“อย่าให้มันออกไปจากคฤหาสน์ได้แม้แต่ก้าวเดียว... สั่งตายสถานเดียว ไม่ต้องสืบความอะไรอีกแล้ว”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของชายผู้กุมอำนาจเบื้องหลังเงามืด ก้องอยู่ในโสตประสาทของธามขณะที่เขาแอบอยู่หลังม่านกำมะหยี่หนาเตอะในโถงทางเดินชั้นสอง ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากความจริงที่ว่าชีวิตของเขากำลังถูกตีตราด้วยคำสั่งประหารจากปากของคุณหลวงอรรถโดยตรง
ธามกุมกล้องตัวโปรดไว้แน่น นิ้วชี้ที่มักจะทำหน้าที่บันทึกภาพความทรงจำ บัดนี้สั่นระริกด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน เขาเพิ่งได้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญในห้องทำงานลับนั่น มันไม่ใช่แค่เรื่องทุจริต แต่มันคือจดหมายเหตุเลือดที่ระบุถึงสาเหตุการจากไปของครอบครัวเขาเมื่อหลายปีก่อน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ ในความมืดสลัวของคฤหาสน์เก่าแก่ เขาเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสีดำสนิทเดินผ่านหน้าห้องไป พวกมันเคลื่อนไหวเงียบเชียบและแม่นยำดุจสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ ธามรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคร่ำครวญถึงอดีต หากเขายังอยากมีอนาคตเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายนี้ เขาต้องออกไปจากที่นี่... เดี๋ยวนี้
*พรึ่บ!*
เสียงพื้นไม้ลั่นเบาๆ จากด้านหลัง ธามชะงัก สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องว่างของผ้าม่าน เขาเห็นเงาตะคุ่มที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มนักฆ่า มันไม่ได้เดินไปตามโถงทางเดิน แต่มันกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่
“ออกมาเถอะธาม... เจ้าซ่อนได้ไม่นานหรอก” เสียงแหบพร่าดังขึ้น มันเป็นน้ำเสียงที่ดูนิ่งสงบจนน่าขนลุก “ข้าไม่ได้อยากทำให้งานเปื้อนเลือด แต่ถ้าเจ้าขัดขืน... รอยจารึกชื่อเจ้าบนป้ายหลุมศพคงต้องเปลี่ยนขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นสักหน่อย”
ธามขบกรามแน่น สมองทำงานอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบเห็นแจกันเซรามิกใบโตวางอยู่บนโต๊ะข้างตัว หากเขาเตะมันไปทางระเบียงล่อความสนใจ เขาอาจจะมีเวลาเสี้ยววินาทีในการหลบหนีไปทางบันไดหนีไฟ
แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไร ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออกอย่างกะทันหัน มินตราก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเธอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น เธอเห็นเงาสีดำนั่นทันทีที่ก้าวออกมา และโดยไม่ต้องเสียเวลาถาม เธอทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
“ทางนี้!” มินตราตะโกนลั่นพลางขว้างเชิงเทียนโลหะหนักใส่แจกันใบใหญ่ที่วางขวางทางเดินจนแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ความชุลมุนเกิดขึ้นในทันที นักฆ่าที่กำลังไล่ล่าธามชะงักหันไปทางต้นเสียง ธามไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกจาที่ซ่อนด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า เขาสับฝีเท้าไปตามระเบียงมืดมิด เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ฟุ่บ* เฉี่ยวผ่านหัวไหล่เขาไปเพียงไม่กี่นิ้วจนเสื้อสูทขาดวิ่น
“มินตรา! คุณทำอะไรลงไป!” ธามตะโกนกลับขณะวิ่งสุดกำลัง
“ฉันกำลังช่วยให้คุณรอดไปแฉความเลวของมันยังไงล่ะ!” มินตราสวนกลับพลางวิ่งขนานไปกับเขา “ห้ามหยุดเด็ดขาด! ถ้าคุณตาย... ความจริงทั้งหมดจะตายไปกับคุณ!”
ทั้งสองวิ่งผ่านห้องโถงกว้าง เสียงฝีเท้าของเหล่านักฆ่าไล่กวดมาติดๆ พวกมันชำนาญเส้นทางในคฤหาสน์นี้ดีกว่าธามหลายเท่านัก ธามเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินแคบๆ ที่เขารู้ว่ามันจะนำไปสู่ห้องใต้ดินซึ่งมีทางออกลับไปยังสวนหลังบ้าน
เขากระชากแขนมินตราให้หลบเข้าหลังตู้หนังสือเก่าแก่ขณะที่กลุ่มนักฆ่าวิ่งผ่านหน้าไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของทั้งคู่หอบถี่ กลิ่นฝุ่นและกลิ่นกระดาษเก่าอบอวลอยู่ในอากาศ ธามมองหน้ามินตรา ดวงตาของเธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม
“คุณหลวงอรรถไม่ได้ส่งมาแค่คนกลุ่มนี้” มินตรากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “ที่ดักรออยู่หน้าคฤหาสน์... มีมากกว่าสิบ”
ธามนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเช็กดูเมมโมรี่การ์ดในมือ มันปลอดภัยดี แต่มันยังไม่พอ หากเขาส่งข้อมูลนี้ออกไปไม่ได้ ทุกอย่างก็จบสิ้น “คุณมีทางออกอื่นไหม มินตรา”
“มี...” เธอเว้นจังหวะ “แต่ทางนั้น... คุณต้องยอมทิ้งทุกอย่างที่คุณเคยเชื่อมาตลอด”
ก่อนที่ธามจะได้ซักไซ้ เสียงฝีเท้าที่เคยห่างออกไปกลับย้อนคืนมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องกราดผ่านรอยแยกของตู้หนังสือ ธามหันไปสบตากับมินตรา เห็นความลังเลที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ก่อนที่เธอจะคว้าข้อมือเขาไว้แน่นแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ธามต้องหยุดกึก
“ธาม... คนที่สั่งการนักฆ่าในคืนนี้ ไม่ใช่คุณหลวงอรรถเพียงลำพัง แต่มันคือคนในครอบครัวของคุณที่รอดชีวิตมาได้และกลายเป็นมือขวาของเขา... ดูที่รอยสักบนข้อมือของมันดีๆ นั่นคือสัญลักษณ์ที่คุณคุ้นเคยที่สุด”
ชายชุดดำคนหนึ่งพังตู้หนังสือออกมา เผยให้เห็นรอยสักรูปฟีนิกซ์สีทองที่พันรอบกระบอกปืนในมือมัน... ธามเบิกตากว้าง มือที่จับกล้องสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าเจ้าของรอยสักนี้เพิ่งเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดนี้ไปกับผมในบทที่ยี่สิบเก้า แล้วพบกันในความลับที่จะถูกเปิดเผยในบทถัดไปนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 29
เงามืดที่ไล่ล่า
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!