ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน•ตอนที่ 12

หนังสือพิมพ์ฉบับเก่า

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“ผมว่าคุณรินทำอาหารอร่อยเกินไปนะครับ สำหรับคนในหมู่บ้านเล็กๆ ที่กินแกงป่าสูตรดั้งเดิมกันมาทั้งชีวิต” ผู้ใหญ่บ้านสมหมายวางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง ‘ปึก’ สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่เมนูอาหารตรงหน้า แต่กลับจับจ้องไปที่รินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รินที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์บาร์ด้วยผ้าสะอาดหยุดมือลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ร้านอาหารหลังเขาที่ปกติจะมีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงเตาฟืน รินแย้มยิ้มบางๆ ตามความเคยชิน พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ “มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของผมน่ะครับผู้ใหญ่ การได้เห็นคนทานอาหารแล้วยิ้มออกมา ผมก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้วครับ” “กำไรชีวิต หรือการซ่อนตัวกันแน่?” ผู้ใหญ่บ้านเลื่อนหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าที่พับเป็นรอยยับยู่ยี่มาไว้ตรงหน้าเขาริน สภาพกระดาษดูเก่าคร่ำคร่าเหมือนผ่านการเก็บรักษามานานหลายปี แต่พาดหัวข่าวในกรอบสีซีดจางนั้นกลับทำเอารินรู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล *‘เชฟอัจฉริยะผู้เป็นอนาคตของวงการอาหารฝรั่งเศส ปิดฉากชีวิตหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ในภัตตาคารหรูกