"ถ้าคุณหลวงมั่นใจว่าสิ่งที่เก็บไว้ใต้รอยจารึกนั่นคือสมบัติล้ำค่าที่บรรพบุรุษมอบให้ ทำไมมือของคุณหลวงถึงต้องสั่นขนาดนั้นตอนที่ผมยื่นกุญแจดอกนี้ให้ล่ะครับ?"
เสียงของธามเรียบเรื่อย ทว่ามันดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ชายหนุ่มจ้องมองบุรุษสูงวัยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวมหึมา แววตาของธามไม่ได้แสดงถึงความหวาดเกรงแม้แต่น้อย เขาวางกุญแจเหล็กกล้าดีไซน์โบราณลงบนพื้นผิวโต๊ะด้วยจังหวะเนิบช้า ราวกับกำลังวางระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานทุกเมื่อ
คุณหลวงอรรถชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นราวกับผิวน้ำนิ่งเริ่มไหวระริก ก่อนจะถูกกลบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาจนน่าขนลุก "ธาม... เจ้ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงต้องแลกมาด้วยอะไร ความลับบางอย่างที่ฝังอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้คนนอกอย่างเจ้ามาตั้งคำถาม"
"คนนอกอย่างนั้นหรือครับ?" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ พลางเลื่อนสายตาไปยังภาพถ่ายขาวดำเก่าแก่ที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งเป็นภาพถ่ายตระกูลที่เขาสงสัยมาตลอดว่ามี 'ใครบางคน' หายไปจากเฟรม "ผมอาจจะเป็นคนนอกในสายตาคุณหลวง แต่ผมคือคนที่ถือ 'หลักฐาน' ที่คุณหลวงพยายามจะลบให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างไรล่ะครับ"
มินตราที่ยืนกอดอกอยู่มุมมืดของห้องขยับตัวเล็กน้อย เธอส่งสายตาเป็นนัยให้ธามตามแผนที่วางไว้ หญิงสาวรู้ดีว่าการบีบให้คุณหลวงจนมุมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นี่คือโอกาสเดียวที่พวกเขาจะมีชีวิตรอดออกไปพร้อมกับความจริง
คุณหลวงอรรถลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่านั้นดูน่าเกรงขามแม้วัยจะล่วงเลย "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ ธาม การที่เจ้าพยายามจะขุดคุ้ยอดีตของตระกูลอรรถนรกิจ ไม่ได้ทำให้อดีตของครอบครัวเจ้ากลับมาสมบูรณ์หรอก มีแต่จะทำให้เจ้าดับสูญไปพร้อมกับมัน"
"ครอบครัวของผมอาจจะจากไปแล้ว แต่มันก็ช่วยให้ผมตาสว่างว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังรอยเลือดบนศิลาจารึกนั้น" ธามก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบของเขาสบประสานกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิตของคุณหลวง "เลิกเล่นบทผู้นำตระกูลผู้แสนดีเถอะครับ หน้ากากที่คุณใส่มาหลายสิบปี มันเริ่มแตกร้าวตั้งแต่วันที่ผมเจอภาพถ่ายใบนั้นในห้องใต้ดินแล้ว"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะถึงจุดระเบิด คุณหลวงอรรถนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมจะค่อยๆ เปลี่ยนไป รอยยิ้มที่เคยดูน่าเกรงขามมลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและวังเวง
"เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือที่ล่อให้ข้าเผยโฉมหน้าที่แท้จริง?" คุณหลวงเอ่ยเสียงต่ำ มือที่เคยสั่นเทาหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักออกมาวางบนโต๊ะอย่างใจเย็น "เจ้าหลอกข้าได้ครั้งหนึ่ง แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าธาม... ว่าในบ้านหลังนี้ ทุกฝีก้าวที่เจ้าเดิน ข้าเป็นคนกำหนดเส้นทางเสมอ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน มินตราหน้าถอดสี เธอรีบคว้าแขนธามไว้ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ขยับตัว ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคล' ที่ธามคาดไม่ถึงที่สุด
เขายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าที่ดูคล้ายกับคุณหลวงราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและไร้ความรู้สึก นั่นคือคนที่ธามเชื่อว่าตายไปแล้ว... คนที่ควรจะเป็นกุญแจไขความลับทั้งหมดของตระกูล
"สวัสดีครับพี่ชาย... ดูเหมือนแผนซ้อนแผนของพี่ จะมาจบลงที่ความตายของพี่เองนะครับ" ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะหยิบปืนพกขึ้นมาจ่อที่ขมับของมินตราอย่างรวดเร็ว
ธามตัวแข็งทื่อ เขาคำนวณพลาดไปอย่างใหญ่หลวง... ความจริงไม่ได้มีแค่สองด้าน แต่กลับมีด้านที่สามที่เขามองไม่เห็นมาโดยตลอด
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 37
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!