ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 44

เกมการแข่งขัน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
กระดาษแผ่นหนาในมือของสารวัตรกวินส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ยามที่นิ้วเรียวยาวแกร่งดั่งนายตำรวจผู้ผ่านสนามชีวิตมาโชกโชนไล่เปิดดูข้อความทางกฎหมายทีละหน้า บรรยากาศภายในร้าน "ครัวหลังเขา" ยามนี้ราวกับถูกดูดกลืนออกซิเจนจนเบาบางลงอย่างกะทันหัน กลิ่นหอมอวลของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวเคียงมาตลอดทั้งวันดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเผชิญหน้ากับความเงียบงันที่เยียบเย็นและคมกริบยิ่งกว่าใบมีดแล่ปลา "หมายศาลฟ้องร้องขับไล่... และเรียกค่าเสียหายในฐานะบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนส่วนบุคคล" รินทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่คมไม่ได้หลบหนีความกดดันนั้น เขายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักเก่า ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวเย็นเฉียบของเขียงไม้เพื่อเรียกสติ สารวัตรกวินป้องปากกระแอมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองสำรวจชายหนุ่มผู้เป็นอดีตคนรักของ "พิมพ์พิชา" ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความเย้ยหยัน ความเหนื่อยหน่าย และความจริงจังที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "คุณก็รู้ว่าที่ดินผืนนี้ ปู่มิ่งไม่เคยทำสัญญาโฉนดอย่างถูกต้องตามกฎหมายสมัยใหม่" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท ราวกับพิพากษาคดีบนบัลลังก์ "และในฐานะที่ผมเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีสิ่งแวดล้อมในเขตนี้... ผมไม่อาจหลับตาข้างเดียวให้การครอบครองโดยมิชอบได้ แม้ว่าที่นี่จะมีอาหารรสเลิศแค่ไหนก็ตามที" ปู่มิ่งซึ่งนั่งเงียบอยู่มุมห้องมานาน ค่อยๆ วางไปป์ไม้ไผ่ลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบผิวโต๊ะดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบ ชายชราผู้ผ่านโลกมามากแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมองตรงไปยังนายตำรวจหนุ่มอย่างรู้เท่าทัน "กฎหมายมีไว้รักษาความสงบ... แต่มนุษย์เราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียวหรอกนะสารวัตร" ปู่มิ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบแห้งแต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้กวินต้องชะงัก "ถ้าท่านดั้นด้นขึ้นมาถึงหลังเขาด้วยตัวเอง เพื่อจะเอาชนะคดีความด้วยกระดาษแผ่นเดียว... ผมว่าท่านคงเสียเที่ยว และเสียเวลาอันมีค่าของข้าราชการน้ำดีเสียเปล่าๆ" กวินหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่ง เขาพับเอกสารในมือเก็บเข้าแฟ้มหนังสีดำอย่างใจเย็น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบร้านที่ตกแต่งด้วยความเรียบง่ายแต่สะท้อนจิตวิญญาณของผู้ทำอาหาร "ผมไม่ได้มาเพื่อรังแกคนแก่ หรือมาเพื่อใช้อำนาจกดขี่ใคร... ริน" กวินหันกลับมาสบตารินตรงๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและท้าทายขึ้น "พิมพ์เล่าให้ผมฟังเสมอว่า อดีตเชฟมือหนึ่งของห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับประเทศคนนี้ มีฝีมือการทำอาหารที่สามารถทำให้คนลืมความเจ็บปวดได้... แต่ผมอยากรู้ว่า ฝีมือของคนที่หนีปัญหามาซ่อนตัวอยู่ในป่าเขา จะยังมีความคมกริบพอที่จะสู้กับความจริงของโลกภายนอกได้หรือเปล่า" รินขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความโกรธปะปนกับความอึดอัดที่อัดAอั้นมานาน "คุณต้องการอะไรกันแน่ กวิน? จะขับไล่พวกเรา หรือต้องการแค่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมให้จมดินถึงจะพอใจ?" "ผมไม่ได้มาเพื่อเหยียบย่ำใคร" กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิร์ตพับแขนแสดงถึงวินัยและการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เขาก้าวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างเหลือเพียงแค่โต๊ะไม้กั้นกลาง "เรามาเดิมพันกัน..." คำว่า "เดิมพัน" ทำให้ทั้งรินและปู่มิ่งนิ่งเงบไป "ถ้าคุณทำอาหารให้ผมกินสักจาน... และทำให้ผมรู้สึกได้ถึง 'จิตวิญญาณ' ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การทำตามตำราหรือทำเพื่อหนีความผิดพลาดในอดีต... ผมจะชะลอการยื่นฟ้องนี้ออกไปไม่มีกำหนด" กวินยื่นข้อเสนอที่ไม่มีใครคาดคิด "แต่ถ้าอาหารของคุณมันจืดชืด ไร้ซึ่งความกล้าหาญ... วันพรุ่งนี้ รถบรรทุกของกรมป่าไม้จะมาถึงที่นี่ และรื้อถอนทุกอย่างออกให้หมด" บรรยากาศในร้านราวกับถูกแช่แข็ง รินจ้องมองหน้าอดีตคู่หมั้นของคนรักเก่า แววตาของกวินไม่มีความลังเลเจืออยู่เลย มันคือการท้าทายที่ไร้ความปรานี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือโอกาสเดียวที่จะรักษาบ้านหลังนี้และ "ครัวหลังเขา" เอาไว้ได้ ปู่มิ่งเงยหน้าขึ้นมองริน ชายชราไม่ได้เอ่ยห้ามปรามแต่อย่างใด มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนส่งผ่านมาให้หลานชายต่างสายเลือด