"ความจงรักภักดีมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ แต่มันดูเหมือนว่าคุณจะตีค่าความเป็นพี่น้องของผมต่ำเกินไปหน่อยนะครับ... คุณศรุต"
เสียงของธามเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยไอเย็นยะเยือก เขาจ้องมองภาพถ่ายในมือ—หลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นเงาร่างของคนที่เขาไว้ใจที่สุด กำลังยืนอยู่ในห้องทำงานลับของคุณหลวงอรรถเมื่อคืนวานนี้ แสงไฟจากโคมระย้าในห้องโถงคฤหาสน์สั่นไหวราวกับจะดับวูบไปตามความกดอากาศที่จู่ๆ ก็พุ่งสูงขึ้น
ศรุต ชายหนุ่มผู้เป็นสหายร่วมตายและมือขวาคนสนิทของธาม ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนที่ควรจะเป็น เขาสงบนิ่งจนน่าขนลุก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย
"ธาม... โลกมันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสัตย์ซื่อหรอกนะ แต่มันขับเคลื่อนด้วยความอยู่รอด" ศรุตกล่าวพลางหยิบซิการ์ขึ้นมาจุด ไฟแช็กสีทองสะท้อนกับแสงไฟ "คุณหลวงมีข้อเสนอที่ผมปฏิเสธไม่ได้ สิ่งที่คุณพยายามตามหามาตลอดชีวิต 'รอยจารึก' นั่นน่ะ ถ้ามันตกอยู่ในมือคุณ มันก็แค่เศษเหล็กที่ไม่มีราคา แต่ถ้าอยู่ในมือท่าน มันคืออำนาจที่ซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ชีวิตของครอบครัวผมที่คุณเคยบอกว่าจะช่วยปกป้อง"
ธามกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาไม่ได้โกรธเพราะความแค้น แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกมีดปักลงกลางหลังโดยคนที่เขามอบกุญแจทุกดอกในชีวิตให้
"ผมเคยคิดว่าเราคือคนกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่..." ธามเค้นเสียงออกมา "แต่ที่แท้ คุณก็แค่อีกหนึ่งเงาที่รอวันจะกลืนกินผม"
"ไม่ใช่การกลืนกินครับธาม... แต่มันคือการปรับทัศนวิสัย" ศรุตเดินเข้าไปใกล้ธาม กลิ่นควันซิการ์ฉุนกึกอบอวลไปทั่วบริเวณ "คุณหลวงอรรถไม่ได้ต้องการฆ่าคุณ ท่านแค่ต้องการให้คุณเลิกยุ่งกับอดีต แล้วปล่อยให้ประวัติศาสตร์ที่เขาเขียนขึ้นดำเนินต่อไปโดยไม่มีคนขวางทางอย่างคุณ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของธาม เขาหันไปสบตากับมินตราที่ยืนอยู่มุมห้อง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและแฝงความนัยบางอย่างที่ธามเพิ่งสังเกตเห็น... เธอไม่ได้ดูประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
"มินตรา..." ธามเรียกชื่อเธอเบาๆ ความสงสัยเริ่มกัดกินหัวใจ "หรือว่าคุณเองก็..."
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะเปิดกระเป๋าถือใบเล็กออกมา สิ่งที่วางอยู่ข้างในนั้นคือตราประทับสีชาดที่ธามตามหามาตลอดสามปี—ตราประทับที่เป็นกุญแจไขปริศนาเรื่องครอบครัวของเขา
"ฉันขอโทษค่ะธาม..." เสียงของมินตราสั่นเครือแต่มั่นคง "คุณหลวงไม่ได้ต้องการแค่รอยจารึก ท่านต้องการสายเลือดของผู้ที่รู้ความลับนี้ทั้งหมด... และเพื่อให้ฉันรอด ฉันไม่มีทางเลือกอื่น"
หัวใจของธามเหมือนถูกกระชากออกจากอก ความจริงตรงหน้าโหดร้ายยิ่งกว่าความตาย สหายรักทรยศ คู่คิดที่เขาสุดแสนจะไว้ใจก็เป็นเพียงหมากอีกตัวที่เดินตามเกมของคุณหลวง ธามกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความรู้สึกแปลกแยก ราวกับว่าเขาไม่เคยรู้จักคนตรงหน้ามาก่อนเลย
ศรุตหัวเราะในลำคอพลางปรบมือเบาๆ "เอาล่ะ ธาม คุณยังมีโอกาสเลือกนะ วางปืนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูทนั่นลง แล้วก้าวถอยหลังไปซะ ก่อนที่คนของท่านจะเข้ามาเห็นคุณในสภาพที่ดูไม่จืด"
ธามไม่ได้ทำตามนั้น เขากลับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่ตายใบสุดท้ายไว้ในมือ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่กระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังศรุต
"พวกคุณคิดจริงๆ หรือครับว่าผมจะมาที่นี่โดยไม่มีแผนสำรอง?" ธามเอ่ยเสียงเรียบ "ศรุต... คุณรู้จักผมมาสิบปี คุณคิดว่าผมจะทิ้งหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ไว้ในที่ที่คนอย่างคุณจะหาเจอได้ง่ายๆ งั้นหรือ?"
เสียงปืนดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด หน้าต่างห้องโถงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายชุดดำที่ไม่ได้มาจากฝั่งคุณหลวงอรรถ แต่เป็นกลุ่มคนที่ธามแอบซุ่มเตรียมไว้เพื่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ
ท่ามกลางความโกลาหล ธามพุ่งตัวเข้ากระชากตราประทับจากมือมินตรา ทั้งสองคนสบตากันในเสี้ยววินาทีที่เวลาดูเหมือนจะหยุดเดิน ธามเห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นจากดวงตาของมินตรา แต่มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือคำเตือน...
มินตราคว้าข้อมือธามไว้แน่นแล้วกระซิบด้วยเสียงที่เบาที่สุด "อย่าเพิ่งหนีไปทางประตูหน้า... คุณหลวงไม่ได้มีแค่ศรุตเป็นสายตา ท่านวางกับระเบิดไว้ใต้พื้นคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่แรกแล้ว"
ก่อนที่ธามจะทันได้ถามอะไรต่อ แสงไฟในห้องดับวูบลงสนิท เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังสนั่นขึ้นจากชั้นใต้ดินจนพื้นคฤหาสน์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว ศรุตหายตัวไปในความมืด ส่วนธามถูกแรงอัดของระเบิดกระแทกจนร่างลอยไปกระแทกกับผนัง ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นไหม้ที่คละคลุ้ง ธามได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้ เขาพยายามเพ่งมองผ่านฝุ่นควัน และภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้เขาต้องหยุดหายใจ...
คนผู้นั้นไม่ใช่ศรุต ไม่ใช่มินตรา และไม่ใช่คนของคุณหลวงอรรถ แต่เป็นชายในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปนานแล้ว!
ด้วยความเคารพจากใจ ฟีนิกซ์สีทองครับ
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 25
การทรยศของคนใกล้ตัว
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!