ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 4

เสียงกระซิบจากผนัง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“อย่าหันไปเด็ดขาด... ถ้าแกไม่อยากเห็นสิ่งที่กำลังยิ้มให้แกอยู่ข้างหลัง” น้ำเสียงนั้นแหบพร่า สั่นพร่า และเย็นเยียบจนเกล็ดน้ำแข็งแห่งความกลัวเกาะกินไปถึงไขสันหลัง ธามยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเขาราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูที่มองไม่เห็น หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก แต่สัญชาตญาณช่างภาพที่ถูกฝึกฝนมาให้จับจ้องรายละเอียดกลับทำงานสวนทางกับความหวาดกลัว เขาพยายามควบคุมลมหายใจที่หอบกระชั้น ไม่ใช่เพราะเสียงนั้น... แต่เพราะกลิ่นที่โชยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของบ้านเก่า แต่มันคือกลิ่นดอกราตรีที่บานสะพรั่งในคืนที่แม่จากไป “คุณเป็นใคร” ธามเค้นเสียงถาม แม้จะรู้ดีว่าคำตอบที่ได้รับอาจไม่ใช่มนุษย์ ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่คำตอบ ทว่าในความเงียบนั้น ธามกลับได้ยินเสียงบางอย่างชัดเจนขึ้น... มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่มันคือเสียงก้องที่ออกมาจาก ‘ผนัง’ เสียงขูดขีดเบาๆ เหมือนเล็บที่พยายามจะกะเทาะปูนฉาบออกมาจากอีกฝั่ง แรงสั่นสะเทือนจางๆ ลามผ่านแผ่นหลังของเขาไปสู่ผนังห้องโถงไม้สักทอง ธามค่อยๆ หมุนตัวกลับอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าเมื่อเขาหันไป สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่ภูตผีปีศาจ แต่เป็นมินตราที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว เธอถือตะเกียงน้ำมันในมือ แสงไฟสีส้มวูบไหวสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตก “ฉันบอกให้คุณหยุดไงธาม!” มินตราขึ้นเสียง เธอไม่ได้มองมาที่เขา แต่กลับมองไปที่ ‘ผนัง’ เบื้องหลังเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่น “บ้านหลังนี้ไม่ได้กำลังคุยกับคุณ... มันกำลังเลียนแบบสิ่งที่คุณคิดจะลบเลือนต่างหาก” “คุณหมายความว่ายังไง มินตรา” ธามก้าวเข้าไปหาเธอ “เสียงเมื่อกี้... เสียงของแม่... มันไม่ได้อยู่ในหัวผมใช่ไหม?” มินตราวางตะเกียงลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า นิ้วเรียวยาวของเธอไล้ไปตามลวดลายของลายสลักบนผนังที่ดูผิดรูปผิดร่าง เธอหันมามองธาม สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นกว่าทุกครั้ง “ตระกูลอรรถวานิชไม่ได้สร้างบ้านด้วยอิฐและปูนเพียงอย่างเดียว แต่สร้างด้วย ‘ความลับ’ ที่ต้องปิดตาย... และทุกครั้งที่คนในบ้านเริ่มตั้งคำถาม ผนังพวกนี้จะตอบแทนเราด้วยสิ่งที่น่ากลัวที่สุด” “คุณหลวงอรรถเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากแค่ไหน?” ธามรุกถาม มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “คุณหลวงไม่ได้อยู่แค่ในห้องทำงาน” มินตราลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ “เขาอยู่ในทุกซอกมุมของบ้านหลังนี้ เขาฟังทุกเสียงที่กำแพงกักเก็บไว้... รวมทั้งเสียงที่คุณเพิ่งได้ยินเมื่อครู่ด้วย” ในจังหวะนั้นเอง เสียงขูดขีดจากผนังที่เคยเบาบางกลับดังสนั่นขึ้น ราวกับมีคนนับร้อยกำลังพยายามพังกำแพงออกมา ธามก้าวถอยหลังไปชนกับผนังไม้โดยไม่ตั้งใจ และในวินาทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับเนื้อไม้ เขาก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในผิวหนัง ไม่ใช่แค่เสียง... แต่คือการสัมผัส ธามหันกลับไปมองผนังอีกครั้ง ในรอยแยกเล็กๆ ของลายสลักไม้ที่เคยดูเป็นธรรมชาติ เขากลับมองเห็น ‘บางอย่าง’ เคลื่อนไหวอยู่ข้างใน นิ้วมือเรียวยาว ซีดขาวราวกับศพ ค่อยๆ โผล่พ้นรอยแยกออกมา มันพยายามจะคว้าข้อมือของเขา “ธาม! อย่าแตะมัน!” มินตราตะโกนลั่น แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะช้าไป นิ้วมือนั้นสัมผัสผิวหนังของธาม ความรู้สึกที่ได้รับไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็น ‘ภาพความทรงจำ’ ที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวจนเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ภาพของคฤหาสน์ที่ถูกไฟไหม้ ภาพของใบหน้าคุณหลวงอรรถที่ยืนมองกองเพลิงด้วยรอยยิ้ม และเสียงกระซิบสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของเขา *‘แกไม่ใช่คนแรกที่พยายามจะรื้อฟื้นอดีต... แต่แกจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้เห็นมัน’* ทันใดนั้น ไฟในตะเกียงของมินตราก็ดับลงพร้อมกันทั่วทั้งคฤหาสน์ ความมืดมิดที่หนาแน่นเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง ธามรู้สึกได้ว่ามีมือปริศนาข้างหนึ่งเข้ามาโอบรัดรอบเอวของเขาอย่างแรง พร้อมกับกลิ่นดอกราตรีที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางความมืด ธามได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคยอีกครั้ง... แต่คราวนี้มันไม่ได้มาจากผนัง หรือจากมินตรา มันดังขึ้นข้างหูของเขาอย่างชัดเจนและเย็นเยียบจนหัวใจหยุดเต้น “มานี่สิ... ลูกรัก... พ่อยืนรอแกอยู่ในผนังนี้มานานพอแล้ว” แสงจันทร์ดวงโตส่องทะลุผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเพียงวูบเดียว เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่โอบรัดเขาอยู่... มันไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์ แต่มันคือใบหน้าของเขาเองที่กำลังยิ้มเยาะอยู่ในเงาสะท้อนของกระจกที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนว่ามันติดอยู่บนผนังไม้! ธามเบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยขยับไม่ได้กลับขยับได้ในพริบตา เขากระชากตัวเองออกจากเงาประหลาดนั้นก่อนจะถอยกรูดไปจนชนกับร่างของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง... มือของคนผู้นั้นวางลงบนไหล่ของธามอย่างหนักแน่น แสงไฟฉายสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของ ‘คุณหลวงอรรถ’ ที่ยืนถือไม้เท้าหัวกะโหลกสีทองอร่าม "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ธาม... แกเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้วิธีเปิดประตูนรกของตระกูลเราจริงๆ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกอันมืดมิดไปกับฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%