“รินรดา... สิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่ มันหมายความว่าตระกูลของเธอเป็นคนกักขังสิ่งที่อยู่ใต้ดินนั่นไว้หรือ?”
ศศินวางปากกาสไตลัสลงบนโต๊ะไม้เก่าที่สั่นไหว แสงจากโคมไฟสีส้มสลัววูบไหวราวกับมีลมหายใจของสิ่งเร้นลับพัดผ่าน เขาจ้องมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเธอสั่นระริกเหมือนเปลวเทียนที่ไม่มั่นคง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอไม่ได้สบตาเขา แต่กลับจ้องมองลายเส้นอักขระบนกระดาษหนังแผ่นเก่าที่เพิ่งถอดรหัสเสร็จ
“ไม่ใช่แค่กักขังค่ะศศิน...” รินรดากลืนน้ำลายลงคอ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ “เราคือผู้ทำพันธสัญญา พันธสัญญาที่แลกด้วยเลือดและอายุขัยที่สั้นกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว บรรพบุรุษของดิฉันไม่ได้ถูกเลือกเพราะความศรัทธา แต่ถูกเลือกเพราะ ‘ความผิดบาป’ ที่บรรพชนเคยก่อไว้กับสิ่งที่ถูกจองจำ”
ศศินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ไม้ขูดกับพื้นหินดังครืดคราดบาดหู “แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้? เราตามหาความลับของลัทธิ ‘เงาดับสูญ’ มานานนับเดือน ทำไมคุณถึงปล่อยให้วรารัตน์ตามหาเบาะแสจนใกล้จะสำเร็จถึงเพียงนี้”
“เพราะดิฉันกลัว!” รินรดาตวาดกลับ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความกดดันที่สะสมมานาน “คุณไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่วรารัตน์ต้องการจะปลุกขึ้นมานั้นไม่ใช่จอมขมังเวทย์ที่ไหน แต่มันคือตัวตนที่อยู่นอกเหนือกาลเวลา... มันคือความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่มีลมหายใจ หากดิฉันเผยตัวตนออกมาแต่แรก สายเลือดของตระกูลเราจะกลายเป็นเป้าหมายทันที และคุณ... ศศิน คุณเองนั่นแหละที่จะเป็นคนแรกที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์”
บรรยากาศในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุเปลี่ยนไปทันที ราวกับว่ากำแพงหินรอบข้างเริ่มบีบอัดตัวเข้ามา อากาศเบาบางลงจนศศินรู้สึกเหมือนกำลังหายใจเอาเศษฝุ่นละอองของความตายเข้าไป รินรดาค่อยๆ ลุกขึ้น มือที่สั่นเทาของเธอหยิบสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หุ้มด้วยโลหะสีดำสนิทออกมาจากใต้ปกเสื้อ
“มองดูสัญลักษณ์นี้สิคะ” รินรดากล่าว พลางแตะนิ้วลงบนพื้นผิวที่เย็นเยียบของสร้อย “นี่ไม่ใช่เครื่องประดับ แต่มันคือ ‘กุญแจ’ เล่มสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลก ตระกูลผู้พิทักษ์ที่สาบสูญไปเมื่อสี่ร้อยปีก่อนไม่ได้หายไปไหน พวกเขาแค่แตกฉานซ่านเซ็นเพื่อรอวันที่จะต้องเผชิญหน้ากับวรารัตน์อีกครั้ง แต่น่าเสียดาย... ที่ดิฉันเป็นคนสุดท้ายในสายเลือดนี้ที่ยังจำภาษาแห่งการปิดผนึกได้”
ศศินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อเห็นอักขระบนสร้อยนั้นขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต เขาเคยเห็นลายเส้นแบบนี้ในบันทึกที่ครอบครัวเขาทิ้งไว้ก่อนจะหายตัวไป... บันทึกที่เขาพยายามไขปริศนามาตลอดชีวิต
“ครอบครัวของผม... พวกเขาหายไปเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม? รินรดา ตอบผมมา!” ศศินกระชากเสียง เขารู้สึกถึงความโกรธที่ผสมปนเปกับความหวังที่ริบหรี่
“พวกเขาไม่ได้หายไปไหนศศิน” รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วแน่ “พวกเขาคือ ‘ผู้คุ้มกัน’ ที่ยอมแลกตัวตนเพื่อถ่วงเวลาให้ดิฉันรอดพ้นจากเงื้อมมือของวรารัตน์มาจนถึงวันนี้ บรรพบุรุษของคุณกับตระกูลของดิฉันคือพันธมิตรที่สาบสูญ และบัดนี้... สิ่งที่คุณตามหามาทั้งชีวิต กำลังจะปรากฏตัวขึ้นในค่ำคืนจันทร์ดับนี้”
รินรดาเดินไปที่ผนังห้อง เธอวางสร้อยคอลงบนรอยบุ๋มเล็กๆ ที่กลมกลืนไปกับก้อนหิน ทันใดนั้นผนังหินหนาหนักก็เกิดเสียงกรีดร้องเสียดแทงแก้วหู มันไม่ใช่เสียงของกลไก แต่เป็นเสียงของวิญญาณที่ถูกจองจำมานานหลายศตวรรษที่กำลังกรีดร้องด้วยความโหยหา
ขณะที่ผนังค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นโถงทางเดินที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด ร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดของมุมห้อง เสียงปรบมือเย็นเยือกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
“ช่างเป็นพันธสัญญาที่ซาบซึ้งกินใจเหลือเกินนะรินรดา” เสียงของวรารัตน์ดังขึ้น ราวกับเสียงกระซิบจากหลุมศพ เธอเดินออกมาจากเงามืดโดยมีกลุ่มชายชุดดำขนาบข้าง มือของวรารัตน์ถือเศษเสี้ยวของหน้ากากโบราณที่ส่องประกายด้วยสีม่วงประหลาด “ขอบใจมากที่ช่วยเปิดทางให้... ตอนนี้พันธสัญญานั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะข้าจะใช้เลือดของลูกหลานผู้พิทักษ์คนสุดท้าย เพื่อเปิดประตูสู่มิตินิรันดร์ให้จงได้!”
สิ้นคำพูด วรารัตน์ก้าวเข้ามาหาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ขณะที่รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนกำแพงหิน ศศินรีบคว้าวัตถุโบราณที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาเตรียมพร้อม ทว่าเขากลับพบว่ามือของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับกำลังถูกสูบกลืนด้วยรอยจารึกที่กำลังเปล่งแสงบนผนัง
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชิงของโบราณ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบที่เขาและรินรดาไม่อาจหลีกหนีพ้นไปได้เลย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 13
พันธสัญญาโบราณ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!