“อย่าได้คิดว่าความจริงเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์เลยธาม... เพราะเมื่อเธอเปิดกล่องใบนี้แล้ว เธอก็จะไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมที่เดินถือกล้องถ่ายภาพอย่างไร้กังวลได้อีก”
เสียงของคุณหลวงอรรถแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่กดทับบรรยากาศในห้องใต้ดินของคฤหาสน์จนแทบหายใจไม่ออก ธามจ้องมองแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำบนโต๊ะไม้สักขัดเงา มือของเขาที่วางอยู่บนตักสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเคียดแค้นที่สั่งสมมาตลอดยี่สิบปีบัดนี้กำลังเดือดพล่านเหมือนลาวาที่รอวันปะทุ
“ท่านกำลังบอกให้ผมกลัวหรือครับ?” ธามแค่นยิ้ม ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ไร้แววของชายชรา “ผมมาที่นี่เพื่อเอาความจริง ไม่ใช่มาฟังคำเตือนจากฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบผู้ดี”
มินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ ธาม บีบต้นแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้มองไปที่ธาม เธอกำลังจ้องมองกองเอกสารเหล่านั้นด้วยความหวาดหวั่นไม่ต่างกัน เพราะเธอรู้ดีว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้นไม่ได้ทำลายแค่ชีวิตของพ่อแม่ธาม แต่มันอาจจะทำลายทุกอย่างที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิตลงจนไม่เหลือชิ้นดี
“ฆาตกร... คำนี้ช่างหนักแน่นนัก” คุณหลวงอรรถหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากแฟ้มแล้วเลื่อนมาตรงหน้าธาม “ดูเสียสิ พ่อของเธอ... คนที่เธอเคารพรักนักหนา แท้จริงแล้วเขาคือคนแรกที่ทรยศต่ออุดมการณ์ของตระกูลเรา เพื่อเงินเพียงไม่กี่บาทที่พวกนักการเมืองเสนอให้”
ธามก้มลงมองภาพถ่ายนั้น ในรูปคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคล้ายเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังรับซองเอกสารจากบุคคลที่เขารู้จักดี... นายตำรวจใหญ่ที่มีข่าวฉาวเรื่องการทุจริตเมื่อทศวรรษก่อน ลมหายใจของธามสะดุดกึก เขารู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากวิญญาณออกจากร่าง ความทรงจำที่เขาเคยมีต่อพ่อผู้แสนดีค่อยๆ บิดเบี้ยวไปราวกับภาพถ่ายที่ถูกไฟเผา
“ไม่จริง... พ่อผมไม่ใช่คนแบบนั้น” เสียงของธามสั่นพร่า
“ทุกอย่างในเอกสารนั่นคือบันทึกส่วนตัวของพ่อเธอ ธาม” มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือ “ฉันเคยเห็นมันในตู้นิรภัยที่ห้องสมุด... ฉันคิดว่าฉันปกป้องเธอด้วยการซ่อนมันไว้ แต่ดูเหมือนความจริงมันจะขุดรากถอนโคนทุกอย่างขึ้นมาเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดิน ชั่วขณะนั้นเสียงเข็มนาฬิกาลูกตุ้มบนผนังดังชัดเจนราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะ ธามหยิบเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ยิ่งอ่าน สีหน้าของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากความโกรธแค้นกลายเป็นความว่างเปล่า ทุกตัวอักษรคือคำสารภาพถึงความโลภที่พ่อของเขาทำลงไป และที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ... การเสียชีวิตของพ่อแม่เขาในอุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่ใช่การฆาตกรรมโดยคุณหลวงอรรถอย่างที่เขาเชื่อมาตลอด แต่มันคือการตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความผิดของพ่อที่ไม่อาจยอมรับได้
“ท่านไม่ได้ฆ่าพวกเขา...” ธามพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนกระดาษ “ท่านแค่ปล่อยให้พวกเขาตายไปกับความอัปยศที่ท่านเป็นคนสร้างเงื่อนไขขึ้นมาใช่ไหม?”
คุณหลวงอรรถลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ธามจนได้กลิ่นซิการ์จางๆ จากเสื้อสูทราคาแพง “ผมไม่ได้ลงมือเอง แต่ผมเป็นคนจัดฉากให้ความลับมันฝังไปกับพวกเขา... เพื่อชื่อเสียงของตระกูลที่เธอพยายามจะมาทำลายในวันนี้ ธาม เธอจะเอามันไปเปิดโปงให้โลกรับรู้ไหม? หรือจะยอมรับความจริงที่ว่า สายเลือดของเธอมันก็ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์ไปกว่าผมเลย”
ธามกำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ หัวใจของเขาเหมือนถูกมีดนับพันเล่มทิ่มแทง เป้าหมายที่เขาตามหามาตลอดชีวิตพังทลายลงตรงหน้า สิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาสืบทอดมาทางสายเลือด
ทว่า ในจังหวะที่ธามกำลังจมดิ่งสู่ความมืดมิด เสียงปืนที่ดังมาจากโถงทางเดินด้านนอกก็ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก ประตูไม้หนักอึ้งถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างหนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ในเวลาเช่นนี้... ชายในชุดดำที่ถือแฟ้มลับอีกชุดหนึ่งในมือ ซึ่งมีตราประทับของหน่วยข่าวกรองที่ธามจำได้ดี
“อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรจนกว่าจะได้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของเอกสารในมือคุณหลวง” เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้มินตราถึงกับหน้าถอดสี “เพราะสิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั้น... คือเรื่องโกหกที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เพื่อปิดปากคนตาย”
ธามหันไปมองร่างที่ยืนอยู่ตรงประตู ความหวังที่ริบหรี่ในอกเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้ง แต่ทว่าสิ่งที่ชายผู้นั้นพูดต่อมากลับทำให้ธามต้องยืนนิ่งเป็นหิน... “พ่อของคุณไม่ได้ถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย ธาม... แต่เขาถูกฆ่าโดยคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้ต่างหาก”
มินตราทรุดตัวลงกับพื้นโดยไร้คำบรรยาย ในขณะที่ธามค่อยๆ หันกลับมามองมินตราที่กำลังกุมมือสั่นเทาของเธอไว้แน่น สายตาที่เธอส่งมาให้เขาในวินาทีนี้... มันคือสายตาของคนที่เพิ่งถูกเปิดโปงความลับที่ดำมืดที่สุด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและปมปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 35
รอยบาดแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!