"ร้านอาหารของอาจารย์ไม่ได้ต้องการคนกอบกู้ แต่มันต้องการคนที่กล้าเผชิญหน้ากับความล้มเหลวของตัวเองมากกว่าครับ ริน"
เสียงของ 'ธนา' เพื่อนเก่าสมัยเรียนร่วมสถาบันเดียวกันดังกังวานอยู่ในความเงียบงันของร้านอาหารหลังเขา เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดแล่ปลาที่รินเคยใช้จนชินมือ ธนาในชุดสูทราคาแพงดูแปลกแยกเหลือเกินเมื่ออยู่ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่และกลิ่นอายดินฝนที่โชยมาตามลม
รินวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ เขาไม่หันไปมองแขกผู้มาเยือนคนสำคัญ แต่นิ้วมือกลับบีบขอบเคาน์เตอร์ไม้เก่าจนขึ้นข้อขาว ความเย็นของเนื้อไม้ซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่มันยังไม่หนาวเหน็บเท่ากับความรู้สึกที่ถูกกระชากกลับไปยังวันคืนที่เขาอยากจะลืมเลือน
"ผมเลือกที่จะทิ้งชีวิตในเมืองไปแล้ว ธนา" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อย "ที่นี่... คือที่เดียวที่ผมสามารถหลับตาลงได้โดยไม่ต้องเห็นใบหน้าของอาจารย์ในวินาทีสุดท้าย"
"แล้วนายคิดว่าหนีไปจนสุดขอบเขานี้แล้ว ความจริงจะจางหายไปงั้นหรือ?" ธนาลุกขึ้นยืน เขาก้าวเดินสำรวจไปรอบร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้อย่างใจเย็น ก่อนจะหยุดยืนหน้าชั้นวางสมุนไพรแห้งของปู่มิ่ง "ร้าน 'รอยรส' กำลังจะถูกขายทอดตลาดในอีกสามเดือนข้างหน้า ตระกูลของอาจารย์ไม่มีใครเหลือพอที่จะรับช่วงต่อ และถ้าไม่มีทายาทฝีมือดีอย่างนายเข้าไปกู้ชื่อเสียงร้านที่เคยเป็นตำนาน... ทุกสูตรอาหาร ทุกความทรงจำที่อาจารย์สั่งสมมา จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกทิ้งถังขยะ"
ปู่มิ่งที่นั่งสูบยาเส้นอยู่ที่มุมมืดของร้านนิ่งเงียบมาตลอด บทสนทนานี้ไม่ใช่เรื่องที่ชายชราจะเข้าไปก้าวก่ายได้ มันเป็นสมรภูมิในใจของเด็กหนุ่มที่เขาเฝ้ามองดูการเติบโตมาตลอดหลายเดือน รินหันกลับมาสบตากับเพื่อนเก่า นัยน์ตาของเขามีรอยร้าวของความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด
"นายจะให้ฉันกลับไปในฐานะอะไร? คนทรยศที่ทำให้อาจารย์หัวใจวายเพราะความประมาทในห้องครัวงั้นหรือ?" รินถามเสียงต่ำ
"ไม่ใช่คนทรยศ แต่เป็นคนที่จะกลับไปพิสูจน์ว่า อาหารของอาจารย์ไม่ได้หายไปไหน แต่มันอยู่ในหัวใจของนายต่างหาก" ธนาล้วงซองจดหมายสีครีมออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "นี่คือรายชื่อลูกค้าเก่าแก่และนักวิจารณ์อาหารที่ยังรอคอยการกลับมาของร้านรอยรส พวกเขาไม่ได้ต้องการเชฟที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาต้องการใครสักคนที่ทำให้อาหารมีรสชาติของ 'มนุษย์' อีกครั้ง"
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากชายคาที่กระทบพื้นดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินมองดูซองจดหมายนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานหากเขาเอื้อมมือไปแตะต้องมัน ความขัดแย้งในใจของเขาราวกับน้ำมันที่กำลังเดือดจัดรอคอยเพียงหยดน้ำที่จะทำให้อันตรายปะทุขึ้น
เขาเดินเลี่ยงไปหลังร้านเพื่อล้างหน้า หวังว่าความเย็นของน้ำจะช่วยดับไฟในใจได้บ้าง ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานเก่า ภาพสะท้อนของเขาดูช่างอ่อนล้าและไร้ซึ่งไฟฝันเหมือนกับที่ธนาเคยปรามาสไว้จริงๆ
"รินเอ๋ย" ปู่มิ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นรินเดินกลับออกมา "ของมีคมน่ะ ถ้าเก็บไว้ในฝักนานเกินไปสนิมจะกินจนใช้การไม่ได้ แต่ถ้าใช้ไม่ระวัง มันก็บาดมือคนถือเอง... ทางเลือกของเจ้าไม่ใช่การกลับไปเพื่อใคร แต่มันคือการกลับไปเพื่อให้อภัยตัวเองต่างหาก"
รินหยิบซองจดหมายขึ้นมา มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาตัดสินใจเดินตรงไปที่ประตูร้าน ขณะที่ธนากำลังเตรียมจะเดินออกไปที่รถคันหรู
"เดี๋ยวก่อนธนา..." รินเรียกเพื่อนไว้
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะเอ่ยคำตอบที่อยู่ในใจ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ปริศนาอีกคันหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างกระชั้นชิด รถสีดำคันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าลานดินหน้าร้าน ก่อนที่ประตูรถจะเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดดำสนิทที่รินไม่ได้พบหน้ามานานนับปี เธอเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและทรงอำนาจจนรินต้องถอยกรูดไปด้านหลัง
"สวัสดีค่ะริน... หวังว่าจดหมายฉบับนั้นจะทำให้นายตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะ" หญิงสาวหยุดยืนตรงหน้า "เพราะถ้าไม่... ร้านรอยรสในกรุงเทพฯ ที่นายห่วงนักหวนายหนาน่ะ พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปเปลี่ยนมันให้กลายเป็นคอนโดหรูแทน"
คำขอบคุณจากใจถึงผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ยี่สิบนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - กาแฟโบราณแก้วโต
ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 20
คำชวนที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!