“หมอบลง!”
เสียงกระซิบแหบพร่าของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขน ศศินไม่จำเป็นต้องรอให้ย้ำเป็นครั้งที่สอง ร่างกายของเขาพุ่งหลาวลงไปหลังกำแพงอิฐเก่าแก่ที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลา เศษฝุ่นดินฟุ้งกระจายเข้าจมูกจนเขาต้องกลั้นหายใจ ทันทีที่เขากดตัวลงต่ำ เสียง ‘ฉึบ’ อันคุ้นเคยของลูกดอกอาบยาพิษก็ฝังลึกลงบนตำแหน่งที่หัวของเขาเพิ่งจะอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว
กลิ่นอายความตายไม่ได้มาจากอากาศที่เย็นเยียบในยามค่ำคืน แต่มันมาจาก 'เงา' ที่เคลื่อนไหวอยู่บนยอดเจดีย์ร้างเบื้องหน้า
ศศินหันไปมองรินรดา ดวงตาของเธอเบิกกว้างแต่ยังคงความเยือกเย็น แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างวัดร้างเผยให้เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้า เธอชี้ไปยังลายสลักบนผนังเบื้องหลัง—สัญลักษณ์รูปจันทร์เสี้ยวที่มีดวงตาสามดวงซึ่งกำลังส่องแสงเรืองรองจางๆ อย่างผิดธรรมชาติ
“พิธี... เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ศศิน” รินรดาทวนคำพูดของปริศนาที่เขาได้รับเมื่อครู่ เสียงของเธอสั่นพร่า “พวกมันไม่ได้ตามล่าเราเพื่อปิดปาก แต่มันกำลังเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็น 'อาณาเขตปิดตาย' ถ้าเราออกจากเขตกำแพงวัดนี้ไม่ได้ก่อนที่จันทร์จะตรงหัว... เราจะไม่ได้ตายในฐานะศพ แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดฝาผนังพวกนี้”
ศศินสูดหายใจลึก กวาดสายตาผ่านซอกอิฐ เขาเห็นเงาร่างในชุดดำสามคนเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบดุจภูตผี พวกมันไม่ได้เดิน แต่มันขยับกายไปตามเงามืดราวกับร่างกายถูกดูดกลืนและคายออกมาใหม่ผ่านมุมมืดของเจดีย์แต่ละจุด
“วรารัตน์ไม่ได้มาเอง แต่นางส่งสุนัขล่าเนื้อมา” ศศินกัดฟันกรอด นิ้วมือกระชับบันทึกหนังเก่าแก่ในกระเป๋าเสื้อแน่น “ริน... รอยจารึกบนผนังนั่น ถ้าเราทำให้มันบิดเบือนไปจากตำแหน่งเดิมเพียงหนึ่งองศา โครงสร้างมิติที่พวกมันใช้เคลื่อนที่ผ่านเงาจะพังทลายลง”
“นายกำลังจะทำอะไร?”
“ผมจะดึงความสนใจพวกมัน ไปที่ต้นโพธิ์คู่ตรงกลางลานวัด” ศศินขยับกายเตรียมพร้อม “คุณต้องไปที่แท่นหินกลางห้องโถง ใช้รหัสลับที่ตระกูลคุณถือครองอยู่ หมุนหินวงแหวนนั้นทวนเข็มนาฬิกา... อย่าสนใจเสียงร้อง อย่ามองตาพวกมัน”
“ศศิน! ถ้าคุณพลาด...”
“ผมไม่มีทางพลาด” เขาขัดขึ้น ดวงตาที่เคยสุขุมบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่เธอไม่เคยเห็น “เพราะผมรู้ว่าทำไมพวกมันถึงต้องการบันทึกเล่มนี้... เพราะพวกมันกลัวสิ่งที่ผมกำลังจะเปิดเผยในหน้าถัดไป”
ศศินไม่รอคำคัดค้าน เขาดีดตัวออกจากหลังกำแพงวิ่งฝ่าความมืดออกไปสู่ลานวัดที่กว้างใหญ่ เสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบกับพื้นหินกรวดดังก้องราวกับเสียงกลองที่เรียกนักล่าให้หันมามอง ทันทีที่ร่างของเขาปรากฏตัว เงาดำสามสายก็พุ่งลงมาจากที่สูงด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ศศินหมุนตัวหลบคมดาบที่วาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว เขาใช้ความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมโบราณคำนวณทิศทางการเคลื่อนไหว พุ่งตัวเข้าหาเสาหินที่ชำรุดแล้วกระแทกไหล่เข้ากับมุมเสาอย่างแรงจนเศษปูนหลุดร่วง
*เพล้ง!*
เสียงที่คล้ายแก้วแตกดังสนั่นขึ้นในความเงียบ รอยร้าวบนผนังโบสถ์เริ่มลุกลามเหมือนเส้นใยแมงมุม พลังงานลึกลับที่สั่นไหวในอากาศทำให้เหล่ามือสังหารชะงักไปชั่วครู่ หนึ่งในนั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ควรจะเป็นมนุษย์กลับกลายเป็นสีเงินวาวโรจน์ มันง้างดาบขึ้นสูงเตรียมปลิดชีพเขาในคราวเดียว
แต่ในจังหวะที่ดาบกำลังจะถึงตัวศศิน เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของวัดร้าง หินวงแหวนกลางโถงหมุนตัวตามแรงมือของรินรดา พื้นที่ลานวัดเริ่มสั่นสะเทือน ลวดลายบนผนังที่เคยเรียงตัวกันเป็นวงจรเวทมนตร์บัดนี้แตกกระจายออก
“บัดซบ!” หนึ่งในมือสังหารคำรามด้วยเสียงที่ฟังดูแหบแห้งเหมือนแผ่นไม้เสียดสีกัน มันพยายามพุ่งตัวเข้าหารินรดา แต่ทว่าเงามืดที่เคยเป็นทางผ่านของพวกมันกลับบิดเบี้ยวและกลายเป็นกับดักที่กัดกินร่างของพวกมันเอง
ศศินฉวยจังหวะนี้กระโจนกลับเข้าไปในโถงหิน ทว่าเมื่อเขาคว้าแขนรินรดาเพื่อจะพาทั้งคู่หนีออกไปทางลับที่เพิ่งเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้เขานิ่งงันไปครู่ใหญ่
มันไม่ใช่ทางออก... แต่มันคือโลงศิลาขนาดมหึมาที่ถูกผนึกด้วยโซ่ตรวนโบราณ ภายในนั้นมีรอยจารึกที่คุ้นตาที่สุด รอยจารึกเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ในบันทึกที่เขาถืออยู่ และที่สำคัญที่สุด... ภายในโลงที่เปิดอ้าออกเพียงครึ่งเดียว มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมา
มันเป็นมือที่สวมแหวนตระกูลเดียวกับที่ศศินสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย... แหวนของพ่อเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอจ้องมองมือที่เหี่ยวแห้งแต่ยังคงความแข็งแกร่งนั้นก่อนจะหันมามองหน้าศศินด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ศศิน... นั่น... นั่นมันไม่ใช่มือของคนตาย แต่มันกำลังหายใจ”
ทันใดนั้น นิ้วมือที่ซีดขาวนั่นก็ขยับ... มันบีบมือของศศินที่เผลอยื่นออกไปสัมผัสแน่นจนเลือดซึมออกมา!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขปริศนาไปกับเงาจันทราลี้ลับครับ
บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ•ตอนที่ 9
การตามล่าในเมืองเก่า
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรอยจารึกใต้เงาจันทร์: ปริศนาพันปีที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!