เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประมูลวีไอพีชั้นบนสุด เรียกให้สายตาทุกคู่พากันหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ทว่าคนที่ตกเป็นเป้าสายตากลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เมลดาเพียงแค่ยกแก้วแชมเปญทรงสูงขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเย็นฉ่ำและฟองฟู่ซ่านซ่านในลำคอ ขณะที่ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามคู่นั้นกวาดมองร่างของ "พงศกร" คู่ปรับเก่าตัวฉกาจที่กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"สิบล้าน! ฉันให้สิบล้านบาทถ้วน! มีใครกล้าสู้มากกว่านี้อีกไหม!"
เสียงประกาศกร้าวของพิธีกรบนเวทีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ วัตถุที่อยู่ตรงกลางเวทีเวลานี้คือ "สร้อยไข่มุกอัญมณีรัตติกาล" เครื่องประดับโบราณชิ้นเอกที่ตระกูลใหญ่ต่างหมายปอง และมันคือเป้าหมายเดียวกับที่พงศกรลั่นวาจาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะต้องแย่งชิงมาครอบครองให้ได้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอกลางงานสังคม
เมลดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแคลนจนคนฟังแทบกระออกเป็นเลือด พงศกรหันมาจ้องมองเธอด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ เขาคงคิดว่าผู้หญิงที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ตัวร้ายไร้สมองและถังแตกอย่างเธอ จะไม่มีปัญญาควักเงินก้อนโตมาสู้ราคาในระดับนี้ได้อีกต่อไปแล้วสินะ
"ไงคะคุณพงศกร หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่าเงินในบัญชีเริ่มสั่นคลอนซะแล้วล่ะคะ?" เมลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายถึงกับกำหมัดแน่นจนสั่นเทา
"เธออย่ามาอวดดีให้มากนักนะเมลดา! ของชิ้นนั้นมันสมควรเป็นของฉัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เธอมันก็แค่ตัวถ่วงที่คอยเกาะคนอื่นกินไม่ใช่หรือไง!" พงศกรกัดฟันกรอด ตะคอกกลับด้วยความโมโหจนลืมมาดคุณชายผู้ดี
ข้างกายของเมลดา กรณ์ ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายื่นมือหนามาสัมผัสหลังมือบางของเธอแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงไปยังพงศกรด้วยแววตานิ่งสงบ เยקטชา และเปี่ยมด้วยอำนาจโดยไม่ต้องเปล่งเสียงขู่คำรามใดๆ เลยสักคำ
"ภรรยาผม...เธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอครับ และเงินแค่นี้...สำหรับเรามันเป็นแค่เศษเงินหลังตู้เย็นเท่านั้น" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่ทรงพลังจนพงศกรถึงกับชะงักกึก
เมลดาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งเคียงข้างแล้วลอบยอมรับในใจว่า เคมีระหว่างเธอกับกรณ์ในยามนี้นั้นช่างสมบูรณ์แบบเสียจนพวกตัวอิจฉาทั้งหลายคงต้องอกแตกตายไปตามๆ กัน ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดชายกระโปรงเดรสยาวปักเลื่อมให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสบตากับพิธีกรบนเวทีตรงๆ
"สิบห้าล้านค่ะ"
เสียงหวานใสเอ่ยตัวเลขใหม่ออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำเอาคนทั้งห้องประมูลถึงกับสูดปากเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง บางคนถึงกับทำแก้วไวน์หลุดมือจนแตกกระจาย พงศกรเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า เขาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าที่เคยหยيนผยองบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย
"ย...ยัยบ้า! แกบ้าไปแล้วเหรอ! ไข่มุกบ้านั่นมันไม่ได้มีมูลค่าสูงขนาดนั้นซะหน่อย แกจงใจปั่นราคาแข่งกับฉันชัดๆ!" พงศกรชี้หน้าตะโกนลั่น
"ปั่นราคาเหรอคะ?" เมลดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "คำนี้ดูจะดูถูกสายตาฉันเกินไปหน่อยนะคะคุณพงศกร ของที่คนมีระดับอย่างคุณอยากได้นักหนਾ ฉันก็แค่อยากจะแสดงความใจกว้าง... ซื้อทิ้งขว้างเล่นแก้เบื่อก็เท่านั้นเองค่ะ"
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการตบหน้าตัวฝ่ายตรงข้ามด้วยความรวย ระบบกำลังประมวลผล...]
[ยอดเงินในบัญชีดำพิเศษ: 999,999,900,000 บาท (สถานะ: พร้อมใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัด)]
[คำเตือนจากระบบ: โปรดระวังคู่ปรับสำลักความอิจฉาตายคาที่]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของเมลดา ยิ่งทำให้รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นไปอีก เธอยกสมาร์ทโฟนรุ่นหรูขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับการทำธุรกรรมครั้งสุดท้ายที่จะทำให้พงศกรต้องจมดินไปตลอดกาล
"ยี่สิบล้าน! ฉันให้ยี่สิบล้าน!" พงศกรตะโกนแข่งขึ้นมาด้วยความขาดสติ เขายอมทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่แอบยักยอกมาจากบริษัทเพื่อกู้หน้าในวันนี้ต่อหน้าสังคมชั้นสูง
เมลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกสมเพช เธอกดหน้าจอสมาร์ทโฟนเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้จัดการประมูลโดยตรง
"ห้าสิบล้านค่ะ... และฉันขอใช้สิทธิ์ซื้อขาดทันทีโดยไม่ต้องรอเคาะครั้งที่สาม"
ความเงียบงันสนิทเข้าปกคลุมห้องประมูลอีกครั้ง ราวกับว่าอากาศทั้งหมดถูกสูบออกไปจากห้อง พงศกรทรุดฮวบลงไปกองกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมายเมื่อรู้ตัวว่าเขาเพิ่งจะพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่สุดในชีวิต
เมลดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะประมูล ชายตามองร่างที่กำลังสั่นเทาของคู่ปรับเก่าด้วยสายตาสมเพชเวทนา ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดยื่นให้กับพนักงานด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะแตะบัตรลงบนเครื่องรูดเพื่อปิดฉากความวุ่นวายทั้งหมดนั้นเอง...
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำมหึมาก็บินต่ำลงมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าของอาคารจัดงานอย่างกะทันหัน แรงลมมหาศาลทำให้กระจกใสบานใหญ่สั่นสะเทือน ก่อนที่ประตูห้องวีไอพีจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงของบุคคลที่ควรจะอยู่ต่างประเทศในเวลานี้... ชายผู้เป็นเจ้าของฉายา "มัจจุราชแห่งวงการธุรกิจ" และเป็นพี่ชายแท้ๆ ของกรณ์ที่ตัดขาดกันไปนานนับสิบปี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บในวันนี้นะคะ
คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 12
การบลัฟราคาจากตัวร้ายตัวพ่อ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!