“อย่ามองเข้าไปในนั้น ศศิน... ขอร้องล่ะ อย่ามอง!”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะพยายามดึงมือศศินออกจากแผ่นศิลาโบราณที่สั่นสะท้านอยู่กลางห้องใต้ดิน ทว่าฝ่ามือของชายหนุ่มกลับแนบแน่นราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลตรึงไว้ ศศินไม่ได้ยินเสียงของเธออีกต่อไป โลกทั้งใบของเขาบิดเบี้ยว รอยจารึกบนศิลาที่เคยเป็นเพียงอักขระตายตัว กำลังเลื้อยไหลเหมือนงูพิษภายใต้ผิวหนังของเขา
ศศินหอบหายใจถี่ ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนจันทร์ดับ บัดนี้กลับมีประกายสีเงินวาวโรจน์สลับกับความมืดมิดของก้นบึ้งมหาสมุทร เขามองเห็นรินรดาตรงหน้า ทว่าเขากลับเห็นเธอในสองช่วงเวลาพร้อมกัน
ภาพหนึ่ง... รินรดาในชุดทำงานที่เขาคุ้นเคย กำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนพื้นหินเย็นเยียบ
อีกภาพหนึ่ง... ซ้อนทับกันอย่างน่าขนลุก รินรดาในชุดอาภรณ์โบราณสีขาวบริสุทธิ์ ยืนถือคบเพลิงในวิหารที่ยังไม่พังทลาย ดวงตาของเธอในภาพนั้นไม่ได้มองมาที่เขา แต่มองไปที่ใครอีกคนในความมืด พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเป็นคำพูดที่เขาไม่ได้ยิน
“มันไม่ได้มีแค่เรา ริน...” ศศินเค้นเสียงออกมา ลำคอของเขาแห้งผากเหมือนกลืนทราย “อดีตกำลังเรียกร้อง... และอนาคตกำลังหัวเราะเยาะเราอยู่”
“ศศิน! ตั้งสติหน่อย!” รินรดาพยายามใช้กำลังทั้งหมดผลักเขาออก แต่กลับถูกแรงกระแทกจากพลังงานบางอย่างดีดจนกระเด็นไปกระแทกผนังหิน เธอกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวกว่าคือแววตาของศศินที่กำลังจ้องมองไปยังความว่างเปล่าข้างหลังเธอ
ภายในหัวของศศิน ความทรงจำนับพันปีถูกอัดแน่นเข้าสู่สมองราวกับน้ำป่าไหลหลาก เขาเห็นวรารัตน์ในร่างหญิงชราผู้ทรงอำนาจกำลังทำพิธีกรรมสังเวยชีวิตผู้คนเมื่อหลายศตวรรษก่อน เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการวิ่งหนีเข้าสู่เงาของจันทร์ดับ และเห็นภาพตัวเขาเองในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า... ศศินที่ถือมีดเล่มหนึ่ง ยืนอยู่ท่ามกลางร่างที่ไร้วิญญาณของรินรดา
“ไม่... ไม่ใช่แบบนี้” เขาคำรามลั่น ขยี้ตาตัวเองอย่างแรง แต่ภาพนั้นยังคงซ้อนทับกันอยู่ ความจริงกับมายาภาพหลอมรวมจนแยกไม่ออก
“พลังงานที่เธอได้รับน่ะ... มันไม่ใช่ของขวัญหรอกนะศศิน แต่มันคือคำสาป”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืด น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างในชุดดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหิน วรารัตน์ไม่ได้เข้ามาทำร้าย แต่เธอกลับเดินตรงมาด้วยท่าทีเหมือนผู้มาเยือนที่เฝ้ารอคอยสิ่งนี้มาเนิ่นนาน
“เธอเริ่มมองเห็น 'เส้นด้ายแห่งกาลเวลา' แล้วใช่ไหม?” วรารัตน์เหยียดยิ้ม “คนที่มองเห็นอดีตและอนาคตพร้อมกัน มักจะเสียสติ... หรือไม่ก็กลายเป็นพระเจ้าผู้มีอำนาจล้นฟ้า ศศิน เธอจะเลือกแบบไหน ระหว่างการหลงลืมไปตลอดกาล หรือการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่โชคชะตากำหนดไว้?”
ศศินหันไปมองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นเหมือนที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพช “คุณเองก็เห็นใช่ไหม วรารัตน์... เห็นจุดจบของตัวเองในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น?”
วรารัตน์ชะงัก ฝีเท้าที่มั่นคงหยุดกะทันหัน ความมั่นใจในแววตาของเธอสั่นคลอนไปชั่วขณะ
ในวินาทีนั้นเอง ศศินตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาถอนมือออกจากแผ่นศิลา พลังงานที่เคยปะทุในร่างเปลี่ยนทิศทาง เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อทำลาย แต่เขากลับรวบรวมมวลมหาศาลนั้นไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะดีดนิ้วเพียงเบาๆ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เพดานถ้ำถล่มลงมา กั้นขวางระหว่างเขากับวรารัตน์
“ริน หนีไป!” ศศินตะโกนสุดเสียงขณะที่ภาพอนาคตอีกภาพหนึ่งผุดขึ้นมา... ภาพของเขาที่ลืมตาขึ้นมาในร่างที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
รินรดาพยุงตัวขึ้น ความเจ็บปวดทำให้เธอมึนงง แต่เมื่อเธอสบตาศศิน เธอกลับพบว่าดวงตาของเขาบัดนี้ไม่ได้เป็นสีดำอีกต่อไป แต่มันกลับเป็นสีเงินจางๆ ที่มองทะลุผ่านทุกสิ่งแม้กระทั่งเปลือกโลก
ทว่าก่อนที่รินรดาจะเอื้อมมือไปคว้าศศินได้ ทันใดนั้น เงาที่พื้นดินก็ขยายตัวขึ้นเหมือนหมึกที่ละลายในน้ำ มันโอบรัดร่างของศศินเอาไว้จนมิด และจากเงานั้น ร่างคนอีกคนก็ก้าวออกมา... ร่างนั้นคือศศินอีกคนหนึ่ง... ศศินที่ถือมีดเล่มเดียวกับที่เขาเห็นในนิมิตเมื่อครู่
“ขอบคุณที่เปิดประตูให้ข้านะ... ตัวข้าจากอดีต” ร่างนั้นพูดด้วยน้ำเสียงของศศินเอง แต่ทว่าแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ไม่มีความรักหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เงาจันทราลี้ลับขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกันนะคะ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 39
พลังงานที่เพิ่มทวี
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!