ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 19

รอยร้าวแห่งอำนาจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคนตายยังฟื้นกลับมาเดินหายใจรดต้นคอคนเป็นได้แบบนี้ ผมว่านรกคงจะแน่นเกินไปจนต้องปล่อยให้วิญญาณบาปกลับมาเดินเพ่นพ่านในคฤหาสน์คุณหลวงแล้วล่ะครับ" ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น มือที่กำกล้องถ่ายรูปคู่ใจสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขาหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีเข้ม กลิ่นอายของซิการ์ราคาแพงและกลิ่นกำยานจางๆ ประจำตัวของคุณหลวงอรรถลอยวนอยู่รอบตัวเขา ราวกับถูกบีบคั้นด้วยแรงกดอากาศมหาศาล คุณหลวงอรรถไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองอย่างที่ธามคาดคิด ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัยทว่ายังคงความสง่างามนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนจ้องมองธามด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ท่านจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแช่มช้า "ความเกลียดชังทำให้คนเราตาบอดได้เสมอ ธาม..." คุณหลวงกล่าวพลางก้าวเดินช้าๆ ไปยังตู้โชว์ไม้สักทองหลังใหญ่ "เจ้าเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด คนเรามักจะสร้างกำแพงกั้นความจริงไว้ด้วยความโกรธแค้นเสมอ" "ความโกรธของผมมีที่มาที่ไปครับคุณหลวง และมันไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ เหมือนกับที่คุณกำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น" ธามสวนกลับทันควัน สายตาเขาสอดส่ายไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน เสียงฝีเท้าที่เขาได้ยินเมื่อครู่หายไปแล้ว แต่มันยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท คุณหลวงหยุดยืนหน้าตู้โชว์ ท่านหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่ซีดจางใส่กรอบไม้ขัดเงาออกมา มือที่สั่นเทาเล็กน้อยนั้นลูบไล้กรอบรูปอย่างทะนุถนอม ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตรงหน้าธาม "นี่คือพ่อของเจ้า" ท่านกล่าวเบาๆ "และนี่คือภาพของข้า... ในวันที่เรายังเป็นสหายร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เจ้าคิดว่าข้าจะอยากเผาผลาญชีวิตคนที่ข้ารักที่สุดด้วยมือตัวเองอย่างนั้นหรือ?" ธามชะงัก สายตาจับจ้องที่รูปถ่าย พ่อของเขายืนยิ้มเคียงข้างคุณหลวงอรรถในวันที่ทั้งคู่ยังหนุ่มแน่น แววตาของคนทั้งสองในรูปดูสนิทสนมเกินกว่าจะเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้อง แต่มันกลับเป็นความสัมพันธ์ของ 'พี่น้อง' ที่ฝากชีวิตไว้ด้วยกันได้ "อย่าใช้ภาพถ่ายมาลบเลือนรอยเลือดที่ผมเห็นในคืนนั้นครับ" ธามกัดฟันกรอด "ไฟที่กลืนกินบ้านผม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคนที่ได้ผลประโยชน์จากมรดกที่หายไปของตระกูลผม ก็คือคุณ" คุณหลวงอรรถถอนหายใจยาวอีกครั้ง ครั้งนี้ดูเหมือนความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีมาตลอดกลับดูอ่อนแรงลง ท่านเดินเข้ามาใกล้ธามอีกก้าวหนึ่ง จนธามสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างของคุณหลวง ก่อนที่ท่านจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ธามต้องชะงักกึก "ถ้าข้าบอกว่า ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าเขา... แต่ข้าเป็นคน 'ปล่อย' ให้เขาตาย เพราะข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อรักษาบางสิ่งที่สำคัญกว่าชีวิตของเขาและเจ้า... เจ้าจะเชื่อข้าไหม?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ธามมองเข้าไปในดวงตาของคุณหลวง ท่านไม่ได้กำลังแสดงละคร ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากผู้นำตระกูลนั้นจริงแท้จนน่าสะพรึงกลัว คุณหลวงอรรถค่อยๆ วางมือลงบนบ่าของธาม น้ำหนักมือที่กดลงมานั้นหนักอึ้ง แต่ทว่ามีความสั่นไหวบางอย่างซ่อนอยู่ "ข้าไม่ได้ต้องการอำนาจเพียงเพราะความโลภ ธาม... ข้าต้องการมันเพื่อปกป้องความลับบางอย่างที่หากมันหลุดรอดออกไป ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเรา รวมถึงชีวิตของเจ้าที่ข้าเฝ้าถนอมไว้ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาจะมอดไหม้ไปยิ่งกว่ากองเพลิงนั่น" "คุณกำลังจะบอกว่า... ที่คุณดูแลผม ส่งเงินให้เรียน จนผมกลับมาที่นี่เพื่อถ่ายภาพคฤหาสน์หลังนี้ เพราะคุณกลัว?" ธามแค่นหัวเราะ "คุณกลัวความลับงั้นเหรอ?" "ข้ากลัวว่าเจ้าจะเปิดกล่องดวงใจที่ข้าอุตส่าห์ปิดตายไว้" คุณหลวงตอบเสียงเครือ "มาเถิด... หากเจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด ข้าจะพาเจ้าไปพบ 'พ่อของเจ้า' ที่เจ้าคิดว่าตายไปแล้ว" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ ธามรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาไม่ได้สติจนกระทั่งคุณหลวงเดินนำไปที่ผนังห้องด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเพียงกำแพงไม้ธรรมดา แต่ท่านกลับกดลงบนกลไกซ่อนเร้นที่ธามไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ผนังไม้ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกเผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดินที่มืดมิด "เจ้ามีเวลาตัดสินใจ ธาม" คุณหลวงหันกลับมามอง "จะวางกล้องลง แล้วเดินตามข้าไปพบความจริงที่จะเปลี่ยนชีวิตเจ้าไปตลอดกาล หรือจะหันหลังกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่เจ้าคิดว่ามันถูกต้อง... แต่ไร้ซึ่งคำตอบที่เจ้าโหยหามาตลอดทั้งชีวิต" ธามยืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหายใจติดขัด ความอยากรู้อยากเห็นกับความหวาดระแวงตีรวนกันอยู่ในอก เขาเหลือบมองกล้องในมือ—อาวุธเพียงอย่างเดียวที่เขาใช้เปิดโปงความจริงมาโดยตลอด ก่อนจะตัดสินใจวางมันลงบนโต๊ะข้างๆ แล้วก้าวเท้าตามคุณหลวงไปในความมืด ทางเดินใต้ดินอบอ้าวไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลน พวกเขาเดินลงมาจนสุดทาง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของธามไม่ใช่ห้องขังหรือห้องทรมานอย่างที่คิด แต่มันคือห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารเก่าๆ และร่างชายชราคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้พวกเขาอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ชายชราผู้นั้นค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าที่ธามจดจำได้แม่นยำในความทรงจำกำลังเผยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่พาดผ่านลำคอ "พ่อ...?" ธามครางเรียกเสียงหลง ชายชราคนนั้นยกมือขึ้นปิดปากธามไว้ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูธามด้วยเสียงแหบพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งถูกขยี้ "อย่าเรียกฉันว่าพ่อ... เพราะคนที่เจ้าเห็นในรูปถ่ายนั่น คือคนที่สวมรอยเป็นฉันมาตลอดยี่สิบปี ส่วนฉันน่ะ... คือคนที่ถูกจองจำในนรกขุมนี้ด้วยมือของไอ้คนข้างหลังเจ้านั่นแหละ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของธามร่วมกับฟีนิกซ์สีทองนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%