ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 11

คืนพายุโหม

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"อย่าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ถ้าไม่อยากเห็นรอยจารึกนั่นถูกทำลายไปพร้อมกับชีวิตของคุณ" เสียงทุ้มต่ำดังก้องขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกสวนคฤหาสน์ตระกูลอรรถไกร ธามหยุดชะงักฝีเท้าทันที สัญชาตญาณช่างภาพที่ผ่านการเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวมานับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาว่า ชายในชุดคลุมสีดำที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่คนที่จะขู่กันเล่นๆ ฝนเม็ดใหญ่โหมซัดลงมากระทบผิวดินจนเกิดกลิ่นดินชื้นคลุ้งไปทั่ว ธามหรี่ตาลง พยายามเพ่งมองผ่านความมืดมิดและสายฝนที่ม่านน้ำตกหนาทึบ แสงฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนให้เห็นเพียงแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของชายแปลกหน้าคนนั้น "คุณเป็นใคร" ธามถามกลับ น้ำเสียงของเขาไม่ได้สั่นไหว แต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง มือที่กำกล้องถ่ายรูปในมือแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน "ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังหมายถึงรอยจารึกไหน แต่ถ้ามันเกี่ยวข้องกับการตายของครอบครัวผม... ต่อให้คุณจะถืออาวุธร้ายแรงกว่านี้ ผมก็ไม่มีวันถอย" ชายในชุดคลุมแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช "ครอบครัวของคุณ? หึ... ความจริงมันน่าเกลียดกว่าที่คุณวาดฝันไว้เยอะ ธาม ถ้าคุณยังดื้อรั้นจะขุดคุ้ย สุสานที่พวกเขาจากไปจะกลายเป็นที่ฝังศพของคุณในคืนนี้" ท่ามกลางเสียงพายุที่ทวีความรุนแรงขึ้น กิ่งไม้ใหญ่ถูกลมพัดจนหักโค่นลงมาใกล้ๆ จุดที่พวกเขายืนอยู่ ธามไม่ได้ก้มหลบ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ชายผู้นั้น เขาเห็นมือของคนร้ายขยับเข้าหาอกเสื้อ ข้อมูลในหัวของธามประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ฟ้าผ่าลงมาเป็นสายยาวสว่างจ้า ธามเห็นสัญลักษณ์บางอย่างบนแหวนที่นิ้วของชายคนนั้น... สัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์ที่ถูกสลักทับด้วยรอยกากบาท มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่มินตราเคยเตือนเขาไว้ในบันทึกลับที่เธอเพิ่งส่งมอบให้เมื่อวานนี้ "คุณทำงานให้คุณหลวงอรรถ" ธามสรุปพลางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างท้าทาย "แปลกนะที่คนอย่างเขาต้องส่งมือสังหารออกมาจัดการกับช่างภาพกระจอกๆ อย่างผม นั่นหมายความว่าสิ่งที่ผมค้นพบในรอยจารึกนั่น... มันคือความจริงที่เขาต้องปิดบังด้วยชีวิตสินะ" ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง เงาใต้ฮู้ดขยับไหว "คนตายพูดไม่ได้ ธาม และคนที่รู้มากเกินไป... ก็มักจะไม่ได้พูดอะไรอีกเลย" ทันใดนั้น ชายคนนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ธามเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แรงปะทะจากการเหวี่ยงหมัดเฉียดใบหน้าเขาไปเพียงมิลลิเมตร ธามอาศัยจังหวะนี้คว้าท่อนเหล็กจากรั้วสวนที่หักโค่นขึ้นมาป้องกันตัว ทั้งสองแลกหมัดและอาวุธกันท่ามกลางสายฝนที่บดบังวิสัยทัศน์ ธามสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ชายโครงเมื่อศอกหนักๆ ของอีกฝ่ายกระแทกเข้าอย่างจังจนเขาล้มลงไปคลุกกับโคลน ชายชุดดำก้าวเข้ามาใกล้ เงาของเขาทาบทับร่างของธามที่กำลังพยายามยันตัวลุกขึ้น "จบสิ้นกันเสียที ตระกูลของคุณตายเพื่อรักษาความลับนี้ และคุณ... ก็ควรจะไปอยู่กับพวกเขา" เขาง้างมือที่ถือมีดสั้นวาววับขึ้นเหนือหัว ธามมองเห็นความตายอยู่ตรงหน้า ในวินาทีที่ใบมีดกำลังจะปักลงมานั้นเอง เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นเหนือเสียงพายุ ร่างของชายในชุดคลุมกระตุกวูบและทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ธามหอบหายใจถี่ด้วยความตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองตามวิถีกระสุนไปที่ระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์ ท่ามกลางเงามืดมิด ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมยาวสีขาวนวลยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเธอยังคงมีปืนพกขนาดเล็กควันจางๆ พุ่งออกมาจากปลายกระบอก นั่นคือมินตรา... แต่สิ่งที่ทำให้ธามต้องหัวใจหยุดเต้น ไม่ใช่เพราะเธอช่วยเขาไว้ แต่เป็นสิ่งที่เธอกำลังพูดในขณะที่ลดปืนลง มินตรามองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันว่างเปล่า ไร้ความอาทร และเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ในที่สุดเขาก็ขวางทางเราจนได้... ธาม คุณทำดีมากที่ล่อให้เขาเผยตัวออกมา แต่น่าเสียดาย ที่ความลับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณรู้ไปถึงตอนจบ" เธอหันไปพยักหน้าให้เงาสองร่างที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้เบื้องหลังธาม พวกเขาทั้งสองคนสวมเครื่องแบบของคนสวน แต่ในมือกลับถืออาวุธครบมือเหมือนนักฆ่ามืออาชีพ ธามพยายามจะลุกขึ้น แต่เขากลับรู้สึกถึงอาการเวียนหัวอย่างรุนแรง กลิ่นประหลาดที่ฟุ้งอยู่ในอากาศเริ่มทำให้สติของเขาเลือนราง เขามองมินตราที่กำลังเดินลงบันไดคฤหาสน์มาด้วยท่วงท่าสง่างาม เธอก้าวข้ามร่างของชายชุดดำที่นอนจมกองเลือดโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง "คุณ... มินตรา..." ธามเค้นเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้าง "ทั้งหมดนี้... คือแผนของคุณงั้นเหรอ?" มินตราหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา เธอโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยิน แต่เนื้อหาของมันกลับกรีดลึกลงไปในใจ "ทุกรอยจารึกต้องการการสังเวยเสมอ ธาม... และคืนนี้ คิวของคุณคือการเป็นส่วนหนึ่งของรอยจารึกนั้นตลอดกาล" เธอกดรีโมทในมือเบาๆ เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าของธาม พื้นดินที่เขานั่งอยู่เริ่มทรุดตัวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่แค่หลุมธรรมดา แต่เป็นห้องลับใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังกลบ ธามพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่ทรายและดินเริ่มไหลทะลักลงไปกลบฝังร่างของเขา วินาทีที่ความมืดมิดกลืนกินเขาทั้งตัว เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือเสียงหัวเราะเบาๆ ของมินตรา ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นว่า "ขอโทษนะธาม... แต่คนอย่างคุณ ไม่คู่ควรที่จะได้เห็นความจริงหรอก" หินปิดทับลงมาปิดตายทางออกทุกช่องทาง เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวท่ามกลางพายุที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่เบื้องบน ในความมืดมิดของห้องใต้ดิน ธามได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงลมหายใจของใครบางคน ที่ไม่ได้มาจากตัวเขาเอง ฟีนิกซ์สีทองขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจารึกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%