บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 31

จันทราสีเลือด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“มือของคุณสั่น รินรดา... นั่นไม่ใช่เพราะความหนาวแน่” ศศินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล มือหนาของเขาประคองแผนที่โบราณที่สั่นไหวอยู่ใต้ปลายนิ้วของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม รินรดาไม่ตอบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด สายตาจ้องเขม็งไปยังจุดสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนแผนที่ดาวเคราะห์ ซึ่งเดิมทีควรจะเป็นเพียงหมึกพิมพ์โบราณ ทว่าในวินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นรอยเลือดที่ซึมออกมาจากเนื้อกระดาษประหนึ่งมีชีวิต “มันเริ่มต้นแล้ว ศศิน” เสียงของเธอแผ่วเบาแต่สั่นเครือ “ศิลาทั้งเจ็ดชิ้นที่ถูกฝังไว้ทั่วโลกไม่ได้แค่ทำปฏิกิริยากับดวงจันทร์ แต่มันกำลัง ‘สูบ’ พลังงานชีวิตของสถานที่เหล่านั้นไป... ดูนี่สิ” เธอกางรูปถ่ายจากดาวเทียมที่เพิ่งได้รับรายงานด่วนเข้ามาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในภาพถ่ายนั้น สถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างวิหารลึกลับในอเมซอน หรือซากปรักหักพังในทะเลทรายโกบี ต่างกำลังถูกฉาบด้วยแสงสีแดงเพลิงที่มองเห็นได้จากวงโคจรโลก บรรยากาศรอบข้างดูบิดเบี้ยวราวกับมิติเวลาในจุดเหล่านั้นกำลังพังทลาย ศศินกวาดสายตาผ่านภาพเหล่านั้น หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นเงาร่างบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในภาพถ่ายความร้อน “นั่นมันคนของ ‘เงาดับสูญ’... วรารัตน์ไม่ได้แค่ต้องการครอบครองศิลา เธอต้องการปลุกบางอย่างให้ตื่นขึ้น” “ไม่ใช่แค่ปลุกให้ตื่น แต่มันคือการเปิดประตู” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นที่ยากจะปิดบัง “คุณจำตำนานของ ‘จันทราสีเลือด’ ที่บันทึกในรอยจารึกใต้เงาจันทร์ได้ไหม? เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนสีเมื่อใด กาลเวลาจะหยุดนิ่ง และผู้ที่ตายไปแล้วจะหวนคืน... ศศิน เราไม่ได้กำลังสู้กับคนธรรมดา แต่นี่คือการท้าทายกฎแห่งความเป็นตายที่มนุษย์ไม่ควรแตะต้อง” ขณะที่พวกเขากำลังถกเถียงกัน เสียงกรีดร้องยาวนานจากภายนอกอาคารก็ดังแทรกเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ทั้งคู่รีบวิ่งไปที่หน้าต่างบานใหญ่ ภาพเบื้องล่างทำเอาศศินแทบหยุดหายใจ ผู้คนบนท้องถนนหยุดนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของพวกเขาเบิกโพลงแต่ไร้แวว และในพริบตานั้น ท้องฟ้าเหนือมหานครที่เคยเป็นสีครามยามรัตติกาลก็ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานเข้มข้นจนน่าสะพรึงกลัว พระจันทร์เต็มดวงดูขยายใหญ่ขึ้นจนเหมือนจะหล่นลงมาทับโลก และนั่นคือตอนที่ความรู้สึกผิดปกติเกิดขึ้น—เงาของผู้คนบนพื้นดินเริ่มแยกตัวออกมา มันไม่ได้ขยับตามเจ้าของ แต่มันกำลังพยายาม ‘หยิบยืม’ ร่างกายของพวกเขาเพื่อใช้เป็นภาชนะ “ศศิน! อย่ามองไปที่เงา!” รินรดาร้องเตือนพร้อมกับคว้าแขนเขาไว้แน่น “นั่นไม่ใช่เงาของพวกเขา แต่มันคือข้ารับใช้จากมิติที่วรารัตน์เปิดออก!” ศศินหันกลับมาด้วยความโกรธแค้น เขาคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาที่ได้รับสืบทอดมาจากครอบครัวก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับ บันทึกเล่มนี้มีคำตอบเพียงไม่กี่หน้าที่จะยับยั้งหายนะนี้ได้ แต่ทว่าในจังหวะที่เขาเปิดมันออก หน้ากระดาษกลับว่างเปล่า... หรือที่จริงแล้ว มันถูกแทนที่ด้วยข้อความภาษาโบราณที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้วยหมึกสีเลือดแบบเดียวกับที่เห็นบนแผนที่ ‘ผู้พิทักษ์ที่ละทิ้งหน้าที่ คือผู้จุดชนวนแห่งความมืดมิด... ศศิน เจ้าคือหมากตัวสุดท้ายที่ข้าเฝ้ารอมานับพันปี’ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืดในมุมห้อง เป็นเสียงที่คุ้นเคย ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความสมเพช ศศินหันขวับไปตามต้นเสียง ร่างของสตรีในชุดดำสนิทที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยือกยืนอยู่ตรงนั้น วรารัตน์—ผู้นำลัทธิเงาดับสูญ—กำลังแย้มยิ้มด้วยความกระหาย “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ ศศิน” เธอก้าวออกมาจากเงามืด แสงสีแดงจากจันทราภายนอกส่องกระทบใบหน้าเธอจนดูเหมือนปีศาจ “คุณสงสัยมาตลอดใช่ไหมว่าครอบครัวของคุณหายไปไหน? ลองมองดูที่เงาของตัวคุณเองสิ... บางทีคำตอบอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด” ศศินก้มลงมองพื้น ร่างของเขาไม่มีเงา... แต่มันกลับขยับได้เองแม้เขาจะยืนนิ่งสนิท และในวินาทีที่เงาของเขายกมือขึ้นชี้ไปที่รินรดาซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ ศศินก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจ เมื่อรินรดาหันมามองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... ดวงตาของเธอไม่มีตาดำ มีเพียงสีแดงฉานดุจเดียวกับดวงจันทร์เบื้องบน “รินรดา? คุณ... คุณเป็นอะไรไป?” เขาถามเสียงสั่น รินรดาในตอนนี้ไม่ได้ขานรับ แต่เธอกลับยื่นมือที่สั่นเทามาหยิบมีดสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน และก่อนที่ศศินจะทันได้ขยับตัว ปลายคมมีดก็จ่อเข้าที่ลำคอของเขาอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากปากของเธอ หากแต่เป็นเสียงที่ดังมาจากส่วนลึกของมิติอื่น “จันทราสีเลือดได้ดื่มกินวิญญาณคนแรกแล้ว... และศศิน ความบันเทิงที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนถัดไปเท่านั้น” เงาจันทราลี้ลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่จุดพลิกผันของปริศนาในครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%