“ถ้าคุณก้าวเท้าเข้าเขตหุบเขาพันปีนี้ไปแล้ว อย่าได้หันกลับมามองเงาของตัวเองเป็นอันขาด ไม่ว่าจะมีเสียงเรียกจากใครที่คุ้นเคยเพียงใดก็ตาม”
รินรดากล่าวเสียงเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเธอเกลี่ยเส้นแผนที่หนังแกะเก่าคร่ำที่กำลังสั่นไหวตามแรงลมของหุบเหว ดวงตาของเธอไม่ได้มองไปยังศศิน แต่มองลึกลงไปในรอยแยกของภูเขาที่ดูเหมือนปากสัตว์ร้ายที่กำลังอ้าค้างรอคอยเหยื่อ
ศศินหยุดชะงักมือที่กำลังจัดสายสะพายเป้ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ร่วมชะตากรรมมาเนิ่นนาน แววตาของเขาซ่อนความกังวลที่พยายามปิดบังไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย “เธอคิดว่า ‘วรารัตน์’ จะปล่อยให้เราเดินเข้าไปที่นั่นอย่างราบรื่นงั้นหรือ? ลัทธิเงาดับสูญไม่มีทางยอมให้เราได้ศิลาชิ้นที่สองไปครอบครองก่อนแน่”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องของลัทธินั้นหรอกค่ะศศิน...” รินรดาหันมาสบตาเขา แววตาของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก “สถานที่แห่งนี้มี ‘เจ้าของ’ อยู่แล้ว พวกเขาไม่ชอบแขกไม่ได้รับเชิญ และที่สำคัญที่สุด... บันทึกที่ฉันถอดรหัสได้เมื่อคืน มันระบุชัดเจนว่าศิลาชิ้นที่สองไม่ได้ถูกเก็บไว้ แต่ถูก ‘ล่ามโซ่’ เอาไว้ต่างหาก”
ศศินนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำของบิดามารดาที่หายตัวไปในสถานที่ลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เขาตัดสินใจก้าวเท้าออกเดินนำหน้าผ่านพ้นแนวโขดหินที่ดูประหลาดตา หินแต่ละก้อนตั้งตระหง่านราวกับรูปปั้นมนุษย์ที่ถูกสาปให้แข็งทื่อด้วยความทรมาน
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนน่าขนลุก ไม่มีเสียงนก เสียงแมลง หรือแม้แต่เสียงลมพัดผ่านพุ่มไม้ ทั้งที่ใจกลางหุบเขาควรจะมีอากาศถ่ายเท กลับกลายเป็นความกดอากาศที่หน่วงหนักจนน่าอึดอัด ศศินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงกระดูก เขาหันไปมองรินรดาที่เดินตามมาอย่างแผ่วเบา ร่องรอยสีหน้าที่เธอเคยแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง
“หยุดก่อน” ศศินยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ
“มีอะไรคะ?”
“รอยเท้า...” เขาชี้ไปยังผืนดินที่ปกคลุมด้วยเถ้าถ่านสีเทาละเอียด “รอยเท้านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันเหมือนรอยเท้าที่ซ้อนทับกันเป็นร้อยๆ รอบ เหมือนกับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่เดินวนเวียนอยู่ที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ”
รินรดาก้มลงมอง พลันใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด “ศศิน นี่ไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ แต่มันคือจังหวะการย่างก้าวแบบเดียวกับพิธีกรรมในตำนานของตระกูลผู้พิทักษ์... พวกเขาไม่ได้มาขัดขวางเรา แต่พวกเขาถูกขังอยู่ที่นี่ ในมิติที่เวลาถูกทำให้หยุดนิ่ง”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังวิเคราะห์สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า เงาสีดำสายหนึ่งก็พาดผ่านพื้นดินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาจากทุกทิศทาง เหมือนมีคนนับพันกำลังสวดอ้อนวอนขอความเมตตา แต่แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้น ศศินคว้ามีดสั้นโบราณที่พกติดตัวไว้แน่น มือของเขาเย็นเฉียบด้วยเหงื่อ
“วรารัตน์ไม่ได้มาแค่ลำพัง” รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับมองขึ้นไปยังหน้าผาสูงชันด้านบน ที่นั่น ปรากฏเงาร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิท ผิวพรรณของเธอขาวซีดจนแทบจะกลืนไปกับสีของก้อนหิน ดวงตาของวรารัตน์จ้องมองลงมาด้วยความเหยียดหยาม
“พวกเธอมาถึงช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ” เสียงของวรารัตน์ดังก้องไปทั่วหุบเขา แม้เธอจะไม่ได้ตะโกน แต่มันกลับดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งสองคน “ศิลาชิ้นนี้ไม่ได้รอผู้ที่คู่ควร แต่มันรอผู้ที่จะมาเป็น ‘เครื่องสังเวย’ เพื่อปลุกให้กาลเวลาเดินหน้าต่อไปอีกครั้ง”
ทันใดนั้น พื้นดินที่ทั้งคู่ยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกของปฐพีค่อยๆ ปริออก เผยให้เห็นแสงสีฟ้าอมม่วงที่เต้นเร้าอยู่เบื้องล่าง ศศินรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่พยายามจะกระชากวิญญาณของเขาออกจากร่าง เขารีบคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น แต่ทว่ามือที่เขาจับกลับไม่ได้มีความอบอุ่นเหมือนมนุษย์ แต่กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดกินเนื้อหนัง
ศศินก้มมองมือของตนด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่กำลังฉีกยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นยิ้มที่บิดเบี้ยวและเปี่ยมไปด้วยความลับที่เธอปิดบังมาตลอด
“ริน... เธอเป็นใครกันแน่?” ศศินถามด้วยเสียงสั่นเครือ ในขณะที่รินรดาในร่างที่เริ่มบิดเบือนกลับหัวเราะเบาๆ พลางกระชับมือเขาไว้แน่นจนกระดูกแทบแหลก
“ฉันคือสิ่งที่เธอตามหามาตลอดศศิน... แต่โชคร้ายหน่อยนะ ที่ผู้พิทักษ์ที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องเธอ แต่มันมีไว้เพื่อ ‘หลอกล่อ’ ให้เธอเดินเข้ามาสู่จุดจบในบันทึกหน้านี้ต่างหาก” ร่างของรินรดาเริ่มสลายกลายเป็นควันสีเทา ทิ้งให้ศศินเคว้งคว้างอยู่บนปากเหวที่กำลังจะถล่มลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะของวรารัตน์ที่ดังแทรกเข้ามาในความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกสิ่ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติแห่งความลี้ลับไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 16
การเดินทางสู่หุบเขาลี้ลับ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!