บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 15

รอยสักประหลาด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
"อย่าหันกลับมา... ศศิน ถ้าเธอหันกลับมา ความทรงจำทั้งหมดจะถูกลบเลือนไปตลอดกาล!" เสียงของเด็กชายในมิติว่างเปล่าไม่ได้ดังออกมาจากอากาศธาตุ แต่มันดังก้องขึ้นในโสตประสาทของศศินโดยตรง ร่างของเด็กน้อยคนนั้นยังคงยืนหันหลัง แต่สิ่งที่ทำให้ศศินแทบหยุดหายใจคือ กุญแจสีเงินในมือของเด็กคนนั้นเริ่มสั่นไหว ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นละอองแสงพุ่งเข้าสู่ต้นคอของเขา! ความเจ็บปวดรุนแรงดุจเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่าง ศศินทรุดฮวบลงบนพื้นพรมห้องสมุดส่วนตัว กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่เขาคุ้นเคยบัดนี้กลับเจือไปด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ เขาหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลซึมชุ่มแผ่นหลัง รอยสักประหลาดที่เคยเป็นเพียงรอยแผลเป็นจางๆ บนต้นคอ กลับปะทุร้อนขึ้นจนรู้สึกเหมือนผิวหนังกำลังลอกออก "ศศิน! เกิดอะไรขึ้น!" รินรดาทิ้งพจนานุกรมภาษาขอมโบราณในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังสนั่น เธอพุ่งตัวเข้ามาประคองร่างชายหนุ่มไว้ ดวงตาของนักอ่านรหัสลับเบิกกว้างเมื่อเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น ศศินคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น นิ้วมือสั่นเทาขณะชี้ไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้อง "ริน... ดู... ดูที่คอของผม..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องสมุดกระทบลงบนลำคอของศศิน รอยสักที่เคยเป็นเพียงเส้นสายที่ไม่เป็นรูปทรง บัดนี้มันขยับเขยื้อน ราวกับเส้นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง เส้นสายเหล่านั้นค่อยๆ ขยายตัวแผ่ซ่านลงมาถึงหัวไหล่และแผ่นหลัง กลายเป็นแผนที่โบราณที่มีจุดเรืองแสงสีทองสลับกับสีเลือดปรากฏขึ้นเด่นชัด "มันไม่ใช่แค่รอยสัก..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ "มันคือ 'เข็มทิศดารา' ที่บันทึกไว้ในตำนานผู้พิทักษ์... ศศิน นี่มันหมายความว่าชิ้นส่วนศิลาไม่ได้หายไปไหน แต่ตัวเธอต่างหากที่เป็นภาชนะบรรจุที่อยู่ของมัน!" ศศินกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดเริ่มจางลง แต่ความตื่นตระหนกกลับเข้ามาแทนที่ เขาไล้นิ้วไปตามลวดลายที่ยังคงเรืองแสงจางๆ มันไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่มันกำลังแสดงภาพจำลองของภูมิประเทศที่คุ้นตา—ยอดเขาหิมาลัยที่ถูกหมอกปกคลุมตลอดกาล และถ้ำลึกในป่าดิบชื้นทางทิศตะวันตก "ถ้าฉันคือแผนที่..." ศศินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มฉายแววสิ้นหวังแต่ปนด้วยความมุ่งมั่น "นั่นหมายความว่า 'เงาดับสูญ' ไม่จำเป็นต้องออกตามหาศิลาให้เสียเวลา พวกมันแค่ต้องตามหาตัวฉัน... แล้วผ่าเอาคำตอบนี้ออกจากร่างกายของฉันไป" "เราต้องออกไปจากที่นี่" รินรดาคว้าเสื้อคลุมของเขามาสวมให้ด้วยความรีบร้อน "วรารัตน์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว สัญญาณจากรอยสักนี้รุนแรงเกินกว่าจะซ่อนไว้ได้นาน ฉันรู้สึกได้... กลิ่นกำยานของพวกมันเริ่มโชยมากับลมกลางคืนแล้ว" ทั้งสองเร่งฝีเท้าออกจากห้องสมุดลับใต้ดิน แสงตะเกียงไหววูบไปตามทางเดินหินโบราณ ทันใดนั้น ศศินก็หยุดกะทันหัน เขาคว้าแขนรินรดาไว้จนเธอกระตุกตัวกลับมา "หยุดก่อนริน" ศศินกระซิบ น้ำเสียงเย็นเยียบ "อากาศตรงหน้า... มันหยุดนิ่งไป" ตรงหน้าพวกเขามีเพียงทางเดินทอดยาว แต่ละอองฝุ่นที่ควรจะลอยละล่องกลับหยุดนิ่งสนิทกลางอากาศ ราวกับเวลาถูกกดปุ่มพักชั่วคราว และจากความมืดมิดที่ปลายทางเดิน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของคนผู้นี้ไร้เสียง ไร้ลมหายใจ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของเขามีเพียงความว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่าง "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... ท่านผู้ถูกเลือก" เสียงของวรารัตน์แหบพร่าและกังวานราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของมหาสมุทร "ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานาน... เวลาที่ 'แผนที่' จะปรากฏตัวออกมาจากเงามืด" วรารัตน์ยกมือขึ้น มือที่เรียวยาวและขาวซีดราวกับศพแตะไปที่อากาศด้านข้าง ทันใดนั้น กำแพงหินทั้งสองด้านก็แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นห้วงมิติสีม่วงคล้ำที่บิดเบี้ยวอยู่เบื้องหลัง "ศศิน ถอยไป!" รินรดาตะโกน พร้อมกับหยิบแผ่นศิลาจารึกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า แสงสีฟ้าพุ่งออกจากอักขระบนศิลา สร้างเป็นเกราะป้องกันรอบตัวพวกเขา แต่ทว่า... วรารัตน์กลับเพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศศินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "เจ้าคิดว่าสิ่งของชิ้นเล็กๆ นั่นจะหยุดกฎเกณฑ์ของกาลเวลาได้งั้นหรือ?" วรารัตน์สะบัดมือเบาๆ เกราะแสงสีฟ้าของรินรดาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบ วรารัตน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวศศิน ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาสัมผัสลงบนต้นคอตรงรอยสักนั้นพอดี ความเจ็บปวดที่ศศินได้รับก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที เมื่อเขารู้สึกได้ว่าวรารัตน์ไม่ได้ต้องการแค่แผนที่... แต่เขากำลัง 'ดึง' บางอย่างออกจากจิตวิญญาณของศศิน "คุณ... คุณไม่ใช่คน" ศศินเค้นเสียงผ่านความเจ็บปวด วรารัตน์ก้มลงมากระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาที่น่าขนลุก "ข้าเป็นอะไรไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เจ้าเป็น... เจ้าไม่ใช่แค่เด็กชายที่หายไป ศศิน เจ้าคือภาชนะที่จงใจถูกสร้างขึ้นเพื่อซ่อน 'รอยจารึกสุดท้าย' เอาไว้" เขากระชากร่างของศศินเข้ามาหาตัวจนรอยสักบนคอเปล่งแสงสีแดงฉาน รินรดาร้องกรีดด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาของใครบางคนค่อยๆ ก้าวออกมาจากภายในร่างกายของศศิน—เงานั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนศศินไม่ผิดเพี้ยน แต่ดวงตากลับเรืองแสงสีเงินนวลเหมือนกุญแจโบราณในมิติก่อนหน้านี้! เงาที่ก้าวออกมาจากร่างศศินหันมามองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความเชื่อทุกอย่างของศศินจนสิ้นซาก "ขอบคุณที่ดึงข้าออกมา... ในเมื่อเจ้าเป็นภาชนะที่ไร้ค่า ก็ถึงเวลาที่ต้องส่งคืนเจ้ากลับไปสู่ความว่างเปล่าที่เจ้าจากมาเสียที" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติแห่งความลี้ลับไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%