บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 50

มิติที่ 4 คือกับดัก

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
"อย่าขยับ! ถ้าไม่อยากให้ร่างกายของเธอแยกชิ้นส่วนไปอยู่คนละศตวรรษ" ศศินตวาดลั่น เสียงของเขาสั่นพร่าขณะพุ่งตัวเข้าคว้าข้อมือรินรดาเอาไว้แน่น แรงดึงมหาศาลจากใจกลางห้องโถงพิธีกรรมไม่ได้ดูดกลืนเพียงแค่สสาร แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' ห้วงเวลา อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคล้ายกระจกที่ร้าวราน ภาพของผนังหินโบราณสลับซับซ้อนกับภาพอาคารสูงระฟ้าในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ภาพเหล่านั้นซ้อนทับกันจนน่าเวียนหัว รินรดานิ่วหน้า ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่กระแสเลือด เธอมองเห็น 'ชายชุดดำ' หรือวรารัตน์ ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางมวลพลังงานสีดำสนิทที่กำลังหมุนวนเป็นพายุทอร์นาโด ผู้นำลัทธิเงาดับสูญไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน... ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นกำลังแสยะยิ้มด้วยความปิติ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกหลานแห่งเรา..." เสียงของวรารัตน์ดังก้อง ไม่ได้มาจากปาก แต่มาจากทุกทิศทางในห้วงมิตินี้ ศศินกัดฟันแน่น เขารู้สึกได้ว่านาฬิกาข้อมือของเขาหยุดเดินไปนานแล้ว เข็มวินาทีค้างเติ่งในตำแหน่งที่บิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของการทดลอง แต่มันคือกับดัก... กับดักที่พวกเขาก้าวเข้ามาเองโดยไม่รู้ตัว "หยุดพิธีกรรมบ้าๆ นี่ซะ วรารัตน์!" ศศินตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของมิติที่กำลังแตกร้าว "แกกำลังดึงเอาความว่างเปล่าเข้ามาในความเป็นจริง เธอจะลากทุกคนที่นี่ไปตายกับแกด้วย!" วรารัตน์ค่อยๆ หันมา ดวงตาของนางหม่นแสงและลึกล้ำราวกับห้วงเหวแห่งกาลเวลา "ตายหรือศศิน? เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าความตายงั้นหรือ? มนุษย์ช่างน่าสงสารที่ยึดติดอยู่กับเส้นตรงของเวลา พวกเจ้ามองเห็นแค่จุดเริ่มต้นและจุดจบ แต่ข้า... ข้ามองเห็น 'วงกลม' ที่สมบูรณ์แบบแล้ว" รินรดาพยายามตั้งสติ แม้ภาพตรงหน้าจะพร่าเลือนจนเหมือนจะขาดใจ เธอเพ่งมองไปที่รอยจารึกบนแท่นหินใจกลางห้องโถง มือที่สั่นเทาของเธอพยายามวาดอักขระแก้ทางในอากาศ ทว่าทุกครั้งที่นิ้วเคลื่อนผ่าน ความเป็นจริงก็บิดเบี้ยวจนอักขระเหล่านั้นเลือนหายไป "ศศิน... ฟังฉันนะ" รินรดาเค้นเสียงกระซิบข้างหูเขา "รอยจารึกนั่น... มันไม่ใช่เครื่องมือข้ามเวลา แต่มันคือ 'กรงขัง' การที่วรารัตน์เปิดมันออก ทำให้รอยรั่วนี้กำลังขยายตัว มิติที่ 4 ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือจุดจบของทุกอย่างที่นี่" ศศินมองไปรอบๆ เขาเห็นศพของเหล่านักบวชในลัทธิที่ถูกแรงดันมิติฉีกกระชากจนเหลือเพียงฝุ่นผง ร่างกายของพวกเขาสลายไปทีละส่วนอย่างทรมาน แต่วรารัตน์กลับยืนนิ่งอยู่ในจุดศูนย์กลางของพายุที่นิ่งสนิท ราวกับนางคือผู้นำทางที่เตรียมจะก้าวข้ามผ่านประตูแห่งเงา "เธอต้องการอะไรกันแน่?" ศศินถาม