กลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปหอมโบราณคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ร่างของวรารัตน์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหินศิลาแลง อาคมสีดำทะมัยหมุนวนรอบตัวนางดั่งพายุหมุนขนาดย่อม อักขระโบราณนับร้อยลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ เปล่งแสงสีเลือดสั่นระริกราวกับมีชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไป แรงกดดันมหาศาลกำลังบีบอัดออกซิเจนในห้องใต้ดินแห่งนี้ให้เบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก
ศศินก้าวออกไปยืนบังรินรดาไว้ครึ่งตัว แม้ลมหายใจของเขาจะติดขัดจากกลิ่นอายมรณะ แต่แววตาหลังกรอบแว่นกลับคมกริบและนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวของเขาสัมผัสรอยแผลเป็นที่ฝ่ามือขวาโดยสัญชาตญาณ—ความเจ็บปวดจากอดีตคือเครื่องเตือนใจว่าเขาจะไม่ยอมสูญเสียใครไปต่อหน้าอีกแล้ว
"เจ้าคิดว่าความรู้ครึ่งๆ กลางๆ ของมนุษย์ปุถุชน จะต่อกรกับพิธีกรรมที่สืบทอดมากว่าพันปีได้หรือ ศศิน?" น้ำเสียงของวรารัตน์แหบพร่าและเยือกเย็นราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าที่ซีดเซียว นางกวาดมือเรียกกลุ่มก้อนพลังงานมืดพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองโดยไม่ให้ตั้งตัว
"ภาษาโบราณไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง... แต่มันมีไว้เพื่อ 'ควบคุม' ต่างหาก" ศศินสวนกลับเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง
เขากระชากสมุดบันทึกหนังแกะโบราณที่รินรดามอบให้ขึ้นมา เปิดไปยังหน้าที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีชาด สายตาคมกวาดมองอักขระที่เรียงรายสลับซับซ้อน สมองของนักมานุษยวิทยาประมวลผลด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ จากเงาดำที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
รินรดาไม่รอช้า นางกัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดซึม แล้วป้ายลงบนวงแหวนเวทที่สลักไว้บนพื้นหินเพื่อสร้างแนวป้องกันเบื้องต้น "ศศิน! นางกำลังจะเปิดประตูมิติ! ถ้าอาคมสมบูรณ์ ทุกคนในเขตนี้จะกลายเป็นเครื่องสังเวย!"
ศศินไม่ตอบคำแต่ขยับกายอย่างคล่องแคล่ว ปากพึมพำบทสวดโบราณที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการถอดรหัส เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องกังวานแข่งกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณในอาคม วรารัตน์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้ามั่นใจเริ่มฉายแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นอักขระที่นางร่ายขึ้นมาเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนทิศทาง
"เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้ารู้จักบทสวดสายลับวงแหวนย้อนกลับนั้นได้ยังไง!" วรารัตน์แผדเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเร่งมือถ่ายทอดพลังทั้งหมดลงสู่แท่นบูชา ทำให้หินศิลาแลงสั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
ศศินรู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์มาทุบเข้าที่หน้าอก เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของเขา แรงต้านทานมหาศาลผลักให้เขาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่เขากลับฝืนยืนหยัด ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังจุดอ่อนใจกลางอักขระของวรารัตน์ รอยต่อระหว่างมิติที่กำลังเปิดออกเริ่มสั่นคลอนเพราะเสียงสวดที่ขัดขืนของเขา
"เพราะท่านจำกัดความมืดไว้แค่การทำลาย... แต่พวกเราเข้าใจความสมดุลของมันต่างหากล่ะ" ศศินตะโกนก้อง พร้อมกับตวัดมือวาดอักขระกลางอากาศตามรหัสลับที่รินรดาเคยถอดความไว้
แสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด เสียงคำรามของพายุอาคมหยุดชะงักลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา วรารัตน์เบิกตากว้าง ร่างกายของนางกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อพลังงานย้อนกลับเข้าตัว แรงสะท้อนจากอาคมที่ถูกหักล้างทำให้นางกระเด็นกระแทกเข้ากับแท่นบูชาหิน เลือดสีดำทะลักออกจากปากของผู้นำลัทธิเงาดับสูญทันที
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของศศินและรินรดา รินรดาทรุดตัวลงพิงผนังด้วยความอ่อนแรง นางมองหน้าศศินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและโล่งอก
"เรา... เราหยุดมันได้แล้วใช่ไหม?" รินรดาเอ่ยถามเสียงสั่น พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อและคราบเขม่าบนใบหน้า
ศศินยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างไม่วางใจ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังอย่างไม่มีสาเหตุ บรรยากาศรอบตัวไม่ได้สงบลงอย่างที่ควรจะเป็น อักขระสีดำที่ควรจะสลายหายไปกลับเริ่มเปลี่ยนสีจากดำสนิทกลายเป็นสีครามเข้ม ราวกับน้ำทะเลลึกที่ซ่อนสัตว์ร้ายเอาไว้เบื้องล่าง
วรารัตน์ที่ควรจะหมดสติบนแท่นบูชา กลับค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นช้าๆ รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนริมฝีปากที่เปื้อนเลือด นางไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาของความสมเพชและสมหวังที่ปะปนกันอย่างประหลาด
"พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือ... ว่าข้าคือผู้ริเริ่มพิธีกรรมนี้?" เสียงหัวسเราะแหบพร่าของวรารัตน์ดังสะท้อนก้อง ผนังห้องด้านหลังแท่นบูชาค่อยๆ แยกตัวออกอย่างไร้เสียง เปิดเผยทางเดินมืดมิดสายใหม่ที่ลึกลงไปอีกขั้น และก่อนที่ศศินจะทันได้เอ่ยเตือน เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายก็ก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคย—เสียงของบุคคลที่ศศินคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
เงาจันทราลี้ลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญความมืดมิดและดำดิ่งไปกับความลับนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 42
การโต้กลับ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!