ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น•ตอนที่ 16

วางแผนชิงตัว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"หากคุณก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว นั่นหมายถึงชีวิตของคุณ และที่แย่กว่านั้น... คือชีวิตของมินตรา" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในเงามืดดังขึ้น ธามไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาวางแผนผังคฤหาสน์ตระกูลอรรถลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำ สายตาคมกริบกวาดมองทุกเส้นทางที่เขาวาดขึ้นด้วยหมึกสีดำ ราวกับจะเจาะทะลุผ่านกำแพงอิฐหนาเตอะเข้าไปยังห้องใต้ดินที่มินตราถูกกักขังอยู่ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนชีวิตใครด้วยความตายครับ" ธามเอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าในแววตากลับสั่นไหวด้วยเปลวเพลิงแห่งความเด็ดเดี่ยว "ผมมาที่นี่เพื่อจบเรื่องนี้ ในแบบที่ครอบครัวของผมไม่เคยได้รับโอกาสนั้น" ธามขยับนิ้วชี้ไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ—ห้องโถงกลางที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุด เขาจำภาพมินตราที่ถูกลากตัวไปในคืนนั้นได้แม่นยำ แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความรวดร้าวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา และเขาสัญญาว่าเขาจะทำลายหน้ากากนั้นทิ้งเสีย พร้อมกับพาเธอกลับมา "คฤหาสน์หลังนี้มีทางเดินลับที่เชื่อมต่อกับสวนกุหลาบเก่า" ชายในเงามืดเอ่ยต่อพลางเลื่อนภาพถ่ายความร้อนให้ดู "คุณหลวงอรรถไม่ได้แค่เก็บมินตราไว้เพื่อความสะใจ แต่มันคือการปกป้อง 'จารึก' ชิ้นนั้น... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ไม่ใช่แค่การชิงตัวประกัน แต่มันคือการท้าทายอำนาจที่ฝังรากลึกมานับร้อยปี" ธามหยิบเลนส์กล้องขึ้นมาตรวจสอบท่ามกลางความมืด เขาไม่ได้ถ่ายภาพด้วยฟิล์มอีกต่อไป แต่เขากำลังใช้ดวงตาบันทึกจังหวะการเดินของยาม และช่องโหว่ของกำแพงคฤหาสน์ที่เขาสังเกตเห็นจากการมาดักซุ่มตลอดสามวันที่ผ่านมา ความเงียบในห้องทำงานเล็กๆ นี้ช่างบีบคั้น ราวกับอากาศกำลังลดน้อยลงทุกที "พรุ่งนี้คืนเดือนดับ" ธามพูดขึ้นเบาๆ "แสงจันทร์จะเป็นใจให้เราเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนเวรยาม ผมจะเข้าทางช่องระบายอากาศใต้ดิน และคุณ... จะเป็นคนตัดสัญญาณไฟในจุดที่ผมระบุไว้" "คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม ธาม? ว่าเธอจะยังอยู่ที่นั่น" ธามหยุดชะงัก ปลายนิ้วสัมผัสกับรูปถ่ายมินตราที่เขาแอบถ่ายไว้เมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำย้อนกลับไปถึงรอยยิ้มจางๆ ของเธอในวันที่ทุกอย่างยังคงปกติ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่ความมุ่งมั่นที่ฉายชัดบนใบหน้าก็เป็นคำตอบที่หนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ค่ำคืนแห่งการปฏิบัติการมาถึงเร็วกว่าที่คิด ธามสวมชุดสีเข้มกลมกลืนไปกับความมืดมิดของพุ่มไม้รอบคฤหาสน์อรรถ หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง แม้ในใจจะกังวลถึงสวัสดิภาพของมินตรา แต่เขารู้ดีว่าความลนลานคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด เขาอาศัยจังหวะที่แสงไฟจากเสาหน้าบ้านดับวูบลงตามแผน—งานของชายในเงามืดสำเร็จลุล่วง เขากระโดดผ่านรั้วเหล็กดัดอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงโปร่งเคลื่อนไหวราวกับเสือดาวที่จ้องตะครุบเหยื่อ ธามร่อนตัวลงบนพื้นหญ้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำค้าง กลิ่นดินและกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อันเน่าเฟะที่คฤหาสน์หลังนี้สั่งสมไว้โชยเข้าจมูก เขาขยับเข้าใกล้ทางลับใต้ดินตามพิกัดที่คำนวณไว้ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดฝาท่อเหล็กสนิมเขรอะ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นเคย "คนหนุ่มสมัยนี้มักจะใจร้อนเสมอ... คิดหรือว่าการดับไฟแค่ไม่กี่ดวงจะทำให้ฉันมองไม่เห็นมดปลวกที่พยายามจะกัดกินบ้านของฉัน?" ธามชะงักกึก เขาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบคุณหลวงอรรถยืนถือไม้เท้าหัวเงินพิงกำแพงหิน ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ในขณะที่มืออีกข้างของเขากำลังถือรีโมทบางอย่างไว้ ธามหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นมินตราถูกคุมตัวออกมาโดยชายฉกรรจ์สองคน เธอมีรอยฟกช้ำที่มุมปาก แต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้" ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน "ปล่อยหรือ?" คุณหลวงหัวเราะลั่นก่อนจะกดปุ่มในมือ พื้นดินรอบตัวธามสั่นสะเทือน เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดใหญ่ใต้คฤหาสน์เริ่มทำงานดังกึกก้อง "ฉันไม่ได้กักขังเธอไว้เพื่อรอให้ใครมาช่วย แต่ฉันกักขังเธอไว้เพื่อรอ 'กุญแจ' อีกดอก... และตอนนี้ กุญแจดอกนั้นก็มาวางอยู่ตรงหน้าฉันพอดี" มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นธามในระยะประชิด เธอพยายามจะตะโกนเตือน แต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงประตูกลใต้เท้าของธามที่กำลังเปิดออก เผยให้เห็นหุบเหวที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง ซึ่งในวินาทีถัดมา... ธามก็ร่วงหล่นลงไปท่ามกลางความมืดมิดนั้น! ด้วยความปรารถนาดีจากใจ... ฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปีกเพลิงเพรียกหาตะวัน: ปาฏิหาริย์แห่งรอยแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%