คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 2

ตบหน้าญาติหน้าเงินด้วยเงินสดกองโต

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงกังวานของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่ตีวนต่ำลงบนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ ไม่ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่เมลดาแม้แต่น้อย ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตากำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด สายตาของ "ลลินา" ญาติผู้พี่ผู้สวมเครื่องประดับเพชรระยิบระยับเต็มตัว กำลังเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่หุบลงฉับพลัน เมื่อร่างสูงโปรดของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนก้าวลงมาจากเครื่องบิน พร้อมกระเป๋าเอกสารหนังแท้ในมือ ท่วงท่าของพวกเขาพร้อมเพรียงและทรงพลังรากับกองกำลังเฉพาะกิจระดับประเทศ "นะ... นี่มันอะไรกัน เมลดา เธอไปเอาพวกนักเลงที่ไหนมาขู่ฉัน!" ลลินาแสร้งทำเป็นเสียงแข็ง ทั้งที่ปลายนิ้วที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงเริ่มสั่นระริก "นักเลงอย่างนั้นหรือคะ พี่ลลินา?" เมลดาค่อยๆ วางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มที่มุมปากของเธองดงามแต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนมองต้องสันหลังวาบ "พวกเขาก็คือทีมผู้บริหารระดับสูง และทนายความส่วนตัวของดิฉันเองค่ะ" กรณ์ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเมลดาทั้งตัว ขยับกายบังร่างบางไว้เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบกวาดมองญาติผู้พี่และกลุ่มคนที่ติดตามมาด้วยความเรียเฉย ทว่าทรงพลังพอจะทำให้คนพวกนั้นถอยกรูดโดยไม่ต้องเอ่ยปากขู่สักคำ "เธอจะบ้าหรือไง! แค่สามีไส้แห้งที่เธอเคยลากมาอยู่ด้วยในห้องเช่าแคบๆ จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อคฤหาสน์หลังนี้ อย่ามาทำเป็นสำอางหน่อยเลย เมลดา! วันนี้ฉันมาทวงเงินที่ป้าทิ้งไว้ให้ต่างหาก ออกมาซะดีๆ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!" ลลินาแผดเสียงกลบเกลื่อนความกลัว ใบหน้าที่ฉีดโบท็อกซ์จนตึงเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโมโห [ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามคุกคามและดูหมิ่นจากบุคคลภายนอก] [ระบบเปิดใช้โหมด 'ฟาดหน้าด้วยความรวย' ระดับสูงสุด: อนุญาตให้ซื้อทรัพย์สินรอบตัวเพื่อประกาศอาณาเขตทันที] [ยอดเงินในบัญชีลับพร้อมใช้: 1,000,000,000 บาท] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเมลดา พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม เธอหันไปสบตากับกรณ์แวบหนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามีที่ร่วมลำบากกันมา ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง "แจ้งตำรวจเหรอคะ? เชิญตามสบายเลยค่ะ..." เมลดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาลลินาด้วยความมั่นใจ "แต่ก่อนจะแจ้ง พี่ช่วยดูนี่ก่อนดีกว่าว่า... ใครกันแน่ที่เป็นผู้บุกรุกตัวจริง" เมลดาผายมือไปยังหัวหน้าทีมทนายความ ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบก้าวออกมาก้าวหนึ่ง พร้อมกับเปิดกระเป๋าเอกสารหนังแท้ หยิบโฉนดที่ดินผืนใหญ่และสัญญาซื้อขายตึกแถวพาณิชย์ย่านธุรกิจใจกลางเมืองทั้งแถว ที่เพิ่งเซ็นโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นเมื่อสิบนาทีที่แล้วขึ้นมาโชว์หร่าต่อหน้าต่อตา "เรียนคุณลลินาครับ..." เสียงทุ้มต่ำของทนายความดังชัดถ้อยชัดคำ "ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนทางกฎหมายของ คุณเมลดา เจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่... ตอนนี้ ที่ดินแปลงนี้ รวมถึงตึกแถวการค้าทั้งสิบห้องที่ครอบครัวของท่านเช่าทำธุรกิจอยู่ ถูกท่านประธานซื้อขาดและควบรวมเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้วครับ" ฮือ... เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นจากกลุ่มผู้ติดตามของลลินา ใบหน้าของแต่ละคนซีดเผือดราวกับกระดาษ "มะ... ไม่จริง! โกหกทั้งเพ! ตึกพวกนั้นบรรพบุรุษเราทำมาหากันมานาน จะขายให้คนอย่างเธอได้ยังไง!" ลลินาหวีดร้องเสียงหลง เข้ามาจะคว้ากระดาษในมือทนายความด้วยความสติแตก "ตึกน่ะใช่ค่ะ แต่ 'เจ้าของเงิน' ไม่ใช่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับของพี่หรอกนะคะ..." เมลดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนลลินาต้องชะงักค้างกลางอากาศ "แต่เป็นเงินสดในบัญชีของฉันเองค่ะ... อ้อ จริงสิ สัญญาเช่าเดิมของครอบครัวพี่หมดอายุลงตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมาแล้วนะคะ และทางเราก็ไม่มีนโยบายต่อสัญญาให้ 'คนไร้มารยาท' เสียด้วยสิ" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ ลลินากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคับแค้นใจผสมความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ภาพของเมลดาผู้เคยอ่อนแอและถูกรังแกในอดีต ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถชomชีวิตพวกเขาให้พังทลายได้ด้วยปลายนิ้ว "เมลดา! เธอ... เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ! เราเป็นญาติกัน!" น้ำเสียงของลลินาเปลี่ยนเป็นสั่นเครือ หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นรื้นขึ้นที่หางตา เมื่อตระหนักได้ว่าอนาคตทางธุรกิจของครอบครัวอยู่ในกำมือของผู้หญิงที่ตนเพิ่งเหยียดหยามไปเมื่อไม่กี่นาที "เพิ่งนึกได้เหรอคะว่าเราเป็นญาติกัน?" เมลดาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคู่สวยฉายแววเยียบเย็นอย่างถึงที่สุด "วันที่แม่ของฉันล้มป่วยและพวกคุณหัวเราะเยาะขับไล่เราออกจากตระกูล ทำไมไม่เห็นจำได้บ้างล่ะคะว่าเราเป็นอะไรกัน?" กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเมลดากร โอบไหล่บางไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาของเขามองผ่านลลินาไปรากับพวกเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไร้ซึ่งค่าใดๆ ให้ใส่ใจ "ถ้าหมดธุระแล้ว เชิญกลับออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของภรรยาผมด้วยครับ" กรณ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ไม่อย่างนั้น... ผมคงต้องให้บอดี้การ์ดช่วย 'เชิญ' พวกคุณออกไปตามกฎหมาย" ลลินากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความอัปยศอดสูแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอปรายตามองกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ขยับเข้าล้อมกรอบทีละน้อยอย่างคุกคาม ก่อนจะจำใจต้องสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคืองสุดขีด "ฝากไว้ก่อนเถอะนังเมลดา!" ลลินากัดฟันกรอด ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ริมถนนใหญ่ด้วยความทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะในใจของเมลดาที่มองตามหลังรถคันนั้นจนลับตา [ติ๊ง! ภารกิจ 'ตบหน้าญาติหน้าเงิน' สำเร็จลุล่วง!] [ระบบทำการปลดล็อก: บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดระดับ 'Supreme Black Card' พร้อมรับโบนัสพิเศษมูลค่า 500 ล้านบาทเข้าบัญชีหลักทันที] หน้าจอโฮโลแกรมใสสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้าเมลดา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จที่ทำให้มุมปากอิ่มยกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เธอกำลังจะหันไปเอ่ยปากชวนกรณ์เข้าไปพักผ่อนข้างในคฤหาสน์ ทว่าจู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกรณ์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง "ใครโทรมาเหรอคะคุณ?" เมลดาเอียงคอถามด้วยความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นรอยเคร่งเครียดที่พาดผ่านใบหน้าคมคายของสามี กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาไหววูบชั่วขณะก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเมลดาต้องสะดุดกง "พ่อ... โทรมาครับ ท่านบอกว่า 'คนที่คุณก็รู้ว่าใคร' กำลังเดินทางมาที่นี่... และพวกเขามีเอกสารสิทธิ์ที่แท้จริงของตระกูลเราอยู่ในมือ" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในวันนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%