“วางมันลงซะ ธาม... ถ้าคุณยังอยากเห็นพรุ่งนี้อยู่”
น้ำเสียงของคุณหลวงอรรถราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในโสตประสาทของธามราวกับใบมีดโกน ชายหนุ่มหยุดมือที่กำลังสั่นน้อยๆ เหนือกล่องไม้ประดับมุกใบเก่า บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารราชการโบราณ เศษกระดาษสีเหลืองกรอบที่มีลายมือหวัดๆ ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา—มันคือจดหมายส่วนที่สามที่เขาตามหามาตลอด
ธามไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้ากับชายสูงวัยที่ยืนตระหง่านอยู่หลังประตูห้องทำงาน เขายังคงจ้องมองรอยฉีกขาดของกระดาษที่เมื่อนำมาต่อเข้ากับเศษที่เขามีอยู่ มันกลับเปิดเผยชื่อสถานที่ที่ครอบครัวเขาถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับเหตุเพลิงไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน
“ผมว่าคุณหลวงต่างหากที่ควรจะวาง... วางหน้ากากที่สวมไว้นี่ลง” ธามแค่นยิ้ม มือของเขาขยับคว้าเศษจดหมายนั้นพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อนอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้า
คุณหลวงอรรถยืนกอดอก แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ความมืดในห้องทำงานไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของเขาลดน้อยลงเลย เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนธามได้กลิ่นใบยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของกระดาษเก่า
“ความจริงที่นายพยายามค้นหา มันไม่ได้ให้รางวัลเป็นความสงบหรอกนะธาม แต่มันคือคำสาปที่ฝังรากลึกในคฤหาสน์หลังนี้ ถ้ามันถูกขุดขึ้นมา... ไม่ใช่แค่นายที่จะเดือดร้อน มินตราเองก็อาจจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่”
คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก มินตรา... หญิงสาวที่คอยหนุนหลังเขามาตลอดในเงามืด หากเรื่องนี้พัวพันถึงตัวเธอจริงๆ นั่นหมายความว่าแผนผังความสัมพันธ์ที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลง
“คุณหลวงกำลังขู่ผมด้วยชีวิตของมินตราหรือครับ?” ธามถาม เสียงของเขาหนักแน่นทว่าแหบพร่า
“ฉันเตือนในฐานะคนที่เคยรู้จักพ่อของนาย” คุณหลวงอรรถขยับยิ้มที่มุมปาก แต่มันกลับเป็นยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “ความภักดีของตระกูลเราแลกมาด้วยเลือดเสมอ นายคิดว่าพ่อของนายตายเพราะอุบัติเหตุจริงหรือ? ลองอ่านจดหมายฉบับนั้นให้จบเถอะ แล้วนายจะรู้ว่า ‘รอยแยก’ ที่นายเห็น ไม่ใช่แค่ความลับของคนตาย แต่มันคือกับดักที่เขาสร้างไว้ให้ลูกชายที่โง่เขลาอย่างนายเดินลงไปติด”
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกเบาๆ มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด เธอมองจดหมายในกระเป๋าเสื้อธามสลับกับใบหน้าของคุณหลวงอรรถ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ธาม... อย่าอ่านมันข้างนอกนั่น เข้ามาข้างในนี้ แล้วล็อคประตูเดี๋ยวนี้!”
ธามมองมินตราสลับกับคุณหลวง ความสงสัยเริ่มกัดกินหัวใจ เขาไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร แต่สิ่งที่เห็นในจดหมายเมื่อครู่ มันไม่ใช่แค่หลักฐาน... มันคือรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิด และหนึ่งในชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น คือนามสกุลของมินตราตัวเป็นๆ
เขาสูดหายใจลึก ก้าวถอยหลังไปจนชนกับชั้นหนังสือ ความโกลาหลในใจก่อตัวเป็นพายุใหญ่ เขาควักจดหมายออกมาอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาขยำกระดาษนั้นแล้วโยนเข้าไปในเตาผิงที่ยังคงมีถ่านแดงระอุอยู่
“ธาม!” มินตรากรีดร้อง
เปลวไฟแลบเลียกระดาษสีเหลืองจนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านในพริบตา ธามจ้องมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ในหัวเขากลับจดจำเนื้อความสุดท้ายนั้นได้ขึ้นใจ ชื่อที่อยู่ท้ายกระดาษไม่ใช่ชื่อคุณหลวงอรรถ... แต่เป็นชื่อของแม่เขาเองที่เขากล่าวโทษว่าจากไปอย่างบริสุทธิ์มาตลอดหลายปี
ทว่า ในขณะที่เปลวไฟกำลังจะดับลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากโถงทางเดิน เงาตะคุ่มหลายร่างปรากฏผ่านช่องว่างใต้ประตู และเสียงปลดล็อคไกปืนก็ดังก้องขึ้นอย่างชัดเจน
คุณหลวงอรรถหันไปมองทางประตูด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ “สายไปแล้ว... คนที่ควรตายในวันนี้ ไม่ได้มีแค่คนเดียว”
ประตูถูกพังเข้ามาโดยชายชุดดำสามคน ใบหน้าของพวกเขาปิดมิดชิด แต่ธามจำแหวนรูปนกฟีนิกซ์สีทองที่นิ้วของหัวหน้ากลุ่มได้ดี... มันคือแหวนวงเดียวกับที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นใจ!
ฟีนิกซ์สีทองขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจารึกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 12
รอยแยกแห่งความจริง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!