"เจ้าบอกว่าอาจารย์ของเจ้าตายเพราะโรคหัวใจ... แต่หัวใจคนเราน่ะ ถ้าไม่ถูกกระชากออกมาจากอก ก็ถูกความลับบางอย่างกัดกินจนเน่าเฟะจากข้างในนั่นแหละ"
น้ำเสียงของปู่มิ่งแหบพร่าเหมือนเสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบ รินชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวตามชายชราเข้าสู่เขตป่าลึกหลังร้าน ความเงียบงันของพงไพรที่เคยดูสงบกลับกลายเป็นกดดันจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก ประโยคทิ้งท้ายเมื่อคืนยังคงวนเวียนราวกับหนามแหลมที่ปักคาอยู่ในอก
"ปู่พูดแบบนี้... หมายความว่ายังไงครับ?" รินถามพลางกระชับสายสะพายตะกร้าหวาย เขาพยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ในกระเป๋ากางเกง
ปู่มิ่งไม่หันกลับมามอง แกเพียงแต่หยุดยืนหน้าพุ่มเฟิร์นขนาดใหญ่ กิ่งก้านของมันดูเหมือนมือที่กางออกเพื่อปกป้องความลับบางอย่าง "ดูนี่ริน... ผักกูดที่นี่ไม่ได้ขึ้นเพราะความชื้น แต่มันขึ้นเพราะ 'ปุ๋ย' ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง"
ชายชราหยิบมีดพกออกมา ปลายมีดจ่อไปที่โคนต้นไม้ใหญ่ที่มีรากงอกเงยพ้นดิน รินขมวดคิ้ว เขาเป็นเชฟที่เคยผ่านงานในครัวระดับมิชลินสตาร์มาแล้ว เขารู้จักวัตถุดิบดีกว่าใคร แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขาชะงัก—ดินบริเวณนั้นมีสีเข้มผิดปกติ มีกลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กปนมากับกลิ่นดินชื้น
"วัตถุดิบไม่ได้มีไว้แค่กินให้รอดตาย แต่มันเล่าเรื่องราวของคนที่ฝังตัวอยู่ใต้ดินได้ด้วย" ปู่มิ่งหั่นยอดผักกูดอย่างทะนุถนอม กลิ่นเขียวสดชื่นกระจายตัวออกมา แต่ในจมูกของริน มันกลับมีรสขมฝาดของความกลัวเจืออยู่
"ริน... เวลาที่เจ้าทำอาหาร เจ้ามักจะพยายามทำลาย 'รสชาติของอดีต' ด้วยการปรุงแต่งรสใหม่ๆ ใช่ไหม?" ปู่มิ่งถามขณะยัดยอดผักกูดลงตะกร้า "เจ้าพยายามกลบเกลื่อนความผิดพลาดด้วยเครื่องเทศที่แพงที่สุด แต่ที่นี่... ป่าจะสอนให้เจ้าได้กลิ่นของความจริงที่เจือปนอยู่ในทุกคำที่กลืนลงคอ"
รินก้มลงมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยคราบดิน มือที่ครั้งหนึ่งเคยตวัดกระทะด้วยความมั่นใจ จนกระทั่งวันที่อาจารย์ของเขาฟุบลงกับเคาน์เตอร์ครัว พร้อมกับความลับในจดหมายฉบับสุดท้ายที่รินไม่เคยกล้าเปิดอ่าน เขาพยายามหนีมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่ป่าหลังบ้านกลับไม่ได้เป็นสถานที่พักใจอย่างที่เขาคิด แต่มันคือห้องสอบสวนขนาดยักษ์
"ผมแค่อยากลืม..." รินพึมพำ
"คนเราลืมได้ทุกอย่าง เว้นแต่รสชาติที่ติดลิ้น" ปู่มิ่งสวนกลับทันควัน แกคว้าข้อมือรินแน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงเกินกว่าจะเป็นคนแก่ "เงียบ... ฟังให้ดี"
ป่าทั้งป่าเงียบสงัดลงทันที เสียงนกแมลงหายวับไปราวกับถูกดูดกลืน รินกลั้นหายใจ เขาได้ยินเสียง... เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งที่ดังมาจากทางทิศเหนือ ไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า ไม่ใช่เสียงลม แต่เป็นจังหวะการเดินที่หนักแน่นและจงใจ
"คนที่ตามเจ้ามา... เขาไม่หิวอาหารหรอกริน" ปู่มิ่งกระซิบชิดใบหู ดวงตาฝ้าฟางฉายแววคมกริบราวกับนักล่า "เขาหิวในสิ่งที่อาจารย์ของเจ้าทิ้งไว้ให้เจ้า... และสิ่งที่อยู่ในตะกร้าใบนั้น"
รินมองลงไปในตะกร้าหวาย นอกจากผักกูดและสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ ยังมี 'ของบางอย่าง' ที่เขาเก็บติดตัวมาด้วยตั้งแต่วันที่ย้ายออกจากห้องพักของอาจารย์ สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นเพียงของดูต่างหน้า แต่มันกลับดึงดูด 'ใครบางคน' ให้ตามมาจนถึงสุดขอบโลกแห่งนี้
ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งวูบผ่านพุ่มไม้ห่างออกไปไม่กี่เมตร ปู่มิ่งรีบผลักรินให้หลบหลังโคนต้นไม้ใหญ่ทันที เสียงกระซิบสุดท้ายจากชายชราทำให้รินหัวใจแทบหยุดเต้น
"อย่าปล่อยให้ใครเห็นหน้าเจ้า... และอย่าเปิดตะกร้านั่นเด็ดขาด จนกว่าเจ้าจะรู้ว่าใครคือคนส่งจดหมายฉบับที่สองมาที่ร้านของเราเมื่อเช้านี้"
รินมองผ่านช่องว่างของรากไม้เห็นชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่กลางลานดิน สายตาของคนแปลกหน้านั้นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่รอยเท้าสดๆ ของรินบนพื้นดิน และในวินาทีที่ชายคนนั้นหันขวับมาทางที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ รินก็เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของชายคนนั้น—มันไม่ใช่มีด แต่เป็นเศษผ้ากันเปื้อนสีขาวที่มีคราบเลือดจางๆ... คราบเลือดที่เป็นลายเซ็นเดียวกับที่เขาเห็นในคืนที่อาจารย์จากไป
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความทรงจำนี้ครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 3
วัตถุดิบจากป่าหลังร้าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!