ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 39

หน้ากากที่หลุดลุ่ย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงชัตเตอร์ของกล้องดิจิตอลนับสิบตัวที่รัวระรัวราวกับเสียงฝนตกกระหน่ำในฤดูร้อน ไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้เท่ากับแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามาราวกับจะแผดเผาตัวตนจอมปลอมให้มลายหายไป คุณหลวงอรรถยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด แม้ว่ารอบกายเขาในยามนี้จะเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐในเครื่องแบบสีกากี และไมโครโฟนจากสำนักข่าวต่างๆ ที่ยื่นล้ำเข้ามาจนเกือบจะชนปลายจมูก โครงหน้าคมสันที่ผ่านกาลเวลามาอย่างโชกโชนยังคงเชิดขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงความถือดีที่ถูกหล่อหลอมมาตลอดชีวิตการเป็นผู้มีอิทธิพล "ทางเรามีหมายศาลเข้าค้นและอายัดทรัพย์สินทุกรายการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโฉนดที่ดินสาธารณะประโยชน์ครับท่านอรรถ" เสียงของสารวัตรอภิชาติราบเรียบและทรงพลังพอที่จะกลบเสียงรอบข้างให้เงียบลงได้ในพริบตา ธามยืนอยู่หลังกลุ่มผู้สื่อข่าว เลนส์เทเลโฟโต้ในมือจับภาพรอยกระตุกที่มุมปากข้างขวาของคุณหลวงอรรถไว้ได้พอดิบพอดี มันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่รอยยิ้มเย้ยหยันจะถูกปั้นแต่งขึ้นมาแทนที่ "กฎหมายมีไว้สำหรับคนทำผิด... แต่บางที สภาวะบ้านเมืองตอนนี้ก็ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนถือบรรทัดวัด" คุณหลวงอรรถกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจจิตวิทยาที่สั่งสมมานาน เขากวาดสายตามองฝูงชนราวกับกำลังมองฝุ่นผง มินตราที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากธาม ขยับตัวเล็กน้อย มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายผู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่แต่มีเบื้องหลังพัวพันกับการตายของคนในครอบครัว เธอกำลังอดกลั้นความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น "ท่านไม่ต้องสงสัยเรื่องกฎหมายหรอครับ..." ธามก้าวออกมาจากเงาของเสาหินอ่อน เปล่งเสียงกังวานผ่านความเงียบที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น "เพราะหลักฐานทั้งหมดในแฟ้มนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากความแค้น แต่มันถูกจารึกด้วยหยาดน้ำตาของคนที่เคยถูกท่านเหยียบย่ำต่างหาก" บรรยากาศในโถงรับAกของคฤหาสน์ตระกูลอรรถเดชาพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น สายตาทุกคู่หันขวับมามองชายหนุ่มผู้มาใหม่ คุณหลวงอรรถหันขวับตามเสียงนั้น ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องเขม็งมาที่ธาม รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่อย่างไม่ปิดบัง "ไอ้เด็กช่างภาพ... แกคิดว่าหลักฐานกระดาษไม่กี่แผ่น จะล้างความจริงที่ตระกูลข้าสร้างมาเป็นร้อยปีได้งั้นรึ" คุณหลวงอรรถเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน แม้สถานการณ์จะจนมุม แต่เสือร้ายตัวนี้ก็ยังคงพยายามจะขู่คำรามเป็นครั้งสุดท้าย "ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกสร้างด้วยนามสกุลครับคุณหลวง แต่มันถูกพิสูจน์ด้วยความจริง" มินตราก้าวแทรกตัวขึ้นมาเคียงข้างธาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้คุณหลวงอรรถถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของผู้นำตระกูลไหววูบเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นสายตาที่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวผู้กุมความลับทั้งหมด แสงแฟลชยังคงสว่างวาบต่อเนื่อง บันทึกภาพความพ่ายแพ้ที่กำลังค่อยๆ กัดกินอำนาจอันยิ่งใหญ่ทีละน้อย สารวัตรอภิชาติส่งสัญญาณมือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น พื้นที่รอบตัวคุณหลวงอรรถแคบลงทุกที เช่นเดียวกับทางหนีทีไล่ที่ถูกปิดตายทุกด้าน "เชิญครับ..." สารวัตรอภิชาติผายมือไปทางประตูทางออก พร้อมกับกุญแจมือเหล็กสะท้อนแสงไฟวับวาว คุณหลวงอรรถไม่ได้ขัดขืน เขายืดตัวตรงอย่างสง่างามในวาระสุดท้ายของการเป็นผู้มีอำนาจ สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ธามและมินตรา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างน่ากลัว "พวกเธอคิดว่าชนะแล้วสินะ..." คุณหลวงอรรถกระซิบเบาๆ ในจังหวะที่เดินผ่านคนทั้งคู่ "แต่ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้รากฐานของบ้านหลังนี้... ต่อให้ข้าล้มลง มันก็พร้อมจะฝังพวกเธอให้ตายทั้งเป็นไปพร้อมกัน" ประโยคนั้นทำให้ธามรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปตามสันหลัง ความเย็นเยียบแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจในทันที ก่อนที่ร่างของคุณหลวงอรรถจะถูกควบคุมตัวเดินลับสายตาออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่ากลัวภายในห้องโถงใหญ่ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดกำลังจะจบลงด้วยความยุติธรรม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง ก็ดังขึ้นจากทางระเบียงชั้นสอง แปะ... แปะ... แปะ... ธามและมินตราชะงัก หันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันด้วยความตกใจ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวน ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคย—รอยยิ้มของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงาสีดำทั้งหมดนี้ตั้งแต่เริ่มต้น และเขาก็คือคนเดียวกับที่ธามคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน "ทำได้ดีมาก... หลานรักทั้งสองคน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาที่มองลงมาอย่างสมเพชและเย้ยหยัน ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%