“คุณคิดจริงๆ หรือครับว่า ความตายของคนในตระกูลผมเมื่อยี่สิบปีก่อน เป็นเพียงอุบัติเหตุที่คุณแค่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของคุณหลวงอรรถดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ ธามยืนตัวตรง มือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เขาไม่คิดว่าการแอบย่องเข้าไปในห้องเอกสารลับเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับตราประทับโบราณ จะนำมาสู่การเผชิญหน้ากับ ‘เจ้าบ้าน’ ผู้กุมอำนาจมืดในคฤหาสน์หลังนี้โดยตรง
ธามสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก สายตาที่เคยมองผ่านเลนส์กล้องด้วยความใจเย็น บัดนี้ต้องหันมาจ้องมองนัยน์ตาคมกริบของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักขัดมัน
“ผมเป็นเพียงช่างภาพครับคุณหลวง สิ่งที่ผมสนใจคือประวัติศาสตร์ที่จางหายไป ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แม้จะรู้ว่าคำโกหกนี้มันบางเบาราวกับกระดาษสา
คุณหลวงอรรถหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง เขาค่อยๆ วางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ ก่อนจะดันมันมาทางธามอย่างช้าๆ
“ประวัติศาสตร์มักถูกเขียนโดยผู้ชนะเสมอครับคุณธาม... แต่ดูเหมือนคุณจะพยายามขุดคุ้ย ‘ความพ่ายแพ้’ ของคนอื่นขึ้นมาประจาน และนั่นคือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด”
ธามก้มมองแฟ้มนั้น หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งหลุดออกมา มันไม่ใช่ภาพที่เขากำลังสืบหา แต่มันคือภาพของตัวเขาเอง... ภาพขณะที่เขากำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้องใต้ดินเมื่อคืนก่อน และยังมีภาพของมินตราที่ยืนกำบังทางให้เขาอยู่ห่างๆ
แผนการทั้งหมดที่เขาวางไว้กับมินตราพังทลายลงในพริบตา ความมั่นใจที่เคยมีว่าเขาสามารถลอบเร้นผ่านสายตาคนในคฤหาสน์ได้ กลายเป็นความไร้เดียงสาที่น่าขัน
“มินตราอยู่ไหนครับ” ธามถามออกไปโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อความกังวลเรื่องหญิงสาวพุ่งเข้าครอบงำ
“ห่วงคนอื่นก่อนห่วงตัวเองหรือครับ ช่างเป็นชายหนุ่มที่ใจกว้างเสียจริง” คุณหลวงอรรถลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนก้าวเข้ามาใกล้ธามช้าๆ “คุณมินตราเขาเป็นคนในครอบครัว เขารู้ว่าอะไรควรทำและไม่ควรทำ แต่คุณ... คนนอกที่พยายามจะสวมบทบาทเป็นนักสืบ คุณคิดว่าชะตากรรมของคนที่รู้มากเกินไปในคฤหาสน์หลังนี้จะเป็นอย่างไร?”
ธามขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับบานประตูที่ถูกปิดตายตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าหากเขายังดันทุรังเล่นตามเกมเดิม เขาจะไม่มีวันรอดออกไปจากที่นี่พร้อมกับความจริงที่เขาตามหา
“คุณฆ่าพวกเขาทุกคนใช่ไหม” ธามตัดสินใจถามตรงๆ เปลี่ยนจากการหลบหลีกมาเป็นการรุกฆาตในวินาทีสุดท้าย
คุณหลวงอรรถชะงักฝีเท้า แววตาที่เคยนิ่งสงบไหวระริกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาดุจผิวน้ำที่ราบเรียบอีกครั้ง “ความจริงนั้นอันตรายเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการถึง และการที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของผม นั่นหมายความว่าคุณตกลงที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงาที่ไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงฝีเท้าที่บ่งบอกว่าไม่ได้มากันเพียงลำพัง ธามรู้ทันทีว่าโอกาสที่เขาจะได้หนีออกไปทางเดิมนั้นไม่มีเหลือแล้ว เขาหันไปมองหน้าต่างบานสูงที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเขากับหน้าต่างคือทางรอดเดียว แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจกระโจนออกไป ประตูห้องก็ถูกเปิดผางออกพร้อมกับร่างของมินตราที่ถูกลากเข้ามาโดยชายชุดดำสองคน
ใบหน้าของมินตราซีดเผือด แต่สายตาของเธอยังคงมุ่งมั่น เธอส่งสัญญาณบางอย่างที่ธามแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เธอไม่ได้กำลังขอความช่วยเหลือ แต่เธอกำลังบอกให้เขา ‘ทำในสิ่งที่ต้องทำ’ โดยไม่สนใจว่าเธอจะเป็นอย่างไร
คุณหลวงอรรถยกยิ้มที่มุมปาก “คุณมินตราพยายามจะปกป้องคุณจนนาทีสุดท้ายนะครับธาม น่าซาบซึ้งใจจริงๆ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ ผมอยากให้ดูนี่เสียก่อน...”
เขากดปุ่มรีโมทบนโต๊ะ จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือเลื่อนลงมา เผยให้เห็นภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถ่ายให้เห็นบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำ กำลังหยิบอาวุธชนิดเดียวกันกับที่ใช้สังหารครอบครัวของธามออกมาจากห้องนิรภัยส่วนตัวของเขาเอง และบุคคลนั้น... ก็คือคนเดียวกับที่ยืนถือปืนจ่อไปที่มินตราในขณะนี้
ธามเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนในวิดีโอผ่านแสงไฟที่สาดส่อง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุดในชีวิตการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนที่เปรียบเสมือนอาจารย์ผู้ชี้แนะเขาในการตามหาความจริง... คนที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืดของห้องทำงานนี้ตั้งแต่ต้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งความลับนี้ด้วยกันครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 26
จุดเปลี่ยนของแผนการ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!