รินสูดลมหายใจเข้าลึก, กลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนและกลิ่นสมุนไพรป่าลอยเข้ามาแตะจมูก ดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับคืนมา ความกลัว ความลังเล และความผิดพลาดจากอดีตที่เคยทำให้อาจารย์เสียชีวิตในห้องครัววันนั้น พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองชั่วขณะ แต่เมื่อเขามองไปยังภาพถ่ายเก่าๆ ของปู่มิ่ง และรอยยิ้มของชาวบ้านที่พึ่งพาอาศัยร้านนี้ ความลังเลทั้งหมดก็ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น "ตกลงครับ" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมจ้องตอบกวินอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณอยากกินอาหารที่จะทำให้คุณตาสว่าง... ผมจะทำให้คุณได้ลิ้มรสชาติที่คุณไม่มีวันลืม" กวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจในความเด็ดเดี่ยวที่ผิดไปจากภาพจำเดิมๆ "ดีมาก... ผมให้เวลาคุณสามสิบนาที ใช้วัตถุดิบอะไรก็ได้ที่มีอยู่ในครัวนี้ ทำให้ผมเห็นว่า เชฟผู้ตกอับคนนี้ ยังมีฝีมือพอที่จะพูดคำว่า 'ความหวัง' ออกมาได้" สิ้นคำท้าทาย กวินก็เดินไปนั่งรอที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปเบื้องนอกอย่างใจเย็น ปล่อยให้รินยืนอยู่หน้าเตาไฟที่กำลังลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รินหันหลังกลับไปมองวัตถุดิบในครัว หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะกลองศึก สมองทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคัด "ปู่ครับ... ขอเห็ดป่าชุดสุดท้ายที่เราเพิ่งเก็บมาเมื่อวาน และ... เนื้อกวางรมควันย่างเกลือ" รินเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ปู่มิ่งพยักหน้ารับรอยยิ้ม ก่อนจะส่งวัตถุดิบทั้งหมดให้ด้วยความรวดเร็ว มืออันสั่นเทาแต่คล่องแคล่วของรินเริ่มหยิบจับมีดแล่เนื้อ การเคลื่อนไหวของเขาในยามนี้ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย ทุกย่างก้าว ทุกการหั่น และทุกการปรุงรส เต็มไปด้วยสมาธิอันแน่วแน่ ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หายLapไป เหลือเพียงแค่กระทะเหล็กและไฟเบื้องหน้า กลิ่นหอมของเนยป่าผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรท้องถิ่นเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว รินกำลังสร้างสรรค์เมนูพิเศษที่ผสานระหว่างเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงเข้ากับจิตวิญญาณแห่งผืนป่าตะวันตก เมนูที่ไม่ได้มีไว้เพื่อประจบสอพลอ แต่มีไว้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ผ่านไปยี่สิบห้านาที จานกระเบื้องสีขาวนวลถูกวางลงตรงหน้าสารวัตรกวิน กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อกวางย่างที่ราดด้วยซอสเห็ดป่าเคี่ยวไวน์แดงและรากไม้ยาจีนลอยขึ้นแตะจมูกทันที เนื้อกวางสีแดงฉ่ำซ่อนความนุ่มละมุน ประดับด้วยยอดเฟิร์นอ่อนและดอกไม้ป่าสีม่วงเล็กๆ ที่ให้ทั้งสีสันและรสสัมผัสตัดกันอย่างลงตัว กวินก้มลงมองจานอาหารตรงหน้า แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาฉายแววไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นั้น เขายกส้อมและมีดขึ้นมาอย่างช้าๆ ตัดเนื้อกวางชิ้นพอดีคำเข้าปาก ท่ามกลางความเงียบงันที่ทุกคนต่างรอคอยคำพิพากษา ทว่า... ในวินาทีที่เคี้ยวคำแรกนั้นเอง ดวงตาของสารวัตรกวินก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของเขานิ่งค้างไปทันทีเมื่อรสชาติอันซับซ้อนแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นระเบิดขึ้นในปาก รสขมเล็กน้อยของสมุนไพรป่าที่ถูกตัดด้วยความหวานละมุนของผลไม้ป่าและเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น ราวกับเรื่องราวของผืนป่าที่โอบกอดผู้คนเอาไว้ กวินวางส้อมลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินที่ยืนกอดอกรอฟังคำตอบอยู่หลังเคาน์เตอร์ สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนและอึ้งงัน "นี่มัน..." กวินอ้าปากจะเอ่ยบางอย่าง แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงรถยนต์หลายคันที่แล่นเข้ามาจอดสนิทที่ลานหน้าร้านก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ประตูด้านหน้าร้านถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูททำงานสมัยใหม่คนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และเมื่อรินเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ หัวใจของเขาก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกครั้ง เพราะผู้หญิงคนนั้น... คือ "พิมพ์พิชา" อดีตคนรักเก่าผู้เป็นต้นเหตุของแผลเป็นในใจ ที่ยืนหอบหายใจจนตัวโยน พร้อมกับประกาศกร้าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า... "กวิน! หยุดนะ! คุณไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเขาทั้งนั้น เพราะคดีที่คุณถืออยู่... มันไม่ใช่เรื่องจริง!" โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "ครัวหลังเขา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%