"ถ้าคุณจะมองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมว่าเราควรเลิกเล่นเกมซ่อนหาได้แล้วนะครับ มินตรา"
ธามเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึก เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งบัดนี้มันไม่ได้แฝงความหวาดกลัวหรือความอ่อนแออย่างที่เคยเป็นมาตลอดหลายเดือน รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้แสดงถึงความสุข แต่มันคือความเยาะหยันที่ส่งตรงมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่แตกสลาย
มินตราค่อยๆ ปล่อยมือที่กำชายกระโปรงแน่นจนซีดเผือด เธอผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ราวกับกำลังขับไล่เอาฝุ่นควันแห่งอดีตที่ค้างคาอยู่ในปอดออกไป เธอไม่ได้ตอบคำถามเขาทันที แต่กลับเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่เปิดแง้มไว้ เผยให้เห็นแสงไฟสลัวจากสวนหลังคฤหาสน์ที่เงียบงัน
"คุณเคยได้กลิ่นไหมคะ ธาม... กลิ่นของน้ำมันก๊าดที่ผสมกับกลิ่นดอกราตรี" มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบจนธามรู้สึกได้ถึงไอความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านขึ้นมาตามสันหลัง
"คุณพูดเรื่องอะไร" ธามก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจเขาเริ่มไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นมือของเธอที่สั่นเทาพยายามลูบไล้ไปตามรอยแตกร้าวบนผนังไม้เก่าแก่
"คืนนั้น... ท้องฟ้าไม่ได้มืดมิดอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน" เธอหยุดเว้นจังหวะ สายตาที่เลื่อนลอยเริ่มกลับมาโฟกัสที่เงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานเก่า "คืนที่เปลวไฟพุ่งทะยานขึ้นฟ้าเหมือนมังกรเริงระบำ ฉันยืนอยู่ตรงนั้น... หลังต้นไทรใหญ่ ฉันเห็นเงาของคนคนหนึ่ง เขายืนถือตะเกียงที่จุดไฟค้างไว้ มือข้างหนึ่งของเขาไม่ได้สั่นเลยสักนิด ในขณะที่บ้านของครอบครัวคุณกำลังกลายเป็นนรกบนดิน"
ธามชะงักกึก ความทรงจำสีเทาหม่นที่เขาพยายามลบเลือนกลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง มือของเขาเอื้อมไปคว้าไหล่เธออย่างลืมตัว "ใคร... มินตรา ใครกันที่ทำเรื่องนั้น บอกผมมา!"
มินตราหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ซ่อนเร้นมานาน เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ธามรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
"กลิ่นน้ำหอมยาสูบราคาแพงที่อบอวลไปทั่ว... และแหวนตราประจำตระกูลที่สะท้อนแสงไฟตอนที่เขาจุดบุหรี่หลังจากวางเพลิงสำเร็จ... คุณหลวงอรรถ ท่านไม่ได้แค่สั่งการ แต่ท่านเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง ธาม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธามปล่อยมือจากไหล่ของเธอ ร่างกายเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ชื่อของ 'คุณหลวงอรรถ' คือกำแพงใหญ่ที่เขาพยายามปีนป่ายมาตลอด แต่ไม่เคยคิดเลยว่าชายผู้เปรียบเสมือนพ่อบุญธรรมผู้แสนดีของเขา จะเป็นฆาตกรที่พรากครอบครัวเขาไป
"คุณโกหก..." ธามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ
"หลักฐานไม่ได้อยู่ที่ปากของฉัน แต่มันอยู่ในหีบเหล็กที่ชั้นใต้ดินของเรือนใหญ่ กุญแจดอกนั้น... กุญแจที่ท่านห้อยไว้กับสร้อยคอที่ท่านไม่เคยถอดนั่นแหละ คือสิ่งที่เปิดเผยทุกอย่าง" มินตราขยับเข้ามาใกล้เขา จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ "คืนนี้ท่านไม่อยู่ที่คฤหาสน์ นี่คือโอกาสเดียวที่คุณจะคว้าความจริงมาไว้ในมือ... หรือจะปล่อยให้มันมอดไหม้ไปพร้อมกับชื่อเสียงของตระกูลอรรถรังสรรค์เหมือนที่ครอบครัวคุณเคยเป็น"
ธามมองหน้าหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นทั้งความจริงใจและความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้น เขาไม่รู้ว่าควรจะเชื่อเธอมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เขามั่นใจคือหัวใจของเขาที่กำลังแหลกสลายอีกครั้งด้วยความจริงที่โหดร้าย
ในขณะที่ธามกำลังตัดสินใจว่าจะก้าวเดินต่อไปทางไหน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพัก ประตูไม้สักถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
คุณหลวงอรรถหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน กลิ่นยาสูบจางๆ ที่มินตราเพิ่งกล่าวถึงโชยแตะจมูกธามทันที ท่านขยับยิ้มที่ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายักษ์มาร ก่อนจะวางหีบเหล็กใบหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้องแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ในเมื่อพวกเธออยากรู้ความจริงกันนัก... ทำไมไม่เปิดมันดูเสียตอนนี้เลยล่ะ ว่าข้างในนี้มีสิ่งใดที่ทำให้พวกเธอต้องขุดคุ้ยอดีตขึ้นมาทำร้ายตัวเอง"
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ไปกับผมนะครับ
ฟีนิกซ์สีทอง
ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 21
ความทรงจำที่คืนมา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!