พลางขยับกายบังรินรดาไว้ "บรรพบุรุษที่เธอกำลังจะเรียกมา... พวกเขาไม่ได้มีความเมตตาต่อใครเลยนะ แม้แต่กับตัวเธอเอง!" วรารัตน์หยุดนิ่ง นางก้าวเท้าหนึ่งก้าวผ่านความบิดเบี้ยวของอากาศ ทุกย่างก้าวที่นางเดิน พื้นที่รอบข้างก็สลายกลายเป็นละอองทราย "ข้าไม่ได้ต้องการเมตตา ข้าต้องการเพียงแค่ 'ความจริง' ที่ถูกจารึกไว้ใต้เงาจันทร์ ความจริงที่ตระกูลของพวกเจ้าพยายามปกปิดมานับพันปีว่า... แท้จริงแล้ว มนุษย์ไม่ใช่ผู้สร้างเวลา แต่เป็นเพียงเชื้อเพลิงที่รอวันเผาไหม้เพื่อขับเคลื่อนกาลเวลาให้ดำเนินต่อไปเท่านั้น!" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของศศินหล่นวูบ เขาจำเรื่องราวที่พ่อเคยทิ้งไว้ในบันทึกเล่มสุดท้ายได้ ความลับที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ การที่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาเพียงเพื่อให้เวลาดูดกลืนชีวิตเพื่อดำรงอยู่ของจักรวาล ลัทธิเงาดับสูญไม่ได้ต้องการเปลี่ยนอดีต แต่นางต้องการ 'หยุด' ลูปนี้ด้วยการพังทลายมิติเสียเอง "ถ้าเธอทำแบบนั้น ทุกชีวิตในจักรวาลจะสูญสิ้น!" ศศินร้องบอก "ย่อมดีกว่าการเป็นทาสของกาลเวลาไปชั่วกัลปาวสาน" วรารัตน์ยกมือขึ้น มือของนางเริ่มโปร่งแสงจนมองทะลุเห็นหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วภายในร่างนั้น "และตอนนี้... ประตูก็เปิดออกแล้ว" ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็ฉุดกระชากทุกสิ่งเข้าหาใจกลางห้องโถง ผนังหินโบราณแตกร้าวรุนแรง เผยให้เห็นห้วงอวกาศที่ว่างเปล่าและมืดมิดอยู่เบื้องหลัง ความมืดนั้นไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันคือความว่างเปล่าที่กัดกินจิตวิญญาณ รินรดากรีดร้องเมื่อแรงเหวี่ยงทำให้เธอหลุดจากมือศศิน ร่างของเธอปลิวคว้างเข้าไปใกล้พายุสีดำนั้น ศศินพุ่งตัวตามไปโดยไม่ลังเล เขากอดรัดร่างของเธอไว้แน่นก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาหินที่กำลังสั่นสะเทือน ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมองจนมืดแปดด้าน ท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่กำลังยุบตัว ศศินเห็นบางอย่างก้าวออกมาจากช่องว่างนั้น... ไม่ใช่เงา ไม่ใช่บรรพบุรุษจอมขมังเวทย์อย่างที่วรารัตน์คาดหวัง แต่มันคือร่างของชายคนหนึ่งที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต... ชายที่หายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของเขาเอง! เขายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดที่เขาสวมใส่เมื่อวันแรกที่หายตัวไป ทว่าดวงตาของเขากลับว่างเปล่าไร้แวว และในมือที่ถือคบไฟนั้น... เขากำลังถือสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงในกาลเวลานี้ เขาวางมือลงบนบ่าของวรารัตน์ที่กำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนหัวใจของศศินหยุดเต้น "เธอทำได้ดีมาก... ที่เปิดทางให้เรากลับมา... แต่เสียใจด้วยนะ... ลูกหลานที่ข้าต้องการ ไม่ใช่คนที่มีชีวิตแบบพวกเจ้า" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความจริงท่ามกลางเงาจันทราไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%