“นั่นไม่ใช่พ่อของเจ้า ศศิน... ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
เสียงของรินรดาตวาดก้องท่ามกลางความเงียบงันในโถงใต้ดิน กลิ่นสาบของดินโบราณและกลิ่นกำยานที่มอดดับไปนานแล้วตีรวนอยู่ในจมูก ศศินชะงักงัน มือที่สั่นเทาของเขาค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากร่างของชายวัยกลางคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นศิลาเพียงคืบเดียว ชายผู้นั้นสวมชุดสีเทาหม่น รูปร่างหน้าตาเหมือนบิดาของเขาที่สาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่รอยแผลเป็นเล็กๆ บนสันกรามก็ไม่ผิดเพี้ยน
“ริน... เจ้ากำลังพูดอะไร” ศศินพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเหมือนคนละเมอ “ท่านพ่อเพิ่งจะเรียกข้า... ท่านบอกว่าท่านรอข้ามานานเหลือเกิน”
รินรดาไม่รอช้า เธอพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือศศินไว้แน่น แรงบีบของเธอทำให้เขาได้สติขึ้นมาบ้าง ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เงาที่ทาบอยู่บนผนังนั่น... ศศิน ดูที่เงาของมัน!”
ศศินกวาดสายตาไปตามแสงไฟฉายที่กวาดผ่านผนังหินศิลา เงาของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่กลับบิดเบี้ยว ขยายใหญ่ขึ้น และดูเหมือนกลุ่มก้อนควันสีดำที่พยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบข้าง เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดูคล้ายเสียงกระดูกกระทบกันดังออกมาจากปากของชายคนนั้น มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์... แต่มันคือเสียงของสิ่งที่ถูกกักขังไว้ใต้กาลเวลา
“พวกเจ้าช่างเปราะบาง” เสียงนั้นเย็นเยียบและเยาะหยัน ก่อนที่ชายชุดเทาจะสลายตัวกลายเป็นฝุ่นผงสีดำสนิทที่พุ่งเข้าใส่ศิลาหลักกลางห้องโถง
ทันใดนั้น แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย เสียงหินถล่มดังโครมครามจากด้านบน ฝุ่นหนาฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ศศินพยายามทรงตัวในขณะที่พื้นห้องโถงเริ่มร้าวออกเป็นสายธารมืดมิด
“วิ่ง!” รินรดาตะโกนสุดเสียงพลางลากแขนเขาให้ถอยออกมา
ทั้งสองพุ่งตัวออกจากอุโมงค์หลักเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่เพดานหินสลักอายุนับพันปีจะถล่มลงมาปิดทับเส้นทางเข้าสู่ ‘หัวใจของนครสาบสูญ’ อย่างสมบูรณ์ ทุกอย่างเงียบสนิทลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเขาที่ดังแข่งกับความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว
ศศินทรุดเข่าลงกับพื้น สายตาของเขาจ้องมองซากหินที่พังทลายด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ความหวังที่เคยเป็นแสงนำทางให้เขามาตลอดหนึ่งทศวรรษถูกฝังกลบไปพร้อมกับความลับที่เขายังไม่มีโอกาสได้อ่าน
“ทำไม...” เขากระซิบ น้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะความโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัว “ทำไมมันถึงทำลายทุกอย่าง? หรือว่าเป้าหมายของลัทธิ ‘เงาดับสูญ’ ไม่ใช่การครอบครอง... แต่เป็นการลบมันให้หายไปจากโลกนี้?”
รินรดาเดินเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงที่เหลือเพียงน้อยนิดกระทบใบหน้าที่เคร่งเครียดของเธอ “วรารัตน์ไม่ได้ต้องการศิลา แต่นางต้องการ ‘การปลดปล่อย’ ศศิน... ในเมื่อนางไม่สามารถไขรหัสลับได้ นางก็เลือกที่จะทำให้มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอ่านได้อีกตลอดกาล”
“แล้วพ่อของข้าล่ะ? ท่านเป็นเพียงเหยื่อหรือเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้กันแน่” ศศินเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความมุ่งมั่นที่น่ากลัวซ่อนอยู่
ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวถอยจากพื้นที่หายนะ เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนอย่างยิ่งก็ดังมาจากความมืดด้านหลัง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟจางๆ เป็นหญิงสาวในชุดดำสนิท ใบหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองต้องหยุดหายใจ วรารัตน์ยืนอยู่ตรงนั้น มือเรียวยาวของเธอกำม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าไว้แน่น
“พวกเจ้ามาสายไปเพียงก้าวเดียว” วรารัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก “ศิลาไม่ได้ถูกทำลาย... มันแค่เปลี่ยนที่อยู่ และตอนนี้ ‘กุญแจ’ ดอกสุดท้ายก็อยู่ในมือของข้าแล้ว”
เธอคลี่ม้วนกระดาษออก เผยให้เห็นรอยจารึกที่เรืองแสงสีเลือดจางๆ ศศินและรินรดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่านั่นไม่ใช่ตัวอักษรโบราณธรรมดา แต่มันคือลายแทงที่เชื่อมโยงกับโลหิตของคนในตระกูลพิทักษ์... ตระกูลของรินรดา
“ริน... เจ้าบอกว่าตระกูลเจ้าเป็นผู้พิทักษ์ใช่ไหม?” ศศินถามเสียงเรียบ ทว่าในใจเขากลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง “งั้นเจ้าช่วยบอกข้าทีว่า ทำไมเลือดบนกระดาษนั่น ถึงมีสีเดียวกับเลือดที่ไหลออกมาจากนิ้วของเจ้า ในตอนที่เจ้าแตะต้องแท่นศิลาเมื่อครู่นี้?”
รินรดานิ่งงันไป แสงสว่างจากกระดาษในมือวรารัตน์ส่องสะท้อนให้เห็นหยดเลือดที่ค่อยๆ หยดลงจากปลายนิ้วของเธอ ซึ่งเธอยังไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำว่ามันได้รับบาดเจ็บตอนไหน... หรือจริงๆ แล้ว กุญแจดอกนี้ไม่เคยต้องการคนนอก แต่มันต้องการเลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่เคยสาบานว่าจะปกป้องมัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมากับข้านะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามปริศนานี้จนถึงจุดจบค่ะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 25
ความล้มเหลวของมาตรการป้องกัน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!