บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 40

การเผชิญหน้ากลางมหาสมุทร

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“ถอยไปรินรดา! อย่ามองตรงเข้าไปในนั้น!” ศศินตวาดลั่น เสียงของเขากลบเสียงคลื่นที่ซัดกระแทกกาบเรือจนมิด มือหนาคว้าต้นแขนของหญิงสาวกระชากให้หลบพ้นจากวิถีสายตาที่กำลังถูกดูดกลืนด้วย ‘ม่านหมอกสีชาด’ ซึ่งก่อตัวขึ้นอย่างประหลาดใจกลางมหาสมุทรที่ควรจะมืดมิดสนิท รินรดาตัวสั่นเทา ลมหายใจของเธอขาดห้วง ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดจากการตีรหัสลับบัดนี้กลับเหม่อลอยเหมือนคนต้องมนตร์ “ศศิน... พวกเขากำลังเรียกชื่อฉัน... ภาษาที่ไม่มีในตำราเล่มไหนเลย แต่มันดังอยู่ในหัวฉันราวกับเสียงกระซิบจากใต้สมุทร” “นั่นไม่ใช่เสียงคน มันคือเสียงของกาลเวลาที่บิดเบี้ยว!” ศศินคำราม ก่อนจะหันไปคว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมา ทว่าสิ่งที่เขาเห็นผ่านเลนส์ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ท่ามกลางหมอกหนานั้น เรือสำเภาไม้สักขนาดมหึมาที่ถูกกัดกร่อนด้วยสนิมเกลือและคราบตะไคร่ดำมืดกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขาโดยไม่มีเสียงคลื่นแหวกว่าย ไม่มีเสียงฝีพาย และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือใบเรือที่ขาดวิ่นนั้นกลับมีสัญลักษณ์ ‘ดวงตาที่สาม’ ของลัทธิเงาดับสูญประทับอยู่อย่างเด่นชัด “วรารัตน์...” ศศินพึมพำ ชื่อของศัตรูคู่แค้นกระด้างอยู่ในลำคอ เรือสำเภาโบราณลำนั้นจู่โจมด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ มันเบียดเข้าหากราบเรือของพวกเขาอย่างแรงจนไม้กระดานส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงกระดูกมนุษย์ถูกบดขยี้ แรงปะทะทำให้เรือลำเล็กของศศินโคลงเคลงอย่างหนักจนข้าวของบนดาดฟ้ากระจัดกระจาย “ดูนั่นสิ...” รินรดาชี้ไปยังกราบเรือของลำที่เข้ามาเทียบ บนดาดฟ้าเรือสำเภาลำนั้น ไม่มีลูกเรือที่มีชีวิตอยู่แม้แต่คนเดียว มีเพียงร่างโปร่งแสงในชุดโบราณที่ยืนเรียงรายเหมือนหุ่นเชิด ไร้ดวงตา ไร้ใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ศศินต้องคว้าปืนสั้นคู่ใจขึ้นมาคือการปรากฏตัวของสตรีชุดดำผู้กุมบังเหียนเรือ... วรารัตน์ นางยืนอยู่บนยอดเสากระโดงเรือ สายลมที่พัดกระโชกไม่ทำให้ชายผ้าคลุมของนางปลิวไหวแม้แต่น้อย วรารัตน์กวาดสายตาคมกริบลงมายังศศินด้วยความสมเพช “สายเลือดแห่งผู้พิทักษ์ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว” เสียงของนางดังก้องไปทั่วอ่าว ราวกับถูกขยายด้วยเวทมนตร์ “เจ้าคิดหรือว่าการหนีข้ามมหาสมุทรจะทำให้ความลับที่บรรพบุรุษเจ้าเก็บงำไว้รอดพ้นจากเงื้อมมือข้าไปได้” “ความลับที่เจ้าพยายามแย่งชิงไป มันไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือคำสาป!” ศศินตะโกนตอบ พยายามรักษาความเยือกเย็นท่ามกลางพายุอารมณ์ “ถ้าเจ้าต้องการมันนัก ทำไมไม่ลงมาเอาเองล่ะ หรือว่าร่างของเจ้าก็เริ่มเน่าเปื่อยไปพร้อมกับเรือผีลำนี้แล้ว?” วรารัตน์แค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหูจนรินรดาต้องยกมือปิดหูด้วยความทรมาน “ปากเก่งนักนะศศิน... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือจุดบรรจบของมิติคู่ขนาน ที่ที่กาลเวลาไม่มีความหมาย... และที่ที่เจ้าต้องชดใช้ให้กับการหายตัวไปของครอบครัวเจ้า!” ทันใดนั้น หมอกสีชาดก็แผ่ขยายปกคลุมทั่วลำเรือของศศิน ทุกอย่างรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยว ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่ศศินพยายามฝังกลบไว้ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ไม่ใช่ภาพที่ชัดเจน แต่เป็นภาพนิมิตที่บีบคั้นหัวใจ—ภาพพ่อแม่ของเขากำลังถูกฉุดรั้งลงไปในหลุมดำที่พื้นทรายในโบราณสถานแห่งหนึ่งเมื่อยี่สิบปีก่อน “อย่ามองมันศศิน! อย่ามอง!” รินรดาตะโกนเตือนพร้อมกับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น เธอกัดริมฝีปากจนเลือดซิบเพื่อเรียกสติ “ร่ายมนตร์บทที่สามที่ฉันเคยสอนคุณสิ! เร็วเข้า!” ศศินหลับตาแน่น ปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะตามคำสอนของรินรดา ความร้อนจากไออุ่นที่มือของหญิงสาวส่งผ่านเข้ามาช่วยยึดโยงเขาไว้กับความเป็นจริง เขาเริ่มร่ายรหัสลับโบราณที่สืบทอดมาในตระกูล ทันทีที่เขาสวดมนต์จบ แสงสีขาวนวลจากเหรียญตราโบราณที่คอเสื้อของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของหมอก วรารัตน์ที่กำลังจะกระโดดข้ามมายังเรือของเขากรีดร้องเสียงหลง ร่างของนางสั่นไหวราวกับภาพในฟิล์มที่กำลังละลาย “พวกเจ้าทำลายสมดุลไม่ได้!” วรารัตน์คำรามด้วยความเคียดแค้น “เราไม่ได้มาทำลายสมดุล แต่เรามาเพื่อยุติจุดจบที่เจ้าสร้างขึ้น!” ศศินกระชากเสียง สองมือจับพังงาเรือหักเลี้ยวสุดแรงหวังจะพุ่งชนเข้ากับจุดอ่อนของเรือสำเภาโบราณ ทว่าในจังหวะที่หัวเรือของเขาปะทะเข้ากับตัวเรือผีลำนั้นอย่างจัง พื้นดาดฟ้าตรงหน้าเขากลับเปิดออกเหมือนประตูมิติที่หิวโหย ร่างของรินรดากระเด็นไปทางหนึ่ง ส่วนศศินรู้สึกเหมือนถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดมหาศาล เขาคว้าได้เพียงอากาศธาตุ ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปเห็นบุคคลที่ยืนรอเขาอยู่เบื้องล่างของมิตินั้น ไม่ใช่แค่สตรีชุดดำ แต่เป็นร่างของชายคนหนึ่งที่ดูคล้ายเขาจนน่าตกใจ... ชายคนนั้นหันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนจะพูดคำพูดที่ศศินไม่อาจยอมรับได้ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย” เงาจันทราลี้ลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญความมืดมิดและไขปริศนาไปพร้อมกันในบทนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%