“อย่าแตะต้องรอยแยกนั้น!”
เสียงตะโกนของรินรดาแหบพร่าและสั่นเครือ แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ปลายนิ้วของศศินสัมผัสเข้ากับแสงสีหม่นที่สั่นไหวอยู่กลางอากาศ ราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป—แต่สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่เงาสะท้อนของใบหน้าตัวเอง หากแต่เป็นซากปรักหักพังของโลกที่เขาเพิ่งจากมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
อากาศรอบกายพลันเย็นเยียบจนถึงกระดูก กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไหม้ของกาลเวลาตลบอบอวล ศศินถอนมือกลับแทบไม่ทัน แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่ยอมเลือนหายไป มันขยายตัวออกเป็นวงกว้างเหมือนม่านประตูที่เปิดอ้าสู่ห้วงนรกบนดิน
“นั่นไม่ใช่... ปลายทางที่เราเคยรู้จักใช่ไหม ริน” ศศินพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้า—ท้องฟ้าในโลกคู่ขนานนั้นไร้ซึ่งดวงจันทร์ มีเพียงสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก และเสาหินโบราณที่เขาเคยศึกษา—เสาที่ควรจะตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม—บัดนี้กลับแตกสลายลงเป็นผุยผง เหมือนถูกพลังงานมหาศาลบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
รินรดาขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บ เธอรวบมือของศศินไว้แน่น ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความมั่นใจในรหัสลับ บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว “เราแก้ไขอดีตไปแล้วศศิน... เราพยายามหยุดยั้งวรารัตน์ แต่การกระทำนั้นกลับสร้าง 'รอยโหว่' ที่ใหญ่เกินกว่าที่กฎแห่งเวลาจะรับได้ นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการปกป้อง แต่มันคือการพังทลายของโครงสร้างแห่งจักรวาล”
ศศินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เท้าของเขาเหยียบลงบนเศษกระจกที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนของกาลเวลาที่แตกกระจาย เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “ถ้าสิ่งที่ผมเห็นคืออนาคตที่ไม่มีวันเป็นจริง แล้ววรารัตน์ล่ะ? หล่อนได้รับอนุญาตให้เห็นสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้ไหม หรือว่าหล่อนเป็นคนจุดชนวนให้สิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก?”
“วรารัตน์ไม่ได้ต้องการแค่ชุบชีวิตใคร” รินรดาแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “หล่อนต้องการเขียนบทใหม่ โดยไม่สนว่ากระดาษที่หล่อนใช้จะถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นไปเท่าไหร่ แต่ศศิน... ดูนั่นสิ”
เธอยกมือขึ้นชี้ไปยังใจกลางของโลกที่พังทลาย ที่นั่น ร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิท—วรารัตน์—กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีน้ำเงิน หล่อนไม่ได้กำลังทำพิธีกรรมอัญเชิญ แต่หล่อนกำลัง 'กลืนกิน' ห้วงเวลาที่แตกสลายนั้นเข้าไป ราวกับกำลังลิ้มรสชัยชนะที่ไร้ซึ่งความปรานี
“หล่อนไม่ใช่คนหลงผิด ศศิน” รินรดากระซิบข้างหูเขา “หล่อนคือตัวตนที่หลุดออกมาจากรอยแยกนั้นเมื่อพันปีก่อน หล่อนไม่ใช่บรรพบุรุษของใคร แต่มันคือคำสาปที่ย้อนกลับมาหาเรา เพราะพวกเราดันไปเปิดประตูบานนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนักมานุษยวิทยาที่มั่นใจในตรรกะเกินไป”
หัวใจของศศินบีบรัด เขาจำสัมผัสของกำไลหินโบราณในวันนั้นได้ สัมผัสที่เขาคิดว่าคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ แต่มันกลับเป็นกุญแจที่ปลดปล่อยปีศาจจากอีกฟากของกระจกบานนี้ “เราต้องทำลายมัน... ไม่ใช่รอยแยกนั่น แต่เป็นวรารัตน์ ก่อนที่หล่อนจะหลอมรวมโลกสองใบนี้เข้าด้วยกันจนไม่เหลือใครเลย”
เขากำหมัดแน่น สัมผัสถึงความร้อนจากพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในฝ่ามือ ความคิดที่อยากจะถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเริ่มเลือนหาย เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะปิดฉากเกมกระดานที่บิดเบี้ยวนี้เสียที แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้า เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดก็ดังแว่วมาจากรอยแยกนั้น
“ศศิน... เธอคิดว่าตัวเองเป็นผู้มาเยือนคนแรกงั้นหรือ?” วรารัตน์ในภาพสะท้อนนั้นหันมาสบตาเขา แววตาของหล่อนไม่ได้มีความโกรธแค้น มีเพียงความเวทนาที่มอบให้กับสิ่งที่กำลังจะตาย “ลองหันกลับไปดูข้างหลังสิ ว่าคนที่เธอเชื่อใจที่สุด ยืนอยู่กับใครกันแน่”
ศศินตัวแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันกลับไปมองรินรดาที่ยังคงกุมมือเขาไว้แน่น แต่รอยยิ้มของรินรดาในตอนนี้... มันกลับไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาเคยรู้จัก มันคือรอยยิ้มที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความลับที่ซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี
รินรดาเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยมือจากเขาแล้วหยิบมีดสั้นที่แกะสลักด้วยอักขระโบราณขึ้นมาจ่อที่ลำคอของศศิน “ขอบคุณที่นำทางมาถึงจุดนี้ได้นะศศิน บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์น่ะ... มันไม่เคยสาบสูญไปไหนหรอก แต่มันกำลังรอคอยเลือดของคนที่เป็นสายเลือดสุดท้ายอย่างเธอมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูบานที่แท้จริงต่างหากล่ะ”
ความจริงที่แหลมคมดุจใบมีดทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของศศิน เมื่อเขาเห็นเงาของรินรดาบนพื้นดิน... มันไม่ใช่เงาของมนุษย์ แต่เป็นเงาของสัตว์ร้ายที่มีดวงตาเป็นสีแดงก่ำท่ามกลางความมืดมิด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความจริงท่ามกลางเงาจันทราไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 51
วิกฤตการณ์โลกคู่ขนาน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!