บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 34

แผนที่ดาวแห่งความตาย

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นแผ่นหินปูนชื้นแฉะดัง *ติ๋... ติ๋...* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจผ่าวร้อนที่สะท้อนก้องภายในห้องใต้ดินทึบอับชื้น กลิ่นอายของเกลือสมุทรและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ในความสลัวสลัวที่มีเพียงแสงจากคบเพลิงน้ำมันริบหรี่ เงาร่างของศศินทาบทับอยู่บนแผ่นหนังโบราณผืนใหญ่ที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้สักหนาเตอะ นิ้วเรียวยาวของเขาที่มีร่องรอยแผลเป็นจางๆ จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดี ลากผ่านเส้นสายลวดลายดาราศาสตร์ที่สลักลงบนแผ่นหนังอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "คุณกำลังคำนวณตำแหน่งผิดไปสามองศาค่ะ ศศิน" เสียงหวานทุบแทรกความเงียบขึ้นมา รินรดาขยับตัวเข้าใกล้แสงไฟ แว่นกรอบบางสะท้อนประกายไฟสีส้มวับวับ ดวงตาคู่คมกวาดมองแผนที่ดาวสลับกับสมุดบันทึกหนังแกะที่เธอกำลังถืออยู่ในมือ ท่าทางของเธอเยือกเย็นและจริงจังจนน่าเกรงขาม "ถ้าเราอิงตามการโคจรของกลุ่มดาวมังกรเมื่อหนึ่งพันปีก่อน จุดตัดของเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้าไม่ได้ตกลงที่ชายฝั่งอ่าวไทยอย่างที่คุณสันนิษฐานไว้แต่แรก" ศศินเงยหน้าขึ้นจากแผนที่ ดวงตาสีเข้มคมกริบมองสบกับคู่คิดสาว นัยน์ตาของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน แต่ความเฉียบคมในฐานะนักมานุษยวิทยาผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความลับหน้าไหนไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "ถ้าไม่ใช่ชายฝั่ง... แล้วคุณคิดว่าที่ไหนล่ะ รินรดา" น้ำเสียงของเขานุ่มทุบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "แผนที่ดาวแผ่นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบันทึกตำแหน่งของศิลาชิ้นที่สาม บรรพบุรุษของคุณไม่ได้ซ่อนมันไว้บนบกแน่ๆ คุณก็รู้ดี" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนไหล่แทบจะชนกัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอใช้ประจำปะปนกับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดิน สร้างบรรยากาศที่ทั้งตึงเครียดและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด "ใต้ทะเลลึก..." รินรดาพึมพำออกมา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อชิ้นส่วนปริศนาในหัวต่อเข้าหากัน "ร่องน้ำลึกอ่าวไทยตอนล่าง... จุดที่แสงจันทร์ในคืนจันทุปราคาเต็มดวงจะสะท้อนลงมาทำมุมตั้งฉากกับซากเรือโบราณจมดิ่ง นั่นคือเหตุผลที่ตระกูลของฉันต้องสืบทอดแผนที่เดินเรือนี้มาหลายชั่วอายุคน ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของวรารัตน์ แต่เพื่อรอเวลาที่ดวงดาวเรียงตัวกันถูกต้องต่างหาก" ศศินจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟ สีหน้าของเขาเรียบเฉยแต่ลึกซึ้ง แววตาคู่นั้นสะท้อนความรู้สึกที่ซับซ้อนระหว่างความเป็นมืออาชีพ ความเคารพในมันสมองของหญิงสาว และความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขามีต่อกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้อุดมการณ์และวิธีการทำงานของพวกเขาจะขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้งก็ตาม "คุณฉลาดเกินไป รินรดา... บางครั้งมันก็น่ากลัวนะ" ศศินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุบต่ำ แววตาลึกล้ำ "วรารัตน์เองก็คงรู้เรื่องนี้เหมือนกัน เธอถึงได้ส่งคนสะกดรอยตามเรามาถึงจังหวัดทางใต้นี้" "ถ้าเธอกล้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันที่นี่ ฉันจะทำให้เธอได้รู้ว่าพิธีกรรมโบราณไม่ได้มีไว้เพื่อชุบชีวิตใคร แต่มันมีไว้เพื่อส่งวิญญาณจอมขมังเวทย์อย่างบรรพบุรุษของเธอลงสู่ขุมนรกต่างหากล่ะคะ" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นของทายาทผู้พิทักษ์ที่พร้อมแลกทุกอย่าง บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงคลื่นลมภายนอกที่ซัดสาดเข้าใส่แนวโขดหินชายฝั่งดังอื้ออึงเข้ามา ราวกับเสียงคำรามเตือนจากท้องทะเลลึกที่กำลังเรียกร้องหาผู้บุกรุก ศศินก้มลงมองแผ่นหนังโบราณอีกครั้ง นิ้วมือของเขากดลงบนจุดพิกัดสุดท้ายบนแผนที่ดาว "ถ้าอย่างนั้น เราไม่มีเวลาลังเลแล้วค่ะ น้ำขึ้นครั้งใหญ่จะเริ่มตอนเที่ยงคืนนี้ ถ้าเราพลาดโอกาสนี้ไป วรารัตน์จะชิงตัดหน้าลงไปก่อนที่เราจะหาทางเปิดผนึกหินศิลาใต้ทะเลเจาะจงจุดนั้นได้" รินรดาพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล เธอเก็บสมุดบันทึกเข้ากระเป๋าคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหยิบมีดสั้นประจำตระกูลขึ้นมาตรวจสอบความคม "ฉันเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำและเรือเร็วไว้พร้อมแล้วที่ท่าเรือร้างหลังอารามเก่า... หวังว่าคุณจะว่ายน้ำเก่งพอๆกับที่คุณชอบตั้งทฤษฎีนะคะ ศศิน" มุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หา 7 ได้ยากและมักจะปรากฏขึ้นเฉพาะเวลาที่เขากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายอันตราย "เรื่องนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ รินรดา... ฉันไม่เคยยอมจมน้ำตายก่อนที่จะไขปริศนาจบหรอกนะ" ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาที เคมีที่ดึงดูดและฟาดฟันกันทางความคิดทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาท่ามกลางความเย็นยะเยือกของค่ำคืน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลังและก้าวเดินออกจากห้องใต้ดินมืดมิด มุ่งหน้าสู่ความมืดของราตรีและท้องทะเลลึกที่ซ่อนความลับระดับพันปีเอาไว้ ทว่า... ในจังหวะที่ศศินเอื้อมมือไปผลักบานประตูไม้เก่าแก่ให้เปิดออกเพื่อก้าวออกสู่ภายนอกนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝีหนืดย่ำลงบนพื้นกรวดด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับปลายกระบอกปืนสีดำสนิทที่โผล่พ้นเงาดำของเสาหินเข้ามาจ่อตรงหน้าผากของเขาราวกับนัดหมาย "ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอค่ะ... คุณศศิน คุณรินรดา" เสียงหัวเราะเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า "แผนที่ดาวแผ่นนั้น... ฉันขอรับมันไว้ในฐานะตัวแทนของความตายก็แล้วกันนะคะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดและไขปริศนาไปกับเราในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%