ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 43

ผู้มาเยือนจากอดีต

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
กลิ่นไอน้ำมันสนและคราบกาวเก่าๆ บนกรอบรูปไม้สักทอง ดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อภาพถ่ายใบเล็กใบนั้น ถูกวางทาบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง รินยังคงจ้องมองบุคคลปริศนาคนที่สาม ที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างอาจารย์ผู้ล่วงลับกับปู่มิ่งในวัยหนุ่ม ดวงตาของเขาไหววูบ ความเงียบงันภายในห้องครัวยามบ่ายแก่ๆ ทำให้เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาจากระเบียงด้านนอก ยิ่งเด่นชัดและสร้างความอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องก่อนฝนตก "ไม่คิดเลยว่า ร้านกาแฟผุๆ กลางป่าเขาลึกแห่งนี้ จะยังมีคนจดจำกลิ่นอายเน่าเฟะของอดีตได้อยู่" น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ตัดกับบรรยากาศธรรมชาติรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ชายวัยกลางคนผู้มีเรือนผมสีดอกเพลิงแซมดำ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยว และรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งเคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยัน ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้ โดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากรูปถ่าย ชายตรงหน้าไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขา... เขาคือ "บูรพา" เจ้าพ่อวงการธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่ ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งคนสำคัญของอาจารย์ และเป็นคนที่รินเคยเชื่อสนิทใจว่า คือต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้อาจารย์ต้องตรอมใจจนเกิดอุบัติเหตุในอดีต "คุณ... เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นได้ยังไง" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับเอาไว้ บูรพาหัวเราะในลำคอเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องครัวโบราณและโหลสมุนไพรดอง "พื้นที่ส่วนตัว? ของป่าเขาแบบนี้ ใครจะเป็นเจ้าของกันจริงๆ ริน... เธอเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มแล้วนี่นะ หน้าตาตอนถือตะหลิวเมื่อกี้ ถอดแบบมาจากอาจารย์ของเธอไม่มีผิด... น่าสมเพชดีแท้" ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าพื้นไม้อีกฟากก็ดังขึ้น ปู่มิ่งเดินออกมาจากห้องเก็บวัตถุดิบ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบ ก่อนที่ปู่มิ่งจะก้าวมาหยุดยืนเคียงข้างริน พร้อมกับวางมือหยาบกร้านลงบนไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและพลังใจอย่างเงียบเชียบ "ลมอะไรหอบแกมาถึงที่นี่ บูรพา... หรือว่าหุบเขาหลังนี้ มีของที่แกยังแย่งไปไม่หมด" ปู่มิ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบแห้งแต่หนักแน่น กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองรุ่นอย่างเห็นได้ชัด บูรพาหันไปมองปู่มิ่ง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาซับซ้อน เขายกมือขึ้นกอดอก "สวัสดีครับคุณปู่... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'ผู้ร่วมอุดมการณ์เก่าแก่' ถึงจะถูกกระมัง? สามสิบปีผ่านไป นึกว่าท่านจะฝังตัวตายอยู่กับรากไม้พวกนี้ไปซะแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะยังมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพะรุงพะพังของคนตระกูลนี้อีก" รินหันขวับไปมองปู่มิ่งทันที สมองของเขาประมวลผลเรื่องราวอย่างรวดเร็ว ภาพถ่ายเก่าแก่... ความสัมพันธ์ในอดีต... และคำพูดของบูรพา ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างน่าตกใจ ปู่มิ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่คนท้องถิ่นที่บังเอิญมาเจอเขา แต่ปู่มิ่งคือหนึ่งในผู้สร้างตำนานรสชาติที่สูญหายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน "ปู่ครับ..." รินเอ่ยเสียงแผ่ว เบนสายตาไปมองชายชราข้างกายอย่างต้องการคำตอบ ปู่มิ่งถอนหายใจยาวนาน แววตาฉายแววความเจ็บปวดที่ถูกเก็บงำมาเนิ่นนาน เขาไม่ได้หลบสายตาริน แต่กลับหันไปเผชิญหน้ากับบูรพาตรงๆ "เรื่องในอดีต มันควรจะจบลงไปพร้อมกับเตาไฟที่มอดดับแล้ว บูรพา แกยังมีอาณาจักรธุรกิจร้อยล้าน มีชื่อเสียงที่แกไขว่คว้ามาได้ จะดั้นด้นมาถึงที่นี่เพื่ออะไรอีก" "เพื่ออะไรน่ะหรือ?" บูรพาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ วางมือลงบนรูปถ่ายใบนั้นแล้วใช้นิ้วเคาะเบาๆ เป็นจังหวะ "เพราะรสชาติที่พวกแกพยายามปกปิด มันกำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์ยังไงล่ะ รินมันกำลังทำในสิ่งที่อาจารย์ของมันเคยทำ... และถ้าปล่อยไว้ อาณาจักรแฟรนไชส์ของฉัน อาจจะพังทลายลงด้วยฝีมือของเด็กก้นครัวคนนี้คนเดียว!" บรรยากาศในห้องครัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินจ้องมองชายผู้ทรงอิทธิพลด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธแค้น ความสงสัย และความหวาดกลัวตีรวนกันอยู่ในอก แต่ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมจางๆ ของรากไม้ป่าและเครื่องเทศที่ปู่มิ่งเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาเมื่อเช้า ก็ลอยมาแตะจมูก ดึงสติให้เขากลับคืนสู่ความนิ่งสงบ "อาหารไม่ได้มีไว้เพื่อแข่งขัน หรือเพื่อสร้างอาณาจักรให้ใครหรอกครับ..." รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับบูรพาตรงๆ แววตาที่เคยหวั่นไหว บัดนี้กลับมามีความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง "มันมีไว้เพื่อเยียวยาหัวใจของคนที่หลงทางต่างหาก และต่อให้คุณจะพยายามทำลายมันอีกกี่ครั้ง รสชาติที่แท้จริง ก็ไม่มีวันถูกลบหายไปจากความทรงจำหรอกครับ" บูรพาหรี่ตาลง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ปากดีนี่... งั้นเรามาดูกันว่า เมนู 'แกงป่าโบราณ' ที่แกกำลังจะทำให้ลูกค้าคนพิเศษในค่ำคืนนี้ จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันไปได้สักกี่น้ำ" พูดจบ บูรพาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกต่อหน้าต่อตาคนทั้งสอง ก่อนจะยกแนบหูแล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัดพอให้ทุกคนในห้องได้ยิน "เริ่มแผนการได้... ปิดทางขึ้นเขาเส้นหลักซะ แล้วส่งคนไปตรวจใบอนุญาตของร้านนี้ให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม อย่าให้เหลือแม้แต่ใบไม้ใบเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมาย" รินกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บู่มิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งประตูหน้าร้านซึ่งทำจากกระดิ่งทองเหลืองเก่าๆ ก็ดังขึ้น "กรุ๊งกริ๊ง..." พร้อมกับร่างของแขกผู้มาเยือนคนแรกของค่ำคืนนี้ ที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคย แต่ทว่า... เมื่อรินหันไปมองหน้าแขกคนนั้น หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะคนๆ นั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ "สารวัตรกวิน" นายตำรวจหนุ่มผู้เป็นอดีตคู่หมั้นของคนรักเก่าของริน ผู้ซึ่งถือหมายศาลฉบับหนึ่งอยู่ในมืออย่างเย็นชา! (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รสชาติแห่งความทรงจำนี้เติบโตไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%