“ถอยไปรินรดา อย่าขยับแม้แต่ก้าวเดียว!”
ศศินตวาดลั่น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของรินรดาส่งเสียงลั่นดังก้องไปทั่วโถงศิลาโบราณ ในวินาทีที่แสงจันทร์สีเงินยวงลอดผ่านช่องระบายอากาศรูปดวงตาบนเพดานสูงลิ่วลงมาตกกระทบกับผนังหินที่สลักลวดลายประหลาด เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่เพียงกำแพงธรรมดา แต่มันคือแผงกลไกฟันเฟืองหินที่ขยับตัวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหลนับพันปี
รินรดานิ่งค้าง มือที่กำลังถือคบไฟสั่นเทา เงาของเธอทาบทับลงบนอักขระโบราณที่ส่องประกายเรืองรองด้วยไอเย็นยะเยือก “มันไม่ได้ตอบสนองต่อแรงกดศศิน แต่มันตอบสนองต่อ... พลังงานบางอย่าง”
“พลังงาน หรือเลือด?” ศศินถามพลางกวาดสายตาคมกริบไปทั่วห้อง โซ่ตรวนสนิมเขรอะที่ห้อยลงมาจากเพดานแกว่งไกวไปมาอย่างผิดธรรมชาติ ทั้งที่ไม่มีกระแสลมพัดผ่านแม้แต่น้อย เขาสังเกตเห็นร่องรอยคราบเลือดเก่าแก่บนพื้นหิน—ร่องรอยที่บ่งบอกว่าคนก่อนหน้าที่ผ่านเข้ามาที่นี่ไม่ได้จบลงด้วยการไขปริศนาสำเร็จ แต่จบลงด้วยการเป็นเครื่องสังเวย
“ภาษาจารึกพวกนี้ไม่ใช่คำสาป แต่มันคือสมการทางดาราศาสตร์” รินรดาพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อแสงจันทร์เคลื่อนผ่านตำแหน่งของดาวเคราะห์จำลองที่สลักไว้บนผนัง “ดูนั่นสิ ศศิน... เมื่อแสงจันทร์เดินทางมาถึงจุดกึ่งกลางของวงแหวนนี้ มันจะทำหน้าที่เป็นกุญแจ หากเราวางตำแหน่งไม่ถูกองศา ทั้งโถงนี้จะกลายเป็นสุสานปิดตายทันที”
“แล้วคุณจะให้ผมทำอย่างไร?” ศศินก้าวเข้าไปใกล้เธออย่างระมัดระวัง พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษหินที่กั้นขวางกลไก “เราไม่มีเวลามากนัก วรารัตน์กับพรรคพวกลัทธิเงาดับสูญกำลังตามหลังมา ถ้าพวกมันมาถึงก่อนที่เราจะเปิดประตูบานนี้ได้ ทั้งผมและคุณ... เราจะเป็นแค่จารึกชิ้นใหม่บนผนังนั่น”
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกดดัน “คุณต้องใช้ ‘เข็มทิศดาราจันทร์’ ของคุณวางลงบนตำแหน่ง ‘เนบิวลาที่สาบสูญ’ บนฐานแท่นบูชา แต่มันต้องแม่นยำระดับมิลลิเมตร หากพลาดเพียงเศษเสี้ยว กลิ่นอายของความตายจะพุ่งออกมาจากช่องผนังนั่นพร้อมกับใบมีดที่เคลือบยาพิษโบราณ”
ศศินควักเข็มทิศโลหะเก่าแก่ที่ตกทอดมาจากครอบครัวออกมา มือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปมในใจเรื่องการหายตัวไปของพ่อแม่ผุดพรายขึ้นมาในจินตนาการ เขาเห็นภาพแม่ยืนอยู่ในสถานที่ลักษณะเดียวกันนี้ ในมือของท่านมีเข็มทิศเล่มเดียวกัน... ความเงียบงันที่แสนทรมานก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงกลไกหินที่บดขยี้กันดังครืดคราดจากเบื้องหลังกำแพง
“ศศิน เชื่อใจฉัน” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน “เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อเป็นเหยื่อ เราอยู่ที่นี่เพื่อขีดเขียนบันทึกเล่มใหม่ที่พวกมันไม่มีวันทำลายได้”
เขาสูดลมหายใจลึก ปรับโฟกัสสายตาไปที่จุดกึ่งกลางของแสงจันทร์ที่เริ่มทอแสงเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นสีฟ้าครามดั่งน้ำค้างแข็ง บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวกับมีแรงกดดันมหาศาลจากมิติอื่นกดทับลงมา ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบประตูทางเข้า
ไม่ใช่แค่ลม แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“ช้าไปแล้วล่ะ...” เสียงแหบพร่าของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น วรารัตน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือถือคทาหัวกะโหลกแกะสลักที่สั่นระริกด้วยแรงอาคม “บันทึกรอยจารึกนั่นไม่ใช่ของพวกแก และชีวิตของพวกแก... ก็มีค่าเพียงพอที่จะเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้กลไกนี้ทำงานได้สมบูรณ์เท่านั้น”
ศศินหันขวับไปมอง รินรดากรีดร้องเบาๆ เมื่อเห็นว่าเงาของวรารัตน์ไม่ได้ปรากฏอยู่บนพื้น แต่กลับพุ่งออกมาจากผนังดุจกรงเล็บที่ไร้รูปร่าง มันพุ่งตรงเข้าหาเข็มทิศในมือศศิน หมายจะกระชากเอาสิ่งที่เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญไปครอบครอง
“รินรดา! หมอบลง!” ศศินตะโกนสุดเสียงพร้อมกับตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาไม่ได้นำเข็มทิศวางบนแท่น แต่เขากลับเขวี้ยงมันเข้าไปในช่องว่างกลางวงแหวนหินที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง!
กลไกทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขังดังระงมออกมาจากทุกทิศทาง กำแพงหินค่อยๆ แยกตัวออกเผยให้เห็นห้วงมิติมืดมิดที่อยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่หลังกำแพงนั้นไม่ใช่ทางออก... มันกลับเป็นใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำที่สุด
ใบหน้าของพ่อเขา... ที่ยืนอยู่ตรงนั้นในสภาพที่ร่างกายกึ่งโปร่งแสง ดวงตาที่ไร้แววชีวิตจ้องมองมาที่เขาพร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้หัวใจของศศินหยุดเต้น
“อย่าเข้ามา... เพราะคนที่พวกเจ้ากำลังตามหา ไม่ใช่มนุษย์”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงจะพังครืนลงมาพร้อมกับเงาดำมืดที่พุ่งเข้าใส่รินรดาจนเธอล้มลงไปในช่องว่างมิตินั้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติแห่งความลี้ลับไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 18
กับดักในโบราณสถาน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!