ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 36

นาทีที่ตัดสินใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้โดยไม่ถือแฟ้มเอกสารชุดนั้นไว้ในมือ ก็หมายความว่าคุณกำลังต้อนรับความตายให้ย่างกรายเข้ามาในชีวิตของคนทั้งตระกูล... คุณมั่นใจแล้วใช่ไหม มินตรา?" ธามวางกล้องถ่ายรูปตัวเก่งลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ เสียงกริ๊กของมันฟังดูหนักแน่นและเย็นชาพอๆ กับน้ำเสียงของเขา มินตราที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ตอบในทันที เธอเพียงแต่จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ฝุ่นเกาะเขรอะ ปลายนิ้วเรียวของเธอสั่นระริกขณะจับอยู่ที่สันแฟ้มสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งบรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์คฤหาสน์หลังนี้ไปตลอดกาล "ธาม... คุณเคยรู้สึกไหมว่าบางครั้งความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยจารึกพวกนี้ มันไม่ได้ต้องการให้ใครมาขุดคุ้ย มันอาจจะอยากหลับใหลไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเหยื่อที่ถูกฝังไปแล้ว" มินตราหันกลับมา แววตาของเธอสั่นไหวแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่มากกว่าครั้งไหนๆ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นนักโบราณคดีที่ขุดหารากเหง้าของความเน่าเฟะ แต่มันเป็นความรับผิดชอบที่ครอบครัวของผมต้องแบกรับมาตลอดหลายสิบปี" ธามก้าวเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่บีบตัวจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากกำแพงหินของคฤหาสน์ "คุณหลวงอรรถไม่ใช่แค่คนแก่ที่ยึดติดกับชื่อเสียง แต่เขาคือคนที่เปลี่ยนเลือดเนื้อของคนรอบข้างให้กลายเป็นหมากบนกระดาน และคืนนี้... เราจะต้อนเขาให้จนมุมด้วยหมากที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้" มินตราแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "คุณหลวงน่ะหรือครับ? เขาเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ ธาม คุณคิดหรือว่าเขาจะยอมปล่อยให้เราเดินออกจากประตูคฤหาสน์นี้ไปได้ง่ายๆ ถ้าเขารู้ตัวว่าเรากุมหัวใจของเขาเอาไว้" "เขารู้ครับ" ธามตอบสั้นๆ ก่อนจะดึงภาพถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือภาพที่เขาแอบถ่ายได้จากช่องหน้าต่างในโถงทางเดินเมื่อคืนก่อน ภาพของคุณหลวงอรรถกำลังทำลายเอกสารบางอย่างท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่ "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเริ่มเดินเกมเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ความมืดจะปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาเขต" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ธามส่งสัญญาณให้มินตราถอยไปหลบหลังฉากกั้นไม้ฉลุ มือของเขาเลื่อนไปวางบนด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตโดยสัญชาตญาณ เขาไม่ได้เป็นนักฆ่า แต่ในสถานการณ์ที่ความยุติธรรมถูกตีตราด้วยมูลค่าของอำนาจ บางครั้งเขาก็จำต้องยอมรับความรุนแรงในฐานะเครื่องมือชิ้นสุดท้าย บานประตูไม้แกะสลักถูกผลักออกช้าๆ คุณหลวงอรรถก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับเจ้าป่าที่รู้ว่ามีผู้บุกรุกแอบซ่อนอยู่ ดวงตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์กราดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวที่ธามเพิ่งวางกล้องลงไป "การเล่นซ่อนหาในบ้านของคนอื่น... มันไม่ใช่พฤติกรรมของสุภาพบุรุษนะครับ คุณธาม" น้ำเสียงของคุณหลวงเรียบเฉย ทรงพลัง และแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องดูเบาบางลงอย่างน่าประหลาด ธามก้าวออกมาจากเงามืด เผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลที่เขาสาบานว่าจะกระชากหน้ากากออกมาให้ได้ "สุภาพบุรุษอย่างคุณหลวงเองก็คงไม่ต้อนรับแขกด้วยการส่งคนไปรื้อค้นห้องพักของผมในตอนกลางดึกหรอกใช่ไหมครับ?" คุณหลวงอรรถหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งราวกับใบไม้แห้งที่ถูกบดขยี้ "โลกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนช่างสังเกตที่ไม่มีที่ยืนเป็นของตัวเองหรอกนะ ความจริงมันก็เหมือนรอยจารึกที่เลือนราง ถ้าเราไม่แต่งแต้มมันด้วยหมึกสีเลือด บางครั้งคนรุ่นหลังก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าความรุ่งโรจน์ที่พวกเขาเสพสุขอยู่นั้น... มันแลกมาด้วยอะไร" "มันแลกมาด้วยเลือดของครอบครัวผม" ธามเน้นคำ สายตาของเขามุ่งมั่นและไม่หวั่นเกรง "และคืนนี้ รอยจารึกที่ว่านั่นจะถูกอ่านซ้ำอีกครั้ง แต่ไม่ใช่โดยคนที่มีอำนาจล้นฟ้าแบบคุณ แต่เป็นโดยกฎหมายที่กำลังรออยู่หน้าประตูคฤหาสน์" คุณหลวงอรรถชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนิ่งสงบไหวระริกเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม "คุณคิดว่าตำรวจพวกนั้นจะกล้าก้าวเข้ามาเหยียบในเขตรั้วนี้จริงหรือ? ความศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อตระกูลของผมมันฝังลึกจนแม้แต่กฎหมายก็ยังต้องก้มหัวให้" "งั้นก็ลองดูครับ" ธามหยิบแฟ้มเอกสารในมือมินตราขึ้นมาโชว์ต่อหน้าคุณหลวง "เพราะเอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีแค่ลายเซ็นคุณหลวงเพียงคนเดียว แต่มันมีรอยนิ้วมือของ 'ใครบางคน' ที่คุณรักมากที่สุดประทับอยู่ด้วย... คนที่ตอนนี้กำลังรอฟังข่าวดีจากคุณอยู่ในห้องโถงใหญ่" สีหน้าของคุณหลวงอรรถเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เขารีบก้าวเข้ามาเพื่อจะคว้าแฟ้มในมือธาม แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังก้องมาจากระยะไกลก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะความเงียบสงัดของคฤหาสน์ ธามก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาดำของคนคนหนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านใหญ่ใกล้หน้าต่าง มันไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนรับใช้ แต่เป็นบุคคลที่ทั้งธามและมินตราไม่คิดว่าจะมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ในเวลานี้... บุคคลคนนั้นเดินตรงมาหาคุณหลวงอรรถ ก่อนจะควักมีดสั้นออกมาจ่อที่ลำคอของชายผู้ทรงอิทธิพล พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ธามต้องหัวใจหยุดเต้น "แผนของคุณมันเก่าไปแล้วท่านหลวง... ถึงเวลาที่คนรุ่นหลังอย่างพวกเราจะจัดการกับ 'ของเน่า' ด้วยวิธีของเราเอง" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงวินาทีระทึกใจนี้กับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%