"หยุดเดินเดี๋ยวนี้ศศิน! ถ้าคุณก้าวเท้าไปอีกเพียงนิ้วเดียว เราสองคนอาจจะไม่ได้กลับไปเห็นแสงอาทิตย์ของโลกฝั่งนั้นอีกเลย"
รินรดาคว้าข้อมือของชายหนุ่มไว้แน่น แรงบีบของเธอสั่นสะท้านจนเขารู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในมัดกล้ามเนื้อของนักถอดรหัสสาว ท่ามกลางความเงียบงันที่ผิดปกติของป่าลึกที่ไร้ซึ่งเสียงแมลงหรือนกกา ศศินหยุดชะงัก ร่างกายของเขายังคงโน้มไปข้างหน้าตามแรงส่งของการก้าวเดิน แต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปยังเบื้องหน้า
สิ่งที่ควรจะเป็นทางเดินดินโคลน กลับกลายเป็นบานประตูไม้แกะสลักลวดลายกงจักรซ้อนทับกันหลายชั้น ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางหมอกสีครามที่ม้วนตัวราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่ป่าที่เขาเคยเดินเข้ามาเมื่อยี่สิบนาทีก่อนอย่างแน่นอน
"คุณเห็นสิ่งที่ขยับอยู่ในบานประตูนั้นไหม รินรดา?" ศศินถามเสียงพร่า ความสุขุมเยือกเย็นที่เขามักรักษาไว้เริ่มแตกร้าว รอยจารึกบนบานประตูที่รินรดากำลังจ้องมองอยู่กำลัง 'เปลี่ยน' ลายเส้นของมันไปมา ราวกับอักขระเหล่านั้นมีเลือดเนื้อและลมหายใจ
รินรดาปล่อยมือจากเขาแล้วทรุดตัวลงคุกเข่า มือเรียวสั่นเทาสัมผัสที่รากไม้ใหญ่ข้างตัว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิให้มั่นคง "มันไม่ใช่แค่ประตู แต่มันคือนาฬิกาทราย... กาลเวลาในป่าผืนนี้ถูกบิดให้เบี้ยวไปเพราะคำสาปของพวกเงาดับสูญ ศศิน คุณจำรอยสักที่ข้อมือของวรารัตน์ได้ไหม? รอยจารึกบนประตูนี้ กำลังลอกเลียนรูปแบบการเคลื่อนไหวของมันอยู่"
ศศินก้มลงมองพื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ มันไม่ใช่ดิน แต่เป็นผืนผ้าเก่าคร่ำที่ถักทอจากเส้นใยพืชชนิดที่เขาไม่เคยรู้จักในทางพฤกษศาสตร์ ใต้ผืนผ้านั้นมีเสียงหัวใจเต้นตุบๆ ราวกับว่าทั้งป่านี้คือสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่กำลังจำศีล
"คุณบอกว่าตระกูลของคุณมีหน้าที่พิทักษ์รอยจารึกพวกนี้" ศศินขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจัง "บอกความจริงมาเถอะรินรดา ครอบครัวของผมหายไปในพื้นที่แบบนี้... พวกเขาถูกกักขังอยู่ในรอยแยกของเวลาแบบนี้ใช่ไหม?"
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววเจ็บปวดที่ซ่อนมานาน "พวกเขาไม่ได้ถูกกักขังหรอกศศิน... แต่พวกเขาถูกเลือกให้เป็น 'ผู้เฝ้ากุญแจ' ต่างหาก และถ้าเรายังยืนอยู่ที่นี่นานเกินไป เสียงกระซิบที่คุณได้ยินนั่นไม่ใช่ลม แต่มันคือเสียงของคนในครอบครัวคุณที่กำลังเตือนว่า 'อย่าหันกลับไป'"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบากลับดังสนั่นขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่ภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสาร แต่เป็นเสียงดังก้องเหมือนเหล็กกระทบกันในหุบเขา เสียงนั้นเรียกชื่อเขาซ้ำๆ *'ศศิน... ศศิน... โซ่ตรวนแห่งพันปีขยับเขยื้อนแล้ว'*
ชายชุดดำคนนั้น—วรารัตน์—ปรากฏตัวขึ้นจากหลังม่านหมอกสีคราม ร่างของเขาดูสูงโปร่งและผิดธรรมชาติ เงาของเขาทอดยาวไปข้างหลังมากกว่าความเป็นจริงเป็นสิบเท่า มือที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทนั้นถือวัตถุรูปทรงคล้ายคฑาสั้นที่ทำจากกระดูกสัตว์โบราณ เขามองทั้งสองคนด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาดูร ราวกับมองมดปลวกที่หลงทางในเขาวงกต
"เจ้ามาได้ถูกที่แล้ว ศศิน" วรารัตน์กล่าว เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่าขนลุก "ครอบครัวของเจ้าไม่ได้จากไปไหน พวกเขาแค่ยอมรับชะตากรรมในการหมุนวงล้อแห่งกาลเวลาแทนข้ามานานเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้รับกรรมเสียที"
ศศินคว้ามีดพกที่พกติดตัวออกมาโดยสัญชาตญาณ แม้จะรู้ดีว่ามันไร้ความหมายต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาขยับตัวไปขวางหน้าของรินรดาไว้ "ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องมาสังเวยในเงื้อมมือของพวกคนคลั่งลัทธิอย่างแกอีก"
วรารัตน์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบจนความชื้นในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามใบไม้ "แกคิดว่าแกมีอำนาจตัดสินใจงั้นหรือ? ลองหันไปมองข้างหลังดูสิ... รินรดาไม่ใช่คนที่แกคิดว่าเธอเป็นหรอก"
ศศินชะงัก ใจสั่นระรัว เขาค่อยๆ หันกลับไปมองรินรดาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง ใบหน้าของเธอยังคงสวยงามและดูหวาดกลัวดังเดิม แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย คือเงาที่ทอดลงบนพื้นดินใต้เท้าของเธอ...
เงานั้นไม่ได้มีรูปร่างเป็นมนุษย์เหมือนเธอ แต่มันเป็นรูปกงจักรโบราณแบบเดียวกับที่อยู่บนประตู!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินรดาก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยใสซื่อกลับกลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาดำ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ เธอเอื้อมมือมาแตะที่หน้าอกของเขาเบาๆ
"ขอบคุณที่พาเรามาถึงจุดนี้... ร่างกายของทายาทผู้เฝ้ากุญแจที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติแห่งความลี้ลับไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 17
เสียงกระซิบจากบรรพกาล
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!