“อย่าทำแบบนั้น ศศิน... เพราะถ้าเธอฆ่านางตอนนี้ คนที่จะไม่ได้ไปต่อ... คือตัวเธอเอง”
น้ำเสียงเย็นเยียบของรินรดาดังก้องอยู่ในโถงถ้ำที่มืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากอักขระบนผนังศิลาที่กะพริบถี่ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิต ศศินชะงักฝ่ามือที่กำลังสั่นเทา—มีดสั้นอาคมในมือของเขาจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของวรารัตน์ ดวงตาของหญิงชุดดำเบิกกว้างด้วยความท้าทาย มุมปากเปื้อนเลือดของนางกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ลงมือสิ...” วรารัตน์กระซิบ เสียงของนางแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืด “เลือดของข้าคือกุญแจ หากเจ้าฆ่าข้าที่นี่ พันธสัญญาเลือดจะผูกมัดวิญญาณเจ้าไว้กับความมืดตลอดกาล... เจ้าจะไม่มีวันได้รู้ว่าครอบครัวของเจ้าหายไปไหน”
ศศินขบกรามแน่น สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาเห็นภาพนิมิตซ้อนทับในเสี้ยววินาที—ภาพห้องทำงานของพ่อที่ว่างเปล่า กองเอกสารที่กระจัดกระจาย และกลิ่นอายของธูปโบราณที่อบอวลอยู่ในบ้านที่ไร้เงาของผู้เป็นที่รัก เขาเกือบจะตัดสินใจแล้ว... เกือบจะกรีดลงไปบนเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวหนังของศัตรู แต่แล้ว ความเย็นเยียบจากแผ่นศิลาเบื้องหลังก็แผ่ซ่านผ่านแนวกระดูกสันหลัง
“ปล่อยนางเสีย ศศิน” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากตะเกียงโบราณในมือสั่นไหวตามจังหวะก้าว “ความโกรธไม่ใช่พลังงานที่เจ้าต้องการ ในสภาวะจันทรคติที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน ความโกรธคือสนิมที่จะกัดกินจิตวิญญาณของเจ้าเอง”
ศศินหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดแทบฉีก เสียงหัวใจที่เต้นรัวค่อยๆ จังหวะช้าลง เขาไม่ได้มองวรารัตน์อีกต่อไป แต่เขากำลังมอง... ‘สัมผัส’ ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่ใช่แม่เหล็ก แต่มันคือแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่กำลังเดินทางผ่านใจกลางของห้องโถงนี้
เขาค่อยๆ ลดมีดลง วรารัตน์ทรุดฮวบลงกับพื้น แต่ศศินไม่สนใจ เขาวางฝ่ามือลงบนศิลาโบราณที่สลักรอยจารึกซึ่งรินรดาเคยบอกว่ามันคือ ‘บทเรียนแรก’
*เย็น... เหมือนน้ำแข็งที่กัดกินเข้าไปในเนื้อ*
“จงอย่าต้านทาน แต่น้อมรับ...” รินรดาสอน น้ำเสียงอ่อนโยนลง “จินตนาการว่าตัวเจ้าคือผืนน้ำที่รองรับแสงจันทร์ อย่าพยายามกักขังพลังไว้ แต่จงปล่อยให้มันไหลผ่านเข้าสู่ศูนย์กลางกาย”
ศศินทำตามอย่างว่าง่าย ทันใดนั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะเงียบงันลง แสงจากอักขระบนผนังไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นสายธารสีเงินยวงที่ไหลเข้าสู่ฝ่ามือของเขา ความรู้สึกอัดอั้นในทรวงอกที่เคยมีมาตลอดหลายปีค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความกระจ่างชัด เขาเห็นเส้นสายของพลังงานที่เชื่อมโยงระหว่างดวงดาว อดีต และปัจจุบัน ศศินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้มีสีน้ำตาลธรรมดาอีกต่อไป แต่มันเปล่งประกายสีเงินวาวโรจน์ราวกับกระจกสะท้อนเงาจันทร์
“เจ้า...” วรารัตน์แค่นเสียง พยายามยันกายลุกขึ้นแต่กลับถูกแรงกดดันบางอย่างจากบรรยากาศตรึงไว้ “เจ้าเริ่มเข้าใจ ‘รหัส’ ของมันแล้วงั้นหรือ? ไม่... นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้วรารัตน์” ศศินกล่าวเสียงเรียบ แต่กังวานลึก “ท่านแสวงหาอำนาจเพื่อย้อนเวลา แต่ข้าเพียงต้องการความจริงที่หายไป... และดูเหมือนว่าศิลาแผ่นนี้ จะเลือกที่จะบอกความจริงนั้นแก่ข้า”
ทว่า ในวินาทีที่ศศินกำลังจะชี้นิ้วไปยังจารึกบรรทัดสุดท้ายที่ถูกปิดตายด้วยเงาปริศนา พื้นถ้ำก็เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงจนฝุ่นหินร่วงกราว รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนผนังศิลา ไม่ใช่แค่ศิลาที่สั่น แต่เป็นรอยแยกที่ค่อยๆ ปริออก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่ดูดกลืนแสงทุกอย่างเข้าไปข้างใน
“ศศิน! หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้ากำลังดึงสิ่งที่ไม่ควรตื่นขึ้นมา!” รินรดาตะโกนสุดเสียง
ศศินชะงัก มือของเขายังคงวางอยู่บนศิลา แสงสีเงินพุ่งออกจากปลายนิ้วเข้าสู่รอยแยกนั้นแทนที่จะเป็นตัวเขา ความมืดที่ดูดกลืนแสงเริ่มหมุนวนเป็นเกลียว และจากรอยแยกนั้น... เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแว่วออกมาจากความว่างเปล่า
“ลูกพ่อ...” เสียงที่ขาดหายไปนานนับสิบปีดังขึ้นข้างหูของเขา
ศศินตัวแข็งทื่อ เขาจำเสียงนั้นได้แม่นยำ แต่มันเป็นไปไม่ได้... คนที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นคือใครกันแน่ เมื่อเงาดำที่พุ่งออกมาจากศิลาไม่ได้รูปร่างเป็นเพียงพลังงาน แต่มันกลับก่อตัวเป็นร่างของชายผู้หนึ่ง... ชายผู้ที่สวมเสื้อโค้ทตัวเดิมที่หายไปในวันนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและดวงตาที่ปราศจากแววตาของมนุษย์
ศศินก้าวถอยหลัง แต่เงาดำนั้นกลับเอื้อมมือมาจับข้อมือเขาไว้แน่น ความเย็นจากฝ่ามือนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง รินรดากรีดร้องเมื่อเห็นร่างของชายคนนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านรอยแยกของถ้ำ
“นั่นไม่ใช่พ่อของเจ้า ศศิน... ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาจนถึงจุดพลิกผันนี้ด้วยกันนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 24
บทเรียนจากศิลา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!