“ถ้าคุณยังไม่อยากกินตะกอนดิน ก็ช่วยวางมีดลงแล้วฟังผมก่อนเถอะครับ”
รินวางมีดทำครัวลงบนเขียงไม้ เสียงไม้กระทบไม้ดังปึก—หนักแน่นพอที่จะเรียกสติชายแปลกหน้าที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ปลายมีดเชฟในมือของชายคนนั้นยังคงชี้มาทางรินอย่างไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความเงียบงันของร้าน ‘บ้านหลังเขา’ ที่มีเพียงเสียงน้ำหยดจากก๊อกน้ำเก่าๆ ที่ปู่มิ่งเพิ่งซ่อมเสร็จเมื่อเช้า
ชายแปลกหน้าสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสีซีด ฝุ่นเกาะหนาจนมองไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไร ใบหน้าของเขาตอบซูบ แววตาสั่นระริกเหมือนคนเพิ่งผ่านการวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาตลอดทั้งคืน เขาไม่ได้หลงทางธรรมดา—เขาดูเหมือนคนกำลังหนีตาย
“ผม... ผมแค่หิว” เสียงของชายคนนั้นแหบแห้งเหมือนกระดาษทรายถูหิน “ไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร”
ปู่มิ่งที่นั่งขัดกระบอกไม้ไผ่อยู่มุมร้านวางงานในมือลง ชายชรากวาดสายตามองชายแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนตรงหน้าต้องลดมีดลงจนได้ รินถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมวัตถุดิบตั้งแต่ตีห้าแผ่ซ่านขึ้นมาในอก แต่มันเทียบไม่ได้กับความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
“เก็บมีดนั่นซะ แล้วไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง” รินสั่ง เสียงของเขาราบเรียบแต่เด็ดขาด “ถ้าอยากกินอะไรที่ทำให้อิ่มท้องและอุ่นใจ ก็รอตรงนั้น อย่าเดินเพ่นพ่านในครัวของผม”
ชายคนนั้นทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง รินหันกลับมาที่เตาไฟ ความร้อนจากเตาถ่านที่ปู่มิ่งจุดทิ้งไว้ช่วยคลายความตึงเครียดในใจเขาไปได้บ้าง มือของรินหยิบเอา 'หมูสามชั้นดองน้ำปลา' ที่หมักไว้ตั้งแต่วันก่อนออกมา วัตถุดิบง่ายๆ ที่ปู่มิ่งเคยสอนว่า 'ถ้าความหิวทำให้คนเสียสติ ความหวานของเนื้อสัตว์จะช่วยดึงจิตวิญญาณให้กลับมา'
เขามองดูรอยแผลเป็นเล็กๆ บนหลังมือตัวเอง—รอยแผลที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ในครัวที่พรากอาจารย์ไป เขาหลับตาลง ครู่หนึ่ง... ภาพของอาจารย์ที่กำลังโชว์เทคนิคการเคี่ยวซอสในห้องครัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยเข้ามาแทนที่เสียงลมหวีดหวิวภายนอกร้าน
“ริน เจ้าหนุ่มนั่นไม่ได้พกแค่ความหิวมาด้วยหรอกนะ” เสียงปู่มิ่งกระซิบข้างหู น้ำเสียงของคนแก่ที่ผ่านโลกมามากฟังดูเย็นเยียบ “ไอ้คนประเภทที่มองไปรอบๆ เหมือนกลัวใครจะตามมาถึงที่นี่ มันไม่ได้แวะมาเพราะหลงทางหรอก”
รินไม่ตอบ เขาเริ่มหั่นหมูเป็นชิ้นหนากำลังดี เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—ฉับ ฉับ ฉับ—กลิ่นน้ำปลาดีชั้นเยี่ยมคลุกเคล้ากับความมันของเนื้อหมูเริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน เขาลงมือผัดหมูด้วยไฟแรง กลิ่นไหม้ของไขมันหมูที่โดนความร้อนจัดทำให้บรรยากาศอึมครึมเริ่มเปลี่ยนไป
ชายแปลกหน้าที่โต๊ะเริ่มสงบลง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาที่เคยระแวงเริ่มจับจ้องมาที่กระทะบนเตา รินไม่ได้หันไปมอง แต่เขารู้สึกได้ถึงความโหยหาที่แผ่ออกมา
“ทำไมต้องเป็นที่นี่?” รินถามขึ้นในขณะที่ตอกไข่เป็ดลงไปในกระทะ “ป้ายบอกทางตรงปากทางเข้าหุบเขาก็ชัดเจนดี แต่นายเลือกที่จะเลี้ยวเข้ามาในทางดินลูกรังที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากร้านอาหารร้านเดียว”
ชายคนนั้นนิ่งไปนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะมา... แต่กลิ่น... กลิ่นของควันฟืนที่ลอยตามลมมา มันทำให้ผมนึกถึงบ้าน ที่ที่ผมจากมานานเกินไปจนลืมไปแล้วว่ารสชาติของความสุขคืออะไร”
รินชะงักมือไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของ 'ความทรงจำ' เป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่เขามีเหลืออยู่ เขาตักอาหารใส่จานเซรามิกเก่าๆ วางลงบนโต๊ะข้างชายคนนั้น ข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยเตาฟืนส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนน่าประหลาดใจ
“กินซะ ก่อนที่มันจะเย็น”
ชายคนนั้นไม่รอช้า เขาตักข้าวกินคำใหญ่ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนโต๊ะ รินเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากเห็นภาพความเปราะบางของใครอีก เพราะมันมักจะย้อนกลับมาตอกย้ำความอ่อนแอในใจของเขาเอง
เวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อย ชายแปลกหน้าคนนั้นวางช้อนลง เขาดูมีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหม่นหมองในดวงตาลดลงราวกับได้รับยาดี “ขอบคุณครับ... รสชาตินี้... เหมือนที่แม่ผมเคยทำให้กินไม่มีผิด”
“อย่าขอบคุณผมเลย ขอบคุณคนสอนดีกว่า” รินพยักพเยิดหน้าไปทางปู่มิ่งที่เริ่มจิบชาเงียบๆ
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกจากร้าน แต่จังหวะที่เขากำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู เขาก็หยุดกะทันหัน เขาหันกลับมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของคนหลงทางอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งจดจำอะไรบางอย่างได้
“คุณชื่อรินใช่ไหม?” เขาถาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
รินขมวดคิ้ว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “ใช่ ทำไม?”
“งั้นคุณคงยังไม่รู้” ชายคนนั้นหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่เปียกชื้น มันเป็นรูปภาพของเชฟสองคนที่ยืนคู่กันหน้าเตาไฟ ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาจารย์ที่จากไปของเขา “คนที่ส่งผมมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะผมหลงทาง... แต่เพราะเขารู้ว่าคุณกำลังอยู่ที่นี่ และเขากำลังจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่คนอย่างคุณ 'ทำลาย' ไปเมื่อสามปีก่อน”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านจนได้ยินเสียงหัวใจของรินเต้นรัว ชายคนนั้นเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในร้าน รินจ้องมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ปู่มิ่งวางถ้วยชาลง เสียงกระทบโต๊ะดังกังวานก้องร้านราวกับเสียงระฆังเตือนภัย
รินรู้ดีว่าความสงบสุขที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนนี้ กำลังจะสิ้นสุดลงในวินาทีนี้เอง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความทรงจำนี้ครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 4
ลูกค้าคนแรกที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!