“เก็บของพวกนั้นไปให้พ้นหน้าผมเสีย ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับความพยายามตื้นๆ ที่จะป้ายสีคนในบ้านเดียวกัน”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของคุณหลวงอรรถดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถงใหญ่ ธามยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ในมือถือแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำที่เขาเพิ่งค้นพบจากรอยแยกหลังตู้หนังสือโบราณเมื่อครู่ สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แต่ทว่าหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมกลับเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขากำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล
“คุณหลวงครับ... เอกสารนี้มันไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือบันทึกรายจ่ายที่ระบุชื่อของคนในตระกูลอรรถเวศวร์ทั้งหมด” ธามแค่นยิ้มที่มุมปาก “รวมถึงรายชื่อที่หายไปจากทะเบียนบ้านเมื่อยี่สิบปีก่อนด้วย”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง มินตราที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างไกลออกไปหันมามองด้วยสายตากังวล เธอพยายามส่งสัญญาณให้ธามหยุด แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะเพิกเฉย เขาเห็นแววตาของคุณหลวงที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากความเรียบเฉยกลายเป็นความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว
“ความพยายามของเธอมันน่าชื่นชมนะธาม” คุณหลวงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายกำยำที่ยังคงความสง่างามแม้ในวัยล่วงเลยก้าวเข้ามาหาธามอย่างเชื่องช้า “แต่ในบ้านหลังนี้ ความลับไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้เปิดเผย แต่มันคืออิฐแต่ละก้อนที่คอยค้ำจุนบ้านหลังนี้ไม่ให้พังทลายลงมา หากเธอต้องการดึงมันออก... เธอต้องมั่นใจว่าเธอพร้อมจะถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้นด้วย”
“ผมไม่กลัวตายครับ” ธามสวนกลับทันควัน “แต่ผมกลัวความจริงที่ถูกฝังไว้อย่างผิดที่ผิดทาง”
มินตราก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน เธอเห็นมือของคุณหลวงที่ซ่อนอยู่ข้างหลังกำลังกำมีดพับเงินแท้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะเปิดศึก แต่ความระแวงที่สะสมมานานระหว่างเธอกับคุณหลวงก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
“คุณหลวงคะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด “หากคุณมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้อง ทำไมต้องตื่นตระหนกกับกระดาษพวกนี้ล่ะคะ? หรือว่า... สิ่งที่อยู่ในเอกสารนั้น มันมากกว่าแค่เรื่องเงินทอง แต่มันคือเรื่องของเลือดที่หยดลงบนรอยจารึกนั้น”
คุณหลวงชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายของบรรพบุรุษ ทุกดวงตาในภาพดูเหมือนกำลังจ้องมองลงมายังคนทั้งสามด้วยความเวทนา เสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เตือนเวลาทุกชั่วโมงดังก้องสะท้อนไปมาราวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของแต่ละคน
“มินตรา... เธอเป็นคนฉลาด แต่ความฉลาดมักจะทำร้ายตัวเองเสมอ” คุณหลวงเปรยขึ้นพลางเบนสายตาไปที่ธาม “คนในตระกูลนี้ไม่ได้มีแค่ผมที่ถือครองความลับ ธาม... เธอมั่นใจแค่ไหนว่าคนที่ยืนข้างเธอตอนนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรอยเลือดที่เธอพยายามขุดคุ้ย?”
ธามหันไปมองมินตราโดยสัญชาตญาณ แววตาของเธอสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม นั่นเป็นเพียงชั่วขณะเดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ความเชื่อใจที่เขามีต่อเธอเริ่มมีรอยร้าว ชายหนุ่มรู้สึกถึงลมหายใจที่ขัดจังหวะ เขารู้สึกได้ว่าเขากำลังเล่นเกมที่แม้แต่พันธมิตรก็อาจเป็นศัตรู
“ธาม อย่าฟังเขานะ” มินตรากระซิบ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “เขาพยายามจะทำให้เราแตกแยกกัน เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่เขาจะปกป้องตัวเองได้”
“แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ?” ธามสวนกลับเบาๆ ความสงสัยเริ่มกัดกินจิตใจ “ถ้าหากเธอรู้อะไรมาตั้งแต่แรก แต่ปิดบังผมไว้ล่ะ มินตรา?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความระแวง ทุกคนในห้องต่างหันหลังให้กัน ทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังเงาของกันและกันด้วยความหวาดระแวงว่าคนข้างๆ อาจชักอาวุธออกมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านหลัง ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านสีหม่นยืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนเห็นผี
“คุณหลวงคะ... ไม่ได้การแล้วค่ะ!” เธอตะโกนแทรกความเงียบ “มีคน... มีคนงัดห้องลับชั้นใต้ดิน แล้วตอนนี้... ตอนนี้พวกเขากำลังขนเอกสารทั้งหมดออกมาจากบ้านหลังนี้แล้วค่ะ!”
คุณหลวงหน้าถอดสีทันที เขาหันขวับมามองธามด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน “นี่คือแผนของเธอสินะ! เธอให้คนมาขโมยของพวกนั้น!”
ธามเบิกตากว้าง เขาไม่ได้ทำ แต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาปฏิเสธไปตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ สิ่งที่เขากลัวที่สุดไม่ใช่เรื่องของเอกสาร แต่เป็นเรื่องของ 'ใครบางคน' ที่กำลังเล่นเกมใหญ่กว่าพวกเขาอยู่นอกเหนือจากเงื้อมมือของคุณหลวง
ท่ามกลางความโกลาหล ไฟในโถงใหญ่ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากมุมมืดของห้อง แล้วตามมาด้วยเสียงล้มลงของร่างใครบางคน...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปมปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 34
เมื่อความลับล้นทะลัก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!