ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 11

เสียงชื่นชมที่อบอุ่น

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“คิน... นายมาที่นี่ได้ยังไง” เสียงของผมสั่นพร่าขณะกำมีดด้ามโปรดในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กลิ่นอายของอดีตที่ผมพยายามฝังกลบไว้ใต้กองใบไม้แห้งหลังเขากำลังหวนกลับมาทักทายด้วยใบหน้าเรียบเฉยของคนที่เคยเรียกผมว่า 'พี่ชาย' คินไม่ได้ตอบในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ครัวไม้เล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำสต๊อกเข้มข้น ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเขาหยักยิ้มในแบบที่ผมจำได้แม่น... ยิ้มที่ดูเหมือนจะไร้พิษภัย แต่ในแววตาคู่นั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบเอาไว้เสมอ “ร้านอาหารบรรยากาศดีนี่ครับพี่ริน... ไม่คิดเลยว่าเชฟฝีมือฉกาจระดับประเทศ จะเลือกมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาแบบนี้” คินขยับก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงฝีเท้าของเขาเงียบสนิทราวกับเงา “ผมไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แต่ผมแค่มี 'ของ' บางอย่างที่อาจารย์ฝากไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงในคืนนั้น” หัวใจผมเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากสวนกลับ เสียงประตูไม้หน้าร้านที่เปิดออกพร้อมกับเสียงเอะอะของกลุ่มคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะ “พ่อหนุ่มริน! วันนี้มีแกงส้มสายบัวรสเด็ดเหมือนที่คุยไว้ไหมล่ะ? ลุงเดินขึ้นเขามารอตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่เลยนะ!” ผมจำต้องละสายตาจากคินด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ผมเบือนหน้าหนีจากแววตาหยั่งเชิงของรุ่นน้องที่ทรยศผม ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับจูนอารมณ์ ริน... นายเป็นเชฟ นายมีหน้าที่ทำให้อาหารสื่อสารแทนความรู้สึกที่แตกสลายในใจตอนนี้ ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่นั่งประจำโต๊ะไม้ตัวยาว ปู่มิ่งเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ สายตาแกมองไปที่คินแวบหนึ่งก่อนจะกระซิบกับผมว่า “จานนี้... ทำให้พวกแกได้กินเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปวัยหนุ่มสาวนะเจ้าหลานชาย ความแค้นน่ะวางไว้ที่เคาน์เตอร์ก่อน” ผมพยักหน้าเบาๆ มือไม้ที่เคยสั่นเทาเริ่มนิ่งสนิท ผมจัดการกับสายบัวที่ลอกเปลือกออกจนเกลี้ยง เคล็ดลับของผมไม่ใช่ความซับซ้อน แต่คือ 'ความอดทน' ในการเคี่ยวน้ำพริกแกงที่ตำด้วยมือจนแตกมันพอดี กลิ่นหอมฟุ้งของกะปิอย่างดีกับเนื้อปลาช่อนสดๆ ที่เพิ่งได้มาจากลำธารหลังเขาเริ่มทำหน้าที่ของมัน เมื่อแกงส้มร้อนๆ ถูกวางลงตรงหน้าเหล่าคนเฒ่าคนแก่ ความเงียบก็เข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ ลุงสมหมาย ชายชราที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากคอเราะร้ายที่สุดในตำบล ตักแกงเข้าปากคำแรก เขานิ่งไปพักใหญ่ ดวงตาที่ฝ้าฟางตามวัยเริ่มมีประกายวูบไหว เขาหลับตาลงช้าๆ พลางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ “รสนี้...” ลุงสมหมายเปรยขึ้น “รสน้ำพริกที่แม่ฉันเคยทำให้กินตอนฉันยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก... รสที่ไม่มีใครทำได้มานานกว่ายี่สิบปี” “ใช่... แกงส้มของรินไม่ได้มีแค่ความเผ็ด แต่มีความละเมียดละไมที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง” ป้าแก้วเสริมพลางใช้ช้อนตักเนื้อปลาช่อนที่นุ่มละมุนลิ้น “กินแล้วมันอุ่นไปถึงข้างในอก เหมือนมีใครมาลูบหลังบอกว่าไม่เป็นไรนะ... รินเอ๊ย เจ้ามีพรสวรรค์เหลือเกิน” คำชมเหล่านั้นไม่ได้ประดับด้วยคำหรูหรา แต่มันคือเสียงสะท้อนจากหัวใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เสียงที่บอกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ไม่ได้ไร้ความหมาย ความเหนื่อยล้าจากการหนีอดีตและความขมขื่นในใจดูจะจางหายไปชั่วขณะด้วยรอยยิ้มของคนตรงหน้า ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันไปขอบคุณแขกผู้มีเกียรติเหล่านั้น ผมกลับพบว่าคินยังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมห้องที่แสงไฟสลัวส่องไม่ถึง เขากำลังจ้องมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความเย้ยหยันอีกต่อไป แต่เป็นความโหยหาบางอย่างที่ผมไม่อาจเข้าใจ “ดูเหมือนว่าสิ่งที่พี่ถวิลหา... จะไม่ใช่การเปิดโปงความจริง แต่เป็นการยอมรับจากใครสักคนใช่ไหมครับ” คินพูดขึ้นเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน “แต่พี่รินครับ... ความจริงมันก็เหมือนแกงหม้อนี้แหละ ต่อให้พี่จะปรุงให้มันกลมกล่อมแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อปลาข้างในมันเน่าเสีย พี่จะกล้าเสิร์ฟให้ลูกค้ากินจริงๆ หรือครับ?” ผมชะงักไปทันที มือที่ถือจานเปล่าอยู่ถึงกับสั่นระริก คินเดินเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากตัวเขา ก่อนที่เขาจะวางซองจดหมายสีน้ำตาลที่มุมหนึ่งขอบรอยไหม้ลงบนเคาน์เตอร์ “นี่คือสิ่งสุดท้ายที่อาจารย์พยายามจะบอกพี่ในคืนนั้น... อ่านมันซะ แล้วพี่จะรู้ว่าคนที่พี่ปกป้องมาตลอดสิบปี คือคนที่แทงข้างหลังพี่แรงที่สุด... และไม่ใช่ผม” พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ผมยืนแข็งทื่ออยู่กลางร้านที่มีเสียงหัวเราะของคนเฒ่าคนแก่ดังแว่วมาอย่างอบอุ่น ผมก้มมองซองจดหมายนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือที่หน้าซองนั้น... เป็นลายมือของอาจารย์ที่ผมเคารพรักเสมือนพ่อแท้ๆ ของตัวเอง แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบจดหมายนั้น เสียงรถกระบะคันหนึ่งก็เบรกกะทันหันที่หน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่ผมไม่คาดคิดว่าจะมาเจอที่นี่' ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเร่งร้อนและสายตาที่จับจ้องมาที่ผมด้วยความโกรธเกรี้ยวจนสุดขีด “ริน! แกอยู่นี่เอง... ส่งหลักฐานนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่าน และร่วมลุ้นไปกับรินในตอนถัดไปนะครับ กาแฟโบราณแก้วโตตั้งใจถ่ายทอดทุกความรู้สึกอย่างสุดฝีมือครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%