ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 42

รสชาติที่โหยหา

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
กระดาษแผ่นเก่าในมือสั่นเทาจนเกิดเสียงกรอบแกรบ รินก้มมองตัวหนังสือด้วยสายตาที่พร่ามัว หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงกระทบกระดาษไม่ได้ทำให้หมึกเลือนหาย แต่มันกลับทำให้ความทรงจำที่ฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจผุดพรายขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับกระแสน้ำหลาก "ปู่มิ่ง..." รินอุทานออกมาเบาๆ คำพูดสุดท้ายของอาจารย์ก่อนจากไป และร่องรอยความลับที่ถูกทิ้งไว้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ กำลังร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดเข้าหากันอย่างไม่น่าเชื่อ ปู่มิ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ชายชราเจ้าของบ้านไม้หลังเขาผู้ลึกลับ แต่ทุกย่างก้าว ทุกคำสอน และทุกวัตถุดิบที่ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขานับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ ล้วนมีเจตนาบางอย่างซ่อนอยู่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าชานเรือน รินรีบปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ปู่มิ่งก้าวเข้ามาในห้องครัว พร้อมกับถือตะกร้าไม้สานที่ภายในบรรจุรากไม้และสมุนไพรป่าสดใหม่ ชายชรากวาดสายตาคมกริบมาที่ริน ชั่วขณะหนึ่ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความดุดัน ทว่ามันเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงหัวใจที่กำลังสั่นไหวของชายหนุ่ม "กระดาษแผ่นนั้น... คงบอกความจริงบางอย่างที่เจ้าพยายามหนีมาตลอดสินะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง รินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้ด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้มีพระคุณ "ทำไมครับ... ทำไมปู่ถึงต้องทำถึงขนาดนี้ อาจารย์ของผมกับปู่... มีความเกี่ยวพันอะไรกันแน่" ปู่มิ่งถอนหายใจยาวนาน วางตะกร้าไม้ลงบนโต๊ะข้างเตาไฟ ชายชราเดินไปหยิบกาน้ำร้อนมาเทใส่แก้วเซรามิกเก่าๆ ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของใบเตยป่า "ข้าไม่ได้ทำเพื่อใคร ริน... ข้าแค่ทำในสิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันที่เจ้าเดินแบกความผิดพลาดมาจนหลังแอ่น" ปู่มิ่งเว้นจังหวะ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่พ้นแนวป่าทึบ "อาจารย์ของเจ้าเป็นคนหัวดื้อ เขาเชื่อมั่นในรสชาติที่บริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็แบกรับความคาดหวังจนตัวตาย... เจ้าเองก็ไม่ต่างกัน" "แต่ผมทำให้อาจารย์ต้อง..." รินกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานนับปีโถมเข้าใส่จนหายใจไม่ออก "หยุดโทษตัวเองได้แล้ว!" ปู่มิ่งตบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นไม่ดัง แต่กลับหนักแน่นจนรินสะดุ้ง "ถ้าเจ้ายังมัวแต่จมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต อาหารที่เจ้าทำต่อให้ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลก มันก็เป็นได้แค่เศษอาหารที่ไร้จิตวิญญาณ... วันนี้ ถ้าเจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด และถ้าเจ้ายังมีหัวใจที่เป็นเชฟอยู่จริงๆ จงทำอาหารจานหนึ่งขึ้นมา" รินขมวดคิ้วเล็กน้อย "อาหาร... จานไหนหรือครับ" "ทำอาหารแบบที่ปู่ชอบกินเท่านั้น" ปู่มิ่งหันมามองด้วยแววตาที่ท้าทาย "ไม่มีสูตร ไม่มีตำรา ไม่มีกฎเกณฑ์ของภัตตาคารหรูหรา ใช้แค่ความทรงจำและหัวใจที่เจ้ามี ทำให้ข้าดูซิว่า เชฟผู้ตกอับคนนี้ จะหลงเหลือรสชาติที่แท้จริงอยู่บ้างไหม" สิ้นคำพูดนั้น ปู่มิ่งก็เดินเลี่ยงออกไปจากห้องครัว ปล่อยให้รินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบและกองวัตถุดิบตรงหน้า ลมเย็นพัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง พาเอาAkt ของกลิ่นดินและป่าเขาเข้ามาด้วย รินสูดหายใจเข้าลึกๆ เขามองสำรวจวัตถุดิบในตะกร้าที่ปู่มิ่งเพิ่งเก็บมา มีรากโสมป่า หน่อไม้ดองธรรมชาติ ปลาแม่น้ำตัวเขื่องที่เพิ่งจับมาสดๆ และเห็ดหลากชนิด ทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความจัดจ้านและซับซ้อนในตัวของมันเอง ชายหนุ่มหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมา อาจารย์เคยบอกเขาว่า *“อาหารที่ดีที่สุด ไม่ใช่อาหารที่ซับซ้อนที่สุด แต่มันคืออาหารที่สะท้อนว่าผู้ทำแคร์คนที่กำลังจะกินมากแค่ไหน”* รินลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ เขาเริ่มลงมือจัดการกับวัตถุดิบด้วยความประณีต ทุกการเคลื่อนไหวของเรียวมีดบนเขียงไม้เต็มไปด้วยจังหวะจะโคน ไม่มีความรีบร้อน แต่ทุกสัมผัสกลับเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ เขาเลือกใช้ปลาแม่น้ำสดๆ นำมาแล่เอาแต่เนื้อส่วนที่หวานที่สุด ส่วนก้างและหัวปลาถูกนำไปเคี่ยวเป็นน้ำซุปใสเคี่ยวไฟอ่อนๆ นานนับชั่วโมง เพื่อดึงเอาความหวานธรรมชาติออกมาโดยไม่ต้องพึ่งพิงผงปรุงรสใดๆ สมุนไพรป่าถูกซอยอย่างละเอียดเพื่อดับคาวและเพิ่มความหอมละมุน ขณะที่เห็ดป่าหลากหลายชนิดถูกผัดกับน้ำมันกระเทียมเจียวหอมๆ จนส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปปลาเคี่ยวกับสมุนไพรป่าลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านไม้เก่าหลังนั้น มันไม่ใช่กลิ่นที่ฉุนเฉียว แต่เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลึกล้ำ และชวนให้นึกถึงบ้าน นึกถึงวันวานที่โหยหา รินบรรจงตักซุปปลาสมุนไพรป่าร้อนๆ ลงในชามดินเผาเนื้อหยาบ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอยและพริกไทยดำป่นหยาบๆ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทำเอาผู้ได้กลิ่นต้องกลืนน้ำลาย เมื่อยกชามอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร ปู่มิ่งก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ชายชรามองชามอาหารตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ไม่มีคำชมหรือคำติใดๆ หลุดออกมาจากปากของผู้อาวุโส ปู่มิ่งหยิบช้อนตักน้ำซุปขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วซดเข้าไปหนึ่งคำ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินยืนนิ่ง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล เขารอคอยคำพิพากษาจากชายชราผู้กุมความลับทั้งหมดของชีวิตเขาไว้ ปู่มิ่งวางช้อนลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นมองริน ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายวาววับด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่มุมปากของชายชราจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง "รสชาตินี้..." ปู่มิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "มันทำให้ฉันนึกถึงไอ้คนหัวดื้อคนนั้น... และมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า เจ้าพร้อมที่จะฟังความจริงทั้งหมดแล้ว" ปู่มิ่งเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะอาหาร ออกมาวางไว้ตรงหน้าริน พร้อมกับเปิดไปที่หน้าสุดท้าย ซึ่งมีรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงมา รินก้มลงมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยความตกตะลึง ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา เมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนเคียงข้างอาจารย์ในรูปถ่ายเก่าแก่เมื่อหลายสิบปีก่อน... คือปู่มิ่งในวัยหนุ่ม และบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างคนทั้งสอง คือคนที่รินไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นในที่แห่งนี้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติแห่งความทรงจำไปด้วยกันนะครับ จากใจ "กาแฟโบราณแก้วโต" ครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%