ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 6

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นอายของกระดาษโบราณและคราบเขม่าควันจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องสมุดลับใต้พื้นไม้สักของคฤหาสน์ตระกูลอรรถศิวะ ธามวางภาพถ่ายฟิล์มกระจกแผ่นสุดท้ายลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างระมัดระวัง มือหนาที่มักนิ่งสนิทเมื่อจับกล้อง กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ปลายเล็บสัมผัสกับขอบกระจกที่ร้าวราน ราวกับมันกำลังสะท้อนรอยแตกในจิตวิญญาณของเขาเอง "คุณกำลังหาอะไรอยู่กันแน่, ธาม?" เสียงของมินตราดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ แต่เงาร่างที่ทาบทับกับแสงตะเกียงสลัวทำให้แววตาของเธอดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยคำถาม เธอถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าไว้ในมือแน่น ข้อนิ้วของเธoclaim ขาวซีดจนน่าตกใจ ธามเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววสุขุม บัดนี้กลับเจือด้วยประกายความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "ผมไม่ได้หาอะไร... ผมแค่วิ่งตามเสียงก้องในหัวที่มันคอยหลอกหลอนมาตลอดสิบปี และตอนนี้... ผมคิดว่าผมเจอต้นตอของเสียงนั้นแล้ว" เขาเลื่อนภาพถ่ายแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเธอ ในภาพคือโครงสร้างของเรือนพักไม้สักที่ถูกเพลิงผลาญจนเหลือเพียงตอตะโก ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของมินตราสะดุด ไม่ใช่ความน่ากลัวของกองเพลิง แต่เป็นสัญลักษณ์รูป ‘นกฟีนิกซ์กางปีก’ ที่ถูกสลักไว้บนเสาเอก ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยความเสียหายครึ่งหนึ่ง "นี่มัน..." มินตราสูดหายใจเข้าลึก ร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือจนฝุ่นละอองร่วงกราว "นี่คือ... เรือนพักรับรองหลังเก่าของตระกูลเรา ที่ถูกไฟไหม้เมื่อยี่สิบปีก่อน" "ถูกต้อง" ธามลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาสร้างแรงกดดันโดยไม่ตั้งใจ "และมันเป็นคืนเดียวกันกับที่บ้านพักริมน้ำของครอบครัวผมถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง พ่อแม่ของผม... สิ้นชีวิตในกองเพลิงนั้นโดยที่ทางราชการสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสอง รุนแรงเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องคำรามข้างนอก ความจริงถูกเปิดเปลือยออกทีละน้อยราวกับแผ่นกระดาษที่ถูกฉีกกระชาก ธามก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว แววตาของเขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่าและลึกซึ้งจนน่ากลัว "คุณหลวงอรรถ... พ่อของคุณ เป็นคนอนุมัติงบประมาณบูรณะเรือนหลังนั้นก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้เพียงสามวัน" ธามเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่าทุกลมหายใจกลับหนักหน่วง "และในบันทึกการเบิกจ่ายพัสดุ... มีชื่อของพ่อผมเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง" มินตราส่ายหัวช้าๆ แววตาสั่นระริก ปฏิเสธความจริงที่โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ "ไม่... มันเป็นอุบัติเหตุ ธาม พ่อของฉันไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น... ท่านรักความยุติธรรม" "ความยุติธรรมงั้นเหรอ?" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "ถ้ามันคืออุบัติเหตุ แล้วทำไมชื่อของพ่อแม่ผมถึงถูกลบออกจากทะเบียนราษฎร์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทำไมเอกสารการสอบสวนคดีนั้นถึงเป็น 'ความลับระดับสูงสุด' ที่แม้แต่ทายาทอย่างคุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!" เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กปกหนังสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารขึ้นมา เปิดมันออกไปที่หน้าซึ่งมีรอยคราบน้ำหมึกจางๆ แต่อ่านได้ชัดเจนลายมือของคุณหลวงอรรถ *‘ความลับต้องถูกฝังกลบด้วยเถ้าถ่าน หากความโลภของมันทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ความตายคือราคาที่เหมาะสมที่สุด’* มินตราอ่านประโยคเหล่านั้นผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความผูกพันระหว่างเธอกับธามที่เพิ่งก่อตัวขึ้นท่ามกลางความลับ กำลังถูกแผดเผาด้วยไฟอดีตที่พวกเขามิได้เป็นคนจุดขึ้นเอง "ธาม... ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยจริงๆ" เสียงของมินตราสั่นเครือ มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนของชายหนุ่มราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยว "โปรดเชื่อฉัน..." ธามมองมือที่สั่นเทาของเธอนิ่งนาน ความรู้สึกในใจตีรันกันจนแทบแยกไม่ออกระหว่างความรัก ความแค้น และความสงสัย เขารักผู้หญิงคนนี้ แต่เงาอดีตของครอบครัวเธอกำลังกลายเป็นกำแพงหนาทึบที่กั้นขวางพวกเขาสองคนไว้ ทว่า ก่อนที่ธามจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและไม้เท้ากระทบพื้นหินอ่อนจากทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* บรรยากาศในห้องสมุดเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตาเดียว แสงตะเกียงวูบไหวราวกับมันกำลังหวาดกลัวต่อผู้มาเยือน ประตูห้องสมุดที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านใน ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของคุณหลวงอรรถก้าวเข้ามา รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายชราผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จของคฤหาสน์ สายตาดุจพญาอินทรีวับวาวกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ใกล้กัน ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด "เจอสิ่งที่ตามหาแล้วสินะ... คุณช่างภาพหนุ่ม ลูกชายคนที่รอดชีวิตมาจากกองเพลิงนรกนั้น" ธามหันขวับไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด พร้อมที่จะสะบั้นทุกความลวงที่ปกปิดมานานแรมปี ขณะที่มินตราบريزหน้าซีดเผือด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังไขปริศนาอดีต แต่มันคือการเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษารอยจารึกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%