“ถ้าคุณจะไปหาเขาจริงๆ ผมแนะนำให้ทิ้งปืนกระบอกนั้นไว้ที่นี่ครับ”
มินตราเอ่ยขึ้นขณะที่เธอกำลังบรรจุกระสุนลงในกล่องเหล็กใบเล็ก เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในความเงียบของห้องทำงานที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงแห่งอดีต ธามชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋ากล้อง สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่ฉายแวววิตกกังวลของหญิงสาวผ่านกระจกเงาบานเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง
“ทำไมครับ” ธามถามสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดัน
“เพราะ ‘ลุงเพิ่ม’ ไม่ได้กลัวคนที่มีปืน” มินตราเดินเข้ามาใกล้ ขยับเข้าสู่ระยะที่ธามได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเธอ “เขาเป็นคนประเภทที่กลัว ‘ความจริง’ ยิ่งกว่าความตาย ถ้าคุณถืออาวุธเข้าไป เขาจะปิดปากสนิทราวกับคนเป็นใบ้ แต่ถ้าคุณเข้าไปในฐานะคนแปลกหน้าที่พร้อมจะแบกรับความลับที่เขาแบกไว้มากว่าสามสิบปี... บางทีเขาอาจจะยอมคายคำตอบออกมาบ้าง”
ธามนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองภาพถ่ายฟิล์มกระจกขาวดำในมือ—หลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงครอบครัวของเขากับคฤหาสน์ของคุณหลวงอรรถ ภาพถ่ายที่ถูกซ่อนอยู่ในผนังสองชั้นของหอสมุดเก่า มันเป็นรอยจารึกแห่งความเจ็บปวดที่รอการชำระสะสาง
“คุณหลวงอรรถรู้แล้วว่าเรากำลังเคลื่อนไหว” ธามกล่าวพลางเก็บกล้องลงในกระเป๋า “เมื่อเช้านี้มีรถสีดำขับวนอยู่หน้าบ้านสามรอบ และถ้าสังเกตไม่ผิด คนขับน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ผมเห็นในงานเลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อน”
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “คุณหลวงไม่เคยปล่อยให้หนอนแมลงตัวไหนไต่ผ่านอาณาจักรของเขาไปได้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรอกครับธาม แต่ลุงเพิ่ม... ลุงเพิ่มคือนอกรีตในระบบของเขา ถ้าคุณหาลุงเพิ่มเจอ ก่อนที่คนของคุณหลวงจะพบตัว นั่นคือโอกาสเดียวที่เราจะรอด”
ธามตัดสินใจเดินออกจากคฤหาสน์ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล เขาขับรถมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านประมงร้างทางทิศเหนือของจังหวัด สถานที่ที่ใครต่อใครต่างก็ลืมเลือนไปตามกาลเวลา เส้นทางที่คดเคี้ยวสองข้างทางเต็มไปด้วยพงหญ้าที่รกชัฏราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามา
สามชั่วโมงผ่านไป ธามมาหยุดอยู่ที่กระท่อมไม้เก่าผุพังหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมชายฝั่ง เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังโครมครามประสานกับเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะลมทะเล เขาลงจากรถ หยิบไฟฉายกระบอกเล็กขึ้นมาส่องนำทาง กลิ่นคาวปลาและกลิ่นสาบของไม้ผุโชยมาปะทะจมูก
“ลุงเพิ่มครับ...” ธามเรียกเบาๆ แต่ไร้เสียงตอบรับ
เขาตัดสินใจผลักประตูไม้ที่ไม่ได้ลงกลอนออก ภายในกระท่อมมีเพียงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่จนเกือบดับ ธามกวาดสายตามองไปรอบห้อง สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเกินกว่าที่จะเป็นกระท่อมของคนจรจัด บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ข้างๆ กันนั้นคือนาฬิกาพกเงินเรือนหนึ่ง... เรือนที่ธามจำได้แม่นยำว่าเป็นของพ่อเขา
หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่น มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน ทันใดนั้น เสียงแหบพร่าจากมุมมืดของห้องก็ดังขึ้น
“แกมาสายไปยี่สิบปี... เจ้าหนุ่ม”
ชายชราในสภาพร่างกายซูบผอมก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาของเขาขุ่นมัวแต่กลับฉายแววคมกล้าอย่างน่าประหลาด ธามวางจดหมายลงแล้วหันไปเผชิญหน้า
“ลุงเพิ่ม ผมคือลูกชายของรวิศ... ผมมาที่นี่เพื่อถามความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น”
ชายชรานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หยิบรูปถ่ายที่ธามนำมาออกมาพินิจดูด้วยมือที่สั่นเทา “รวิศ... พ่อของแกไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกนะไอ้หนุ่ม คนที่ฆ่าเขาไม่ได้ใช้มีดหรือปืน แต่มันใช้ ‘ความศรัทธา’ ของคนทั้งหมู่บ้านเป็นอาวุธ”
“หมายความว่าอย่างไรครับ” ธามถามพลางก้าวเข้าไปหา
ลุงเพิ่มไม่ตอบ แต่กลับชี้ไปที่พื้นไม้กระดานแผ่นหนึ่งที่ดูแปลกไปจากแผ่นอื่น “ก่อนที่แกจะรู้ว่าใครคือฆาตกร แกต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่พ่อแกพยายามซ่อนไว้คืออะไร”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นภายนอกกระท่อม แสงไฟฉายสว่างวาบตัดผ่านรอยแตกของผนังไม้ ธามชะงักกึก เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นรถตู้สีดำสามคันจอดเรียงรายอยู่บนหาดทราย และชายในชุดสูทสีเข้มห้าคนกำลังก้าวลงจากรถ หนึ่งในนั้นคือคนที่ธามคุ้นเคยดี... คนสนิทที่สุดของคุณหลวงอรรถ
ลุงเพิ่มกระซิบเสียงสั่น “หนีไปซะ... สิ่งที่แกตามหามันไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันอยู่ในเงาของชายที่แกเรียกว่าผู้มีพระคุณ!”
ชายชราคว้าปืนลูกซองเก่าใต้โต๊ะขึ้นมาแล้วผลักธามไปทางประตูด้านหลัง แต่ในวินาทีที่ธามหันหลังกลับ แรงกระชากจากฝ่ามือที่ทรงพลังก็ยื้อร่างเขาไว้ไม่ให้ก้าวพ้นธรณีประตู พร้อมกับเสียงเย็นเยียบที่คุ้นหูที่สุดดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
“เสียดายนะครับธาม... ที่ความอยากรู้อยากเห็นของคนหนุ่ม มักจะนำพาไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึงเสมอ”
ธามตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเขาอย่างเยือกเย็น
ฟีนิกซ์สีทองขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมมาถึงจุดเปลี่ยนที่น่าระทึกใจนี้นะครับ
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 13
ร่องรอยในอดีต
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!