ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 5

งานเลี้ยงที่ไม่มีใครกล้ามอง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“ถ้าคุณยังจ้องมองท่านเหมือนจะควักไส้ควักพุงออกมาแบบนั้น ผมรับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ได้เดินออกจากงานด้วยสองขาของตัวเอง” เสียงกระซิบที่แฝงด้วยความหวังดีจากมินตราข้างหู ทำให้ธามหลุดจากภวังค์แห่งความโกรธแค้น เขาปรับสีหน้าให้นิ่งเรียบ กระชับสูทสีเข้มที่สวมใส่ให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปหยิบแก้วแชมเปญจากถาดของบริกรที่เดินผ่านมา ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์อรรถศิริ แสงจากโคมระย้าคริสตัลดวงมหึมาส่องประกายวูบไหวราวกับดวงตาของปีศาจที่จับจ้องแขกเหรื่อทุกคน เสียงเปียโนบรรเลงเพลงคลาสสิกที่แสนเยือกเย็นขับเน้นบรรยากาศให้ดูอึดอัดเกินกว่าจะเป็นงานเลี้ยงรื่นเริง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นอายจางๆ ของดอกมะลิที่อบอวลไปทั่ว ราวกับพยายามกลบฝังกลิ่นเน่าเฟะบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรมผืนหนา “เขาไม่ได้แค่รวย หรือมีอิทธิพลหรอกมินตรา” ธามพึมพำผ่านไรฟัน สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังชายสูงวัยในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักธุรกิจและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ “เขามีความมั่นใจ... มั่นใจขนาดที่ว่าคนทั้งห้องนี้เป็นแค่เบี้ยในกระดานของเขา” คุณหลวงอรรถขยับยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แววตาของเขาราวกับห้วงน้ำลึกที่ไม่มีก้นบึ้ง ขณะที่เขายกแก้วขึ้นจิบ เสียงหัวเราะรอบข้างพลันเงียบสนิทลงราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา เป็นความเงียบที่ทรงพลังจนน่าขนลุก “คุณรู้ไหมว่าทำไมคนถึงกล้ามองเขาแค่หางตา?” มินตราจิบแชมเปญเบาๆ สายตาของเธอกวาดมองไปรอบห้อง “เพราะทุกคนในที่นี้มี 'แผล' ที่เขาเป็นคนกรีดเองกับมือ พวกเขากลัวว่าหากมองตรงๆ ความลับที่ซ่อนไว้จะถูกสะท้อนออกมาจากดวงตาของเขา” ธามขยับตัวเข้าใกล้เสาต้นใหญ่เพื่อซ่อนตัวจากสายตาของเหล่านักข่าวและแขกเหรื่อ เขาควักกล้องตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา แสงแฟลชที่ไร้ตัวตนสั่นไหวอยู่ในดวงตาของเขา เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสพสุข แต่เขามาเพื่อหาหลักฐาน—ชิ้นส่วนสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าโศกนาฏกรรมที่พรากครอบครัวของเขาไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่อุบัติเหตุตามที่ตำรวจสรุปไว้ จังหวะนั้นเอง คุณหลวงอรรถดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาค่อยๆ วางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะข้างๆ เสียงแก้วกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องราวกับเสียงปืนที่เหนี่ยวไก ชายสูงวัยค่อยๆ หันใบหน้ามาทางมุมมืดที่ธามยืนอยู่ แม้จะมีเสาบดบัง แต่ธามรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมาที่เขา “ธาม... ก้มหน้าลง” มินตราสั่งเสียงต่ำ มือของเธอคว้าต้นแขนธามไว้แน่น แต่สายไปแล้ว คุณหลวงอรรถก้าวเดินตรงมาทางพวกเขา จังหวะการเดินที่มั่นคงและเงียบเชียบเหมือนเสือที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ผู้คนรอบข้างต่างรีบเบี่ยงทางให้อย่างรวดเร็วราวกับรู้ชะตากรรมว่าไม่มีใครกล้าขวางทางพยัคฆ์ผู้นี้ “คุณคงเป็นแขกใหม่ที่ผมยังไม่เคยต้อนรับ” เสียงของคุณหลวงทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยความกังวานที่ทำให้ผู้ฟังต้องหยุดหายใจ เขาสวมถุงมือสีขาวสะอาดตา ปลายนิ้วแตะที่ไม้เท้าหัวเงินวาววับ “ดูคุณ... จะสนใจประวัติศาสตร์ของตระกูลอรรถศิริเป็นพิเศษนะ” ธามเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้ชายที่เขาเฝ้าสาปแช่งมาตลอดสิบปี ใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่ความเย็นเยียบที่ปลูกฝังมาจากการสูญเสียทำให้เขาสามารถรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยได้อย่างน่าอัศจรรย์ “ประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยหมึกสีเลือด ย่อมชวนให้คนรุ่นหลังอยากขุดค้นเป็นธรรมดาครับ คุณหลวง” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มินตราแทบจะหยุดหายใจ เธอรู้ดีว่าคำพูดนี้เท่ากับการประกาศสงครามกับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าในห้องนี้ คุณหลวงอรรถนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เขาขยับเข้ามาใกล้ธามจนได้กลิ่นยาสูบราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวชายสูงวัย “ความอยากรู้อยากเห็น... มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมเสมอ พ่อหนุ่ม” เขายื่นมือมาตบไหล่ธามเบาๆ สามครั้ง ราวกับกำลังให้พรคนใกล้ตาย ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วยัดใส่มือของธาม “คืนนี้... ลองไปที่ชั้นใต้ดินของหอจดหมายเหตุดูสิ ถ้าคุณอยากเห็น 'เลือด' ของจริงที่ว่านั่นน่ะ” คุณหลวงหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ธามยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มินตราดึงจดหมายในมือธามมาเปิดอ่านเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอรีบยัดจดหมายกลับใส่มือธามแล้วกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือจนคุมไม่อยู่ “ธาม... ข้างในนี้ไม่ใช่จดหมาย แต่มันคือรูปถ่ายใบมรณบัตรของพ่อกับแม่คุณ... และวันที่ในนั้น มันคือวันพรุ่งนี้” ยังไม่ทันที่ธามจะได้ตั้งสติ จู่ๆ ไฟในโถงใหญ่ทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของใครบางคนสว่างวาบขึ้นกลางห้อง เผยให้เห็นร่างของคุณหลวงอรรถที่นอนฟุบลงกับพื้นโดยมีมีดสั้นปักอยู่กลางหลัง และวินาทีต่อมา เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังระงมขึ้นจากภายนอกล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ทุกทิศทาง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจารึกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%