บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 14

ชายในเงา

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“คุณไม่ควรกลับมาที่นี่... ศศิน” เสียงแหบพร่าคล้ายใบไม้แห้งกรอบถูกบดขยี้ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังชั้นหนังสือเก่าแก่ กลิ่นกำยานราคาถูกผสมกับกลิ่นสาบของดินชื้นอบอวลไปทั่วห้องสมุดใต้ดิน ศศินชะงักฝีเท้า มือที่ถือไฟฉายสั่นไหวเพียงเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันนิ่งสนิท เขาไม่หันหลังกลับไปทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ “คุณเป็นใคร” ศศินถาม เสียงของเขาเรียบสนิท ทว่าในใจกลับเต้นรัวดั่งกลองรบ “คนที่รู้ว่าเหตุใดพ่อแม่ของคุณถึงเลือกที่จะหายสาบสูญไปพร้อมกับตราประทับแห่งจันทราในคืนนั้น” เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืด รูปร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลที่ดูขัดกับสภาพห้องที่ผุพัง ใบหน้าของวรารัตน์ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะ เหลือเพียงริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังยกยิ้มอย่างสมเพช เธอไม่ได้ดูเหมือนผู้นำลัทธิคลั่งศาสนา แต่ดูเหมือนผู้คุมกฎที่เฝ้ามองความผิดพลาดของมนุษย์มานานนับศตวรรษ รินรดาที่เดินตามหลังมาไม่ไกลนักก้าวออกมาข้างหน้า ร่างบางของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตากลับแน่วแน่ เธอรีบคว้าข้อมือศศินไว้ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกดึงดูดเข้าสู่กับดักคำลวงของคนตรงหน้า “อย่าไปฟังเขา ศศิน” รินรดาเปรยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “คนพวกนี้ถนัดนักเรื่องการขุดคุ้ยบาดแผลเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อรอง” วรารัตน์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็ง “คุณรินรดา ผู้สืบเชื้อสายแห่งตระกูลผู้พิทักษ์ที่ล่มสลาย คุณเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่าความลับที่ศศินแบกไว้ในใจมันหนักหนาแค่ไหน... มันหนักจนเขากลายเป็นเพียงโครงร่างของคนที่รอวันแตกสลาย” วรารัตน์เดินวนรอบทั้งสองคน ฝีเท้าของเธอเงียบเชียบดั่งแมวป่า สายตาที่มองมายังศศินไม่ได้มีเพียงความอาฆาต แต่มีความกระหาย—กระหายที่จะครอบครองสิ่งที่เขาหลงลืมไปในความทรงจำวัยเด็ก “ทำไมคุณถึงรู้เรื่องพ่อแม่ของผม” ศศินเค้นเสียงถาม เขาเริ่มเดินตามทิศทางการเคลื่อนไหวของนาง “ในบันทึกที่ผมค้นพบ ไม่มีชื่อของคุณปรากฏอยู่เลย” “เพราะฉันคือส่วนหนึ่งของบันทึกนั้นอย่างไรล่ะ” วรารัตน์หยุดนิ่ง แล้วถอดผ้าคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ผิดปกติ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยประกายสีประหลาดราวกับนัยน์ตาสัตว์ป่า “ในวันที่พ่อแม่ของคุณตัดสินใจทำลายรอยจารึก พวกเขาไม่ได้แค่พยายามปกป้องมัน แต่พวกเขาพยายามปกป้อง ‘ฉัน’ จากคำสาปที่ส่งต่อกันมาผ่านสายเลือด... สายเลือดที่คุณมีอยู่ครึ่งหนึ่งในตัวนั่นแหละ ศศิน” ศศินรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง คำว่า ‘สายเลือด’ กระแทกเข้ากลางใจจนเขาเกือบก้าวถอยหลัง รินรดาบีบมือเขาแน่นขึ้น ราวกับจะเตือนสติว่านี่คือกุศโลบายที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเจอมา “โกหก...” รินรดากล่าว “ตระกูลของเขาเป็นนักมานุษยวิทยาบริสุทธิ์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิเงาดับสูญ” “บริสุทธิ์งั้นหรือ?” วรารัตน์ก้าวเข้ามาประชิดศศิน ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ศศินสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว “ลองสำรวจรอยปานที่ต้นคอของคุณดูสิ ศศิน... รอยที่มองไม่เห็นในยามปกติ แต่มันจะปรากฏชัดเมื่อถูกแสงจันทร์คืนวันเพ็ญส่องกระทบ” ศศินชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำเลือนรางในวัยเด็กย้อนกลับมา ความรู้สึกแสบร้อนที่ต้นคอในคืนที่พ่อแม่จากไป ความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคนกระซิบเรียกชื่อเขาจากความว่างเปล่า “คุณต้องการอะไร” ศศินรวบรวมความกล้า “ถ้าผมคือสิ่งที่คุณต้องการ ทำไมไม่ฆ่าผมทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้” วรารัตน์ยกยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหวาดผวา “ความตายเป็นเรื่องง่ายเกินไปสำหรับผู้ถือครองรอยจารึก... ฉันต้องการให้คุณ ‘เปิด’ มันด้วยตัวเอง เพื่อที่การทำพิธีกรรมครั้งสุดท้ายจะสมบูรณ์แบบ และถึงเวลานั้น... โลกที่คุณรู้จักจะถูกเขียนขึ้นใหม่ภายใต้เงาของบรรพบุรุษฉัน” ทันใดนั้น วรารัตน์ดีดนิ้วมือครั้งหนึ่ง แสงไฟจากไฟฉายในมือศศินก็ดับวูบลงพร้อมกัน ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายลึกลับบางอย่างก็โชยปะทะใบหน้าศศินอย่างแรง “ศศิน! ระวัง!” เสียงรินรดาร้องเตือนจากความมืด ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากทางด้านหลัง ศศินคว้าอากาศว่างเปล่า ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจเมื่อสัมผัสได้ว่าเขากำลังถูกกระชากหลุดออกจากมิติที่เขายืนอยู่ แต่ก่อนที่สติจะดับวูบไป เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแว่วมาจากข้างหูของเขา... เสียงที่เหมือนกับเสียงของแม่เขาไม่มีผิดเพี้ยน ‘อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แต่จงเชื่อในสิ่งที่เลือดของเจ้าสัมผัสได้... ลูกรัก’ ศศินเบิกตากว้างในความมืดมิด เมื่อความรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอพลันปะทุขึ้นราวกับไฟลุกไหม้ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาไม่ใช่กำแพงห้องสมุดอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นห้วงมิติที่ว่างเปล่า ซึ่งมีร่างของเด็กชายตัวน้อย—ตัวเขาเองในอดีต—ยืนหันหลังให้ พร้อมกับกุญแจโบราณที่ส่องแสงสีเงินนวลในมือ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%