ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 40

เสียงปืนที่สั่นคลอนหัวใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เลือดมึงได้อาบแผ่นดินคฤหาสน์นี่แน่ ธาม!" เสียงตะคอกแหบพร่าของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทดังก้องไปทั่วโถงทางเดินไม้สักโบราณ ปลายกระบอกปืนลูกซองสั้นจ่อตรงมาที่กึ่งกลางหน้าอกของผม ธาม... ผมนิ่งงัน ลมหายใจที่หอบถี่จากการวิ่งหนีเมื่อครู่เริ่มปรับจังหวะให้เยือกเย็นลง ความรู้สึกหวาดกลัวไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ผมถอยหลังกลับไปได้ ในเมื่อความจริงเรื่องครอบครัวของผมถูกซุกซ่อนไว้ใต้รอยจารึกอันเน่าเฟะของตระกูลอรรถมานานเกินพอ "ลูกน้องคุณหลวงที่พกปืนมาไล่ฆ่าคนในบ้านตัวเองแบบนี้... ไม่รู้สิครับ ผมว่าคุณหลวงคงไม่ได้สั่งให้คุณมายิงผมหรอก เพราะถ้าผมตายที่นี่ ใครจะเป็นคนไขรหัสลับในสมุดจดเล่มนั้นให้ท่านล่ะ?" ผมย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ ชายคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่ฉายแววดุดันเริ่มสั่นไหวด้วยความลังเล มันเป็นจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีที่ผมต้องการ ผมก้าวเท้าเบี่ยงตัวเข้าหามุมเสาไม้แกะสลักทันทีที่นิ้วชี้ของมันเริ่มเหนี่ยวไก *ปัง!* เศษไม้กระจายฟุ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสียงระเบิดของกระสุนก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ผมตัดสินใจพุ่งตัวเข้าใส่เป้าหมายทันที มือคว้าข้อมือที่ถือปืนไว้แน่น เรายื้อยุดกันท่ามกลางความมืดมิดของคฤหาสน์ที่ถูกปิดตาย กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นสาบไม้เก่าคลุ้งไปทั่ว "มึงมันตัวซวย... มึงมาที่นี่เพื่อทำลายทุกอย่าง!" มันคำราม ลำตัวหนาอัดกระแทกผมเข้ากับผนังไม้จนจุกไปถึงกระดูกสันหลัง "ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่พวกคุณพรากไป!" ผมตะโกนกลับ แรงฮึดเฮือกสุดท้ายทำให้ผมตัดสินใจเหวี่ยงศอกเข้าที่ขมับของมันจนเสียหลัก ปืนหลุดจากมือกระเด็นไปไกลบนพื้นพรมเก่าแก่ การต่อสู้ระยะประชิดดำเนินไปอย่างดุเดือด ผมไม่ใช่คนมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ความแค้นที่อัดแน่นในอกตลอดหลายปีที่ผ่านมามันกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี หมัดของผมกระทบเข้าที่ใบหน้าของมันจนลิ้มรสคาวเลือดในปาก แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ใช่ย่อย มันสวนกลับด้วยแรงมหาศาลจนผมล้มลงไปกองกับพื้น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดทอดเงาเป็นริ้วยาวราวกับกรงขัง "ธาม! หยุดเถอะ!" เสียงอุทานที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากสุดโถงทางเดิน มินตราวิ่งเข้ามาในชุดนอนสีขาวที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าของเธอซีดเผือด สายตาเบิกกว้างเมื่อเห็นผมกำลังถูกบีบคอจนหน้าเขียว "อย่ายุ่งมินตรา! ออกไปจากตรงนี้!" ผมคำรามลั่น ขยับมือคว้าโคมไฟตั้งโต๊ะทองเหลืองข้างๆ ฟาดเข้าที่ขมับของศัตรูอย่างจัง จนร่างนั้นแน่นิ่งไป ความเงียบเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของผมและมินตราที่ดังก้อง ผมค่อยๆ ยันตัวขึ้น พยายามจัดเสื้อผ้าที่ฉีกขาดด้วยมือที่สั่นเทา มินตราวิ่งเข้ามาประคองผมไว้ น้ำตาใสๆ รื้นอยู่ที่ขอบตาของเธอ "คุณทำอะไรลงไป... ถ้าคุณหลวงรู้ เขาไม่ปล่อยคุณไว้แน่" เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ "เขารู้ตั้งนานแล้วล่ะ" ผมขยับยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "มินตรา... คุณบอกผมมาตามตรงเถอะ ในคืนที่ครอบครัวผมตาย คุณเห็นอะไรในห้องสมุดนั้นกันแน่?" มินตรานิ่งอึ้ง สายตาของเธอหลุบต่ำราวกับกำลังขัดแย้งกับหัวใจตัวเอง ในจังหวะที่ผมกำลังจะคาดคั้นคำตอบ ความเย็นเยียบจากปลายกระบอกปืนอีกกระบอกก็จ่อเข้ามาที่ท้ายทอยของผมอย่างแผ่วเบา เสียงตบมือเบาๆ และจังหวะก้าวเท้าที่สุขุมเยือกเย็นดังขึ้นจากความมืดมิดด้านหลัง "ฉากละครดุเดือดดีนี่ ธาม... เสียดายที่บทสรุปของเธอไม่ได้จบที่ตรงนี้" น้ำเสียงคุ้นเคยที่ทรงอำนาจทำเอาผมชะงักค้าง มินตราหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เธอผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อร่างของคุณหลวงอรรถก้าวออกมาจากเงามืดของเสาใหญ่ ในมือเขามีสมุดจดเล่มสีน้ำตาลที่ผมตามหามาตลอดชีวิต แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ปืนที่จ่อหัวผมอยู่... แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมืออีกข้างของคุณหลวง มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งมีรอยไหม้... รูปถ่ายของแม่ผมที่ยืนคู่กับเด็กชายคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีปานแดงเป็นรูปนกฟีนิกซ์ที่หลังคอ... ปานแบบเดียวกับที่ผมเห็นในเงาสะท้อนกระจกของตัวเองทุกคืน "เธออยากรู้ความจริงไม่ใช่หรือ ธาม... งั้นก็ลองบอกผมซิ ว่าลูกชายที่ถูกทิ้งไว้ในกองเพลิงวันนั้น กับศพที่เธอนับถือว่าเป็นพ่อแม่น่ะ... จริงๆ แล้วเธอคือใครกันแน่?" รอยยิ้มของคุณหลวงอรรถกรีดกรายชวนสยองขวัญในความมืดที่ไร้ทางออก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%