“ถ้าก้าวขาออกไปอีกก้าวเดียว หัวใจของคุณจะหยุดเต้นค้างอยู่ในช่องว่างระหว่างวินาที ศศิน... หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า หญิงสาวกำชับเศษกระดาษปาปิรุสโบราณไว้แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่สายตาจับจ้องไปยังรอยแยกของอากาศที่บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกสาดน้ำใส่ พื้นหินใต้เท้าของศศินไม่ได้มั่นคงเหมือนที่ควรจะเป็น มันสั่นไหวและยุบตัวลงเหมือนเหยียบลงบนพื้นผิวของผืนน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง
ศศินชะงัก ร่างกายของเขาหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรึงวิญญาณ เขาจำภาพนี้ได้ มันคือจังหวะที่ครอบครัวของเขาหายไป... ในห้องโถงพิธีกรรมที่ไร้ทางออกแห่งนี้
“รินรดา ผมเห็นพวกเขา” เขาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความร้าวรานที่กัดกินใจ “พ่อกับแม่... พวกเขาอยู่ในเงาสะท้อนนั่น พวกเขากำลังเรียกชื่อผม”
“นั่นไม่ใช่พวกเขา! นั่นคือกับดักของเวลา!” รินรดาตวาด เธอก้าวเข้าหาเขาอย่างไม่กลัวตาย แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของมิติที่แตกร้าว “อย่าได้เผลอตัวตอบรับเสียงนั้น ถ้าคุณก้าวข้ามเส้นเงาไป คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของจารึกโบราณนั่นไปตลอดกาล คุณจะไม่มีวันได้กลับมาหาความจริงที่คุณตามหาอยู่!”
ศศินหลับตาลง พยายามตั้งสติ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น เขากลับได้ยินเสียงนาฬิกาทรายร่วงหล่นดังสนั่นก้องอยู่ในหัว กลิ่นกำยานโบราณที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้างไป
*วินาทีถัดมา...*
“ถ้าก้าวขาออกไปอีกก้าวเดียว หัวใจของคุณจะหยุดเต้นค้างอยู่ในช่องว่างระหว่างวินาที ศศิน... หยุดเดี๋ยวนี้!”
ศศินลืมตาโพลง เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ที่เดิมเป๊ะ ตำแหน่งเดิม ลมหายใจหอบถี่เดิม และรินรดาที่กำลังกำกระดาษปาปิรุสด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเหมือนเดิมเป๊ะ
“รินรดา... เมื่อกี้... เราเพิ่งพูดประโยคนี้ไปไม่ใช่หรือ?” เขาถาม เสียงสั่นไหว
รินรดาขมวดคิ้วแน่น แววตาสับสน “คุณพูดอะไร? นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเตือนคุณนะ ศศิน... คุณเริ่มมีอาการประสาทหลอนเพราะไอระเหยของพิธีกรรมแล้วหรือเปล่า?”
เขามองมือตัวเอง ที่ปลายนิ้วมีรอยแผลที่เกิดจากหินบาด ซึ่งเขาจำได้แม่นว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นใน 'ลูป' ที่แล้ว แต่ในลูปนี้ รอยแผลนั้นกลับยังไม่ปรากฏ ศศินหันไปมองรอยแยกของอากาศ ความบิดเบี้ยวไม่ได้หายไป แต่มันกำลังขยายตัวขึ้น ราวกับกรงขังที่กำลังรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เขาตัดสินใจลองเสี่ยง เขาฝืนกฎที่รินรดาบอก ก้าวถอยหลังแทนที่จะก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณของการหนี แต่ทว่า... ทันทีที่เท้าแตะพื้นด้านหลัง เขากลับพบว่าตัวเองถูกกระชากกลับมาที่เดิมด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
“ไม่!” เขาสบถ ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง
“ถ้าก้าวขาออกไปอีกก้าวเดียว หัวใจของคุณจะหยุดเต้นค้างอยู่ในช่องว่างระหว่างวินาที ศศิน... หยุดเดี๋ยวนี้!”
รินรดาพูดประโยคเดิมอีกครั้งด้วยจังหวะที่เป๊ะจนน่าขนลุก ศศินตระหนักได้ในทันทีว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ แต่เป็นวงจรที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้จิตใจของเขาให้แหลกคามิติที่บิดเบี้ยว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้ว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ เขาจะติดอยู่ในลูปนี้จนกว่าวิญญาณจะดับสูญ
เขาสังเกตเห็นเงาที่ทอดยาวจากแท่นบูชา แทนที่จะมุ่งไปทางประตูตามแสงไฟ กลับทอดตรงไปยังรอยแยกนั่น และในเงาดำนั้น... มีรูปร่างที่คุ้นตาของ 'วรารัตน์' ผู้นำลัทธิเงาดับสูญกำลังยืนซ่อนตัวอยู่หลังม่านกาลเวลา
“คุณไม่ได้มาช่วยผม แต่คุณกำลังล่อให้ผมเดินเข้าไปหามัน...” ศศินพึมพำกับความว่างเปล่า เขาไม่ได้หันไปหารินรดา แต่เขากลับก้มลงมองที่แหวนตราประจำตระกูลบนนิ้วที่เริ่มสั่นไหวตามจังหวะที่โลกหมุนวน
เขารู้แล้วว่ากุญแจไม่ใช่การหยุดก้าว แต่คือการทำลายความเชื่อมโยง
ศศินตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้เดินไปข้างหน้า หรือถอยหลัง แต่เขาตัดสินใจถอดแหวนตราทิ้งลงบนพื้นหินที่สั่นสะเทือน ในวินาทีที่แหวนแตะพื้น แผ่นหินกลับแยกออกเกิดเป็นหลุมดำขนาดย่อมที่ดูดกลืนแสงและเสียงทั้งหมดเข้าไป
รินรดากรีดร้องเมื่อเห็นเขาทรุดตัวลง แต่สิ่งที่ทำให้น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากมุมมืดของห้องโถง ซึ่งไม่ใช่เสียงของเขา หรือเสียงของเธอ
“ฉลาดไม่เบา... ศศิน” เสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืด ร่างในชุดดำสนิทก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าวรารัตน์ที่เขาเคยรู้จัก
ใบหน้านั้น... คือใบหน้าของศศินเอง แต่เป็นศศินที่แก่ชราและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งกาลเวลา
“ในเมื่อเธอพังลูปนี้ได้... เราก็ต้องคุยกันในฐานะที่เธอเพิ่งทำลายอนาคตของตัวเองทิ้งไปเสียแล้ว” ร่างนั้นเอ่ยพลางยกมือขึ้น รอยแยกที่เคยบิดเบี้ยวพลันหยุดนิ่งสนิท ราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ ณ วินาทีที่เป็นตาย
เงาของศศินในอนาคตขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายแข็งตัว
“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของจุดเริ่มต้น... ศศิน ต่อจากนี้ไป เธอจะไม่ได้อยู่ลำพังในกรงขังนี้อีกต่อไป เพราะฉันคือผู้ที่จะมาแทนที่เธอในทุกๆ ลูปนับจากนี้ไปตลอดกาล”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 12
กรงขังแห่งเวลา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!