ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของคฤหาสน์

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณยังอยากมีลมหายใจกลับออกไปจากที่นี่ ก็จงวางกล้องนั่นลง แล้วออกไปซะ ก่อนที่เสียงของมันจะกลายเป็นเสียงสุดท้ายที่คุณจะได้ยิน" มินตรากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอแตะลงบนแขนของธาม แรงบีบนั้นหนักแน่นราวกับต้องการถ่ายทอดความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในกระดูกสันหลัง หญิงสาวไม่ได้มองหน้าเขา สายตาของเธอจับจ้องไปที่โถงทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาของเสาไม้สักต้นยักษ์ทอดยาวเป็นรอยแยกคล้ายบาดแผลกลางคฤหาสน์ ธามไม่ขยับ เขาเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววความเจ็บปวดที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือแววตาของคนที่เคยสูญเสีย และแววตาของคนที่กำลังรอวันสูญเสียซ้ำอีกครั้ง "กฎเหล็กข้อแรกของที่นี่คืออะไร มินตรา?" ธามถามพลางลดกล้องลงเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากผนังไม้ที่ฉลุลายเถาวัลย์แปลกตา ลายนั้นดูขัดตา... มันไม่ใช่ศิลปะไทยโบราณที่เขาเคยเห็น หากพินิจให้ดี มันดูคล้ายลายเซ็นของอักขระบางอย่างที่บิดเบี้ยว "อย่าถามในสิ่งที่คำตอบอาจฆ่าคุณได้" เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวก้าวออกห่าง "คุณหลวงไม่ได้เก็บผมไว้ในคฤหาสน์นี้เพราะความเมตตา ท่านเก็บไว้เพราะเราคือ 'จารึกที่มีชีวิต' และถ้าเมื่อไหร่ที่จารึกนั้นหมดประโยชน์... รอยสลักที่ผนังนั่นแหละ จะกลายเป็นที่ฝังศพถัดไป" ธามนิ่งเงียบ เสียงนาฬิกาลูกตุ้มโบราณในห้องโถงใหญ่ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักหน่วงเหมือนเสียงหัวใจที่ถูกกักขัง เขาไม่ได้กลัวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม ความอยากรู้อยากเห็นที่สั่งสมมาตลอดหลายปีนับแต่ครอบครัวเขาหายสาบสูญไปพร้อมกับตำนานตระกูลอรรถวานิชกลับลุกโชนขึ้น เขาหันกลับไปที่ผนังไม้จุดเดิม ปลายนิ้วสัมผัสลงบนเนื้อไม้ที่เย็นเยียบผิดปกติ ในวินาทีที่ผิวสัมผัสกับรอยสลัก ปลายกระบอกเลนส์ของกล้องตัวโปรดที่สะพายอยู่ก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง ธามชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานเก่าที่แขวนอยู่ใกล้ๆ—ไม่ใช่เงาของเขา แต่มันเป็นเงาของร่างใครบางคนที่ยืนอยู่หลังเขานิ่งสนิท "นั่นไม่ใช่ลายสลัก..." ธามพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่า เขารีบยกกล้องขึ้น เล็งผ่านช่องมองภาพไปที่ซอกมุมของผนังไม้ที่มีรอยลึกผิดปกติ แสงแฟลชสลัวจากกล้องฉายวาบไปกระทบกับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นไม้ที่เผยอขึ้นเพียงนิดเดียว มันเป็นกระดาษแผ่นเก่าที่เหลืองกรอบจนแทบจะกลายเป็นฝุ่นผง แต่มันมีสัญลักษณ์ที่เขาจำได้ดี... ตราประทับของตระกูลที่หายสาบสูญไปนานกว่าสามทศวรรษ! "ธาม! หยุดเดี๋ยวนี้!" มินตรากรีดร้อง แต่สายไปแล้ว ทันทีที่เขากดชัตเตอร์เพื่อเก็บหลักฐาน เสียง 'แกร๊ก' เบาๆ ดังขึ้นจากพื้นใต้ฝ่าเท้า ราวกับกลไกบางอย่างที่ถูกวางไว้หลายทศวรรษเพิ่งจะกลับมาทำงานอีกครั้ง พื้นไม้ที่ธามยืนอยู่เริ่มทรุดตัวลงช้าๆ หินศิลาแลงใต้พื้นห้องโถงเผยตัวออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดตัวลึกลงไปในความมืดมิดที่ดูไร้จุดจบ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ ลอยพุ่งขึ้นมาปะทะจมูก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ธามตัวแข็งทื่อ... สิ่งที่ทำให้เขาสั่นสะท้านคือเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากบันไดไม้ชั้นบน เสียงนั้นเป็นจังหวะที่มั่นคงและอำมหิต เหมือนเสียงของคนที่ถืออำนาจเหนือชีวิตของทุกคนในบ้านหลังนี้ "ดูเหมือนแขกผู้มาเยือนของเราจะพบ 'สมบัติ' ที่ข้าซ่อนไว้แล้วสินะ..." เสียงที่เย็นเยียบไร้อารมณ์ดังมาจากความมืดเบื้องบน พร้อมกับร่างสูงสง่าของคุณหลวงอรรถที่ปรากฏตัวขึ้นในชุดผ้าไหมสีเข้มดั่งรัตติกาล ในมือของเขามีไม้เท้าหัวเงินสลักรูปหัวงูที่ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาในความมืดนั้น คุณหลวงมองธามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะหันไปหามินตราที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ "มินตรา... ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหม ว่ากฎของที่นี่คือการรักษาความลับ ไม่ใช่การเตือนให้ผู้อื่นหลบหนี" มินตราก้มหน้าลงจนชิดอก ธามพยายามขยับตัวจะถอยหนี แต่ทว่า... พื้นไม้ที่เขาเหยียบย่ำอยู่กลับเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว ขังเขาไว้ในห้องลับใต้ดินเพียงลำพัง ทิ้งให้เหลือเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ของคุณหลวงอรรถที่ดังก้องผ่านรอยแยกที่ค่อยๆ ปิดตายลง ในความมืดที่ไร้แสงสว่างนั้นเอง ธามก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดต้นคอจากเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยราวกับเสียงของคนที่เขากำลังตามหามาตลอดชีวิต... "อย่า...หัน...กลับ...ไป" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับไปพร้อมกันครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%