ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 5

รอยยิ้มที่หายไป

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าเอ็งยังหั่นผักด้วยแรงขนาดนั้น เกรงว่าเขียงไม้ของข้าคงได้กลายเป็นฟืนผ่าซีกก่อนที่ตะวันจะตกดิน" เสียงแหบแห้งแต่ทรงพลังของปู่มิ่งดังขึ้น ทำเอารินสะดุ้งเล็กน้อย มีดปลายแหลมในมือชะงักค้างอยู่เหนือหัวไชเทือกที่ถูกซอยจนแหลกเหลวไร้รูปทรง เชฟหนุ่มก้มมองผลงานตัวเองด้วยแววตาไหววุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนถอนออกมาเฮือกใหญ่เพื่อขับไล่ความอึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในทรวงอกตั้งแต่ช่วงสาย ความเงียบงันของห้องครัวไม้เก่าหลังร้านอาหารโรยตัวลงมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนในหม้อดิน และเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มบรรเลงเพลงรับยามเย็น รินวางมีดลงกระทบเขียงเสียงดังทึบ เขาปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือ ปมในใจเรื่องการสูญเสียอาจารย์ผู้เป็นดั่งเสาหลักชีวิตยังคงตามหลอนในความฝันทุกค่ำคืน ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย ยิ่งมาเปิดร้านในหมู่บ้านห่างไกลผู้คนแห่งนี้ ความกดดันที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่ายัง "คู่ควร" กับการจับตะหลิวก็ยิ่งบีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก "ไปล้างหน้าซะ ปล่อยให้ครัวเป็นหน้าที่ของคนแก่สักวัน" ปู่มิ่งเดินเข้ามาใกล้ วางมือเหี่ยวย่นตามวัยลงบนบ่ากว้างที่กำลังแบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้ง สายตาฝ้าฟางแต่ลึกซึ้งคู่นั้นมองทะลุผ่านความนิ่งขรึมของรินไปจนถึงจิตวิญญาณที่กำลังอ่อนล้า "แล้วก็... ช่วยเดินเอาห่อใบบัวนี่ไปส่งให้ป้าบัวที่บ้านท้ายหมู่บ้านที แกไม่ได้เข้าร้านมาสามวันแล้ว อาการโรคกระเพาะกำเริบเพราะเครียดเรื่องลูกชายอีกตามเคย" กระดาษสาห่อใบบัวบรรจุอาหารอุ่นร้อนถูกส่งมาตรงหน้า กลิ่นหอมละมุนของข้าวอบขิงและสมุนไพรป่าลอยกรุ่นเตะจมูก รินรับมาถือไว้สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ความห่วงใยอย่างไร้คำพูดของปู่มิ่งทำให้ก้อนสะอื้นในลำคอของเชฟหนุ่มคลายลงเล็กน้อย สิบนาทีต่อมา รินก้าวเท้ามาหยุดอยู่หน้าบ้านไม้สักทองใต้ถุนสูงปลายหมู่บ้าน บรรยากาศรอบกายเงียบเหงา วังเวงกว่าปกติ ประตูรั้วไม้ไผ่เปิดแง้มไว้ ครึ่งหนึ่ง ป้าบัว—หญิงวัยกลางคนผู้ขึ้นชื่อเรื่องรอยยิ้มใจดีและขนมไทยโบราณรสเลิศประจำหมู่บ้าน กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบๆ อยู่ที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ไหล่บางสั่นเทิ้มตามแรงสะอื้น รอบตัวมีเศษแป้งและมะพร้าวขูดกระจายเกลื่อนราวกับพายุเพิ่งผ่านพ้น "ป้าครับ..." รินส่งเสียงเรียกเบาๆ อย่างระมัดระวัง ไม่ต้องการให้การปรากฏตัวของเขาเพิ่มความตระหนกแก่ผู้สูงวัย ป้าบัวสะดุ้งเฮือก รีบใช้ผ้าขนหนูผืนเก่าเช็ดน้ำตาลูกตา ลุกขึ้นยืนละล้าละลัง พยายามฝืนปั้นรอยยิ้มที่ฝืดเคือนที่สุดเท่าที่จะทำได้ออกมาทักทาย "อ้าว... พ่อเชฟริน ลมอะไรหอบมาถึงนี่ล่ะลูก ป้า... ป้าแค่ทำของตกแตกนิดหน่อยน่ะ นั่งก่อนสิลูก" รินไม่พูดอะไร เขาเดินตรงเข้าไปวางห่อใบบัวลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าป้าบัว สายตาคมกริบกวาดมองความเสียหายรอบตัว กะละมังผสมแป้งคว่ำอยู่ ข้าวของกระจัดกระจาย แต่วัตถุดิบหลักอย่างใบตองและน้ำกะทิยังวางอยู่ครบถ้วน ป้าบัวไม่ได้ทำของตกแตก... ป้าบัวกำลังพยายามทำขนมเยียวยาจิตใจตัวเอง แต่ความเครียดสุมอกทำให้มือไม้สั่นเทาจนทำอะไรไม่เป็นชิ้นอัน "ปู่มิ่งให้ผมเอาข้าวอบสมุนไพรมาส่งครับ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบ ไร้การจับผิด มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งแฝงอยู่ "แล้วก็... บอกว่าถ้าป้าไม่รังเกียจ อยากให้เชฟมือสมัครเล่นคนนี้ช่วยเป็นลูกมือทำขนมสักถาดแก้เครียดหน่อย" ป้าบัวชะงัก ดวงตาแดงก่ำมองหน้าชายหนุ่มผู้มีรอยแผลในใจไม่ต่างกัน ความเงียบงันระหว่างคนสองวัยดำเนินไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากแห้งผากของหญิงสูงวัยจะคลายออก พร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาอีกระลอก แต่คราวนี้... มันคือหยดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "เจ้ากรณ์... ลูกชายฉัน มันโทรมาบอกว่าจะไม่กลับมาเยี่ยมสงกรานต์นี้แล้ว..." ป้าบัวเสียงเครือ มือเหี่ยวย่นสั่นเทาหยิบผ้ามาบีบเข้าหากันแน่น "ร้านขนมที่ฉันตั้งใจสร้างไว้ให้มัน... ตอนนี้มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว รินเอ๋ย ป้าเหนื่อยเหลือเกิน" รินรับฟังโดยไม่เอ่ยคำปลอบโยนประเภท "ทุกอย่างจะดีขึ้น" เพราะเขารู้ดีว่าถ้อยคำเหล่านั้นว่างเปล่าเพียงใดเมื่อหัวใจแตกสลาย มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบกะละมังทองเหลืองที่คว่ำอยู่ขึ้นมาตั้งตรง ปัดกวาดเศษแป้งรอบตัวให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ถ้าอย่างนั้น... วันนี้เรามาทำ 'ขนมต้ม' กันดีกว่าครับป้า" รินเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ อาจารย์เคยบอกว่า ขนมต้มที่ดี ตัวแป้งต้องเหนียวนุ่ม ไส้กระยาสาทด้านในต้องหวานหอมกลมกล่อม และที่สำคัญที่สุด... ต้องนวดด้วยความใส่ใจ ไม่ใช่ด้วยความโกรธ" ป้าบัวมองรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มของชายหนุ่มที่แบกโลกไว้ทั้งใบแต่ยอมลดตัวลงมานั่งคลุกแป้งเคียงข้างเธอ ความอบอุ่นบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับเดือนเริ่มคลายปมลงทีละน้อย "เอ้า... ถ้าเชฟใหญ่ยอมลงมือเอง ป้าจะยอมเป็นลูกมือให้ก็ได้" ป้าบัวสูดหายใจเข้าลึก ปาดน้ำตาลวกๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบแป้งข้าวเหนียวสีขาวบริสุทธิ์เทลงในกะละมัง บรรยากาศในยามเย็นเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบอันงดงาม กลิ่นหอมของน้ำตาลมะพรี่ยวเคี่ยวกับใบเตยเริ่มโชยตีตื้นขึ้นมาแข่งกับกลิ่นอายดินหลังฝน รินใช้มือทั้งสองข้างนวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำใบเตยคั้นสดอย่างบรรจง จังหวะการนวดเข้าคู่กับป้าบัวที่ช่วยขูดมะพร้าวทึนทึกด้วยความชำนาญ ความร้อนจากแป้งและกลิ่นหอมของสมุนไพรทำหน้าที่บำบัดจิตใจของคนทั้งคู่โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด รินปั้นแป้งห่อไส้กระยาสาสก้อนกลมสีนวลทีละลูกอย่างประณีต ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมา ในอดีต... เขาเคยทำขนมชนิดนี้ให้อาจารย์กินในวันเกิด ก่อนที่อุบัติเหตุพรากทุกอย่างไป รสชาติในอวันนั้นหวานล้ำ แต่รสชาติในวันนี้... มีความเข้าใจและอภัยให้ตัวเองผสมอยู่ด้วย "น้ำเดือดแล้วครับป้า" รินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฟองอากาศปุดขึ้นจากหม้อทองเหลืองบนเตาถ่าน ป้าบัวพยักหน้ารับ ค่อยๆ หย่อนก้อนแป้งสีเขียวมรกตลงไปในน้ำเดือดพล่าน เฝ้ามองพวกมันจมดิ่งลงสู่ก้นหม้อ ก่อนจะค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำราวกับปาฏิหาริย์ "ลอยแล้ว... แปลว่าสุกแล้วลูก" เชฟหนุ่มใช้กระชอนช้อนแป้งขึ้นมาสะเด็ดน้ำ ก่อนคลุกเคล้าเข้ากับเนื้อมะพร้าวขูดขาวสะอาดและเกลือป่นเล็กน้อยเพื่อตัดรส กลิ่นหอมของควันเทียนอบและกะทิสดอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านไม้เก่า รินตักขนมต้มสามลูกวางลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายคราม ยื่นส่งให้ป้าบัวด้วยสองมือ "ลองชิมฝีมือเราดูหน่อยสิครับ ว่ารสชาติความเครียดเมื่อครู่ มันหายไปไหนหมดหรือยัง" ป้าบัวใช้ไม้จิ้มฟันหยิบก้อนแป้งสีนวลเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ สัมผัสแรกคือความนุ่มหนึบของแป้ง ตามด้วยความหวานเค็มกลมกล่อมของไส้ข้างในที่ละลายในปาก ความขมขื่นในอกมลายหายไป เหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่เอ่อล้นขึ้นมาถึงขอบตา หญิงช้ายิ้มออกมาได้เต็มภาคภูมิเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ "อร่อย... อร่อยมาก ลูกชายฉันมันไม่มีทางรู้หรอกว่าพลาดของอร่อยขนาดไหนไป" ป้าบัวหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา รินระบายยิ้มกว้าง รู้สึกโล่งเบาในอกอย่างประหลาด ราวกับภาระที่แบกไว้ถูกปลดเปลื้องลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว เขาโค้งศีรษะให้ป้าบัวเล็กน้อย เตรียมตัวจะเก็บอุปกรณ์เพื่อขอตัวกลับร้าน แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ พร้อมเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้ง "มีใครอยู่บ้านไหมครับ... พอดีผมหลงทาง แล้วได้กลิ่นขนมต้มของที่นี่ เลยอยากจะขอรบกวนชิมสักจาน" รินชะงัก เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนยามวิกาล ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายและรอยยิ้มคุ้นเคยที่ไม่ได้พบกันมานานแรมปี เลือดในกายของเชฟหนุ่มก็เย็นเฉียบลงฉับพลัน—นั่นคือ "คีย์" อดีตรุ่นพี่มือขวาคนสนิทของอาจารย์ ผู้เป็นต้นเหตุของรอยแผลในอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งความทรงจำนี้ครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%