"มือของฉัน... ทำไมมันถึงเย็นเยียบขนาดนี้ รินรดา?"
ศศินถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์โบราณคดี เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวราวกับแก้วที่กำลังจะแตกร้าว เขาจ้องมองนิ้วมือตนเองที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิท—ไม่ใช่เขม่าจากกองไฟ แต่มันเป็นร่องรอยของบางสิ่งที่ดูเหมือนน้ำหมึกประหลาดที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนัง
รินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการถอดรหัสแผ่นศิลาจารึกยุคก่อนประวัติศาสตร์ชะงักมือทันที เธอวางพู่กันพู่กันเก่าคร่ำคร่าลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันมาสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยของเธอฉายแวววิตกอย่างปิดไม่มิด
"ศศิน คุณพูดอะไรคะ? เราเพิ่งจะผ่านพ้นโถงกับดักนั้นมาได้... ร่างกายคุณอาจจะแค่ตอบสนองต่ออาคมที่ตกค้าง" เธอเอ่ยปลอบ แม้จะรู้ดีว่าความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันไม่ใช่เรื่องปกติ
"ไม่... มันไม่ใช่แค่ไอเย็น" ศศินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงหินเย็นเฉียบ เขาขยับตัวด้วยอาการที่ดูแปลกไป ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังต่อต้านคำสั่งจากสมอง "เมื่อครู่ ในความมืดมิดระหว่างที่ไฟตะเกียงดับลง... ฉันไม่ได้กลัวสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ฉันกลัว 'ตัวเอง' ฉันรู้สึกเหมือนมีใครอีกคนกำลังมองผ่านดวงตาของฉัน ออกไปดูโลกที่พังทลายใบนี้ด้วยความกระหาย"
รินรดาลุกขึ้นเดินตรงไปหาเขา เธอพยายามเอื้อมมือไปแตะแขนของศศิน แต่ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสถึงตัวเขา เขากลับกระตุกร่างถอยห่างด้วยสัญชาตญาณที่รวดเร็วเกินมนุษย์ปกติ
"อย่าเข้ามานะ!" เขาตะคอก เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของศศินที่เธอรู้จัก แต่มันมีความทุ้มต่ำและดุดันราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำไว้ในอก
บรรยากาศในห้องใต้ดินอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกำยานโบราณที่จุดทิ้งไว้เริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นสาบสางของความตาย รินรดานิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มของสิ่งที่ตระกูลผู้พิทักษ์ของเธอเคยเตือนไว้—รอยจารึกใต้เงาจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่มันคือตราประทับที่กัดกินจิตวิญญาณของผู้ที่พยายามไขความลับของมัน
"ศศิน... ฟังฉันนะ" รินรดาพยายามใช้เสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณจำได้ไหมว่าทำไมเราถึงมาที่นี่? คุณต้องการตามหาครอบครัวของคุณ ไม่ใช่มาเพื่อเป็นร่างทรงของความมืดมิดพวกนี้ ดึงสติกลับมาสิคะ!"
ศศินก้มหน้าลง เส้นผมที่ปรกหน้าบดบังแววตาของเขาที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัว เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ครอบครัวของฉัน... บางทีพวกเขาไม่ได้หายไปไหน บางทีพวกเขาอาจจะรออยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของความมืดนี้ และบางที... ฉันก็เป็นคนพรากพวกเขาไปเองโดยที่ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ"
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาดูว่างเปล่าและลึกลับเกินหยั่งถึง "วรารัตน์ไม่ได้ต้องการแค่แผ่นศิลาหรอกรินรดา... นางต้องการฉัน นางต้องการร่างกายที่เปื้อนคราบคำสาปของตระกูลฉันเพื่อทำพิธีเบิกเนตรพันปี"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนมาจากโถงทางเดินแคบๆ ด้านนอก แสงไฟจากคบเพลิงส่องลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่รินรดาชักกริชโบราณออกมาจากเข็มขัดโดยสัญชาตญาณ
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด" รินรดากระซิบ สันกริชส่องประกายวาววับรับกับแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านรอยแยกบนเพดานถ้ำ "ศศิน... ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออะไรกำลังครอบงำคุณอยู่ตอนนี้ แต่ได้โปรด... อย่าลืมว่าฉันยืนอยู่ข้างคุณเสมอ"
ศศินไม่ได้ตอบรับ ท่าทีของเขาดูนิ่งสงบลงอย่างประหลาด ราวกับคลื่นลมที่สงบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ เขาค่อยๆ หยิบแผ่นหินจารึกที่ถอดรหัสได้ครึ่งหนึ่งขึ้นมาถือไว้ แล้วหันไปทางประตูที่กำลังถูกทุบด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก
"รินรดา..." เขากล่าวเสียงเรียบเย็น "ถ้าหากฉันไม่ใช่ศศินคนที่คุณรู้จักอีกต่อไป... จงอย่าลังเลที่จะใช้กริชในมือนั่น ปักลงที่หัวใจของฉันทันที"
ปัง!
บานประตูหินหนักอึ้งพังทลายลงในพริบตา ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิทก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่กรีดลึกไปถึงดวงตา วรารัตน์ไม่ได้มาคนเดียว เธอกำลังจูงมือเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่ดูเหมือนศศินในวัยเยาว์ไม่มีผิดเพี้ยน
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกแม่สาวน้อย" วรารัตน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางดังกังวานก้องห้องโถง "เพราะผู้ที่จะชำระความมืดมิดในใจของเขา... ไม่ใช่เจ้า แต่เป็น 'ตัวเขา' ในวันที่เขายังไม่รู้จักบาปกำเนิดนี้ต่างหาก"
ศศินก้าวออกไปข้างหน้า ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเด็กชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา—เด็กชายที่ไม่มีเงา และดวงตาที่ดำสนิทราวกับห้วงเหวที่ไร้ก้นบึ้ง
เงาจันทราลี้ลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ปริศนาในเงามืดครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 33
ความมืดมิดในใจ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!