
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวและสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความตะลึงงัน เสียงรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปราศจากวงเงินของระบบก็ดัง *'ติ๊ด'* สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ พร้อมกับหน้าจอแสดงผลยอดเงินโอนเข้าบัญชีการกุศลพุ่งทะยานแตะหลักร้อยล้านในเสี้ยววินาที—และในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาที่ถือแฟ้มลับซึ่งสามารถสั่นคลอนตระกูลใหญ่ทั้งหมดให้ล่มสลายได้ภายในคืนเดียว!
...
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" เสมอมานะคะ!*
คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 11
งานประมูลการกุศลที่เดือดระอุ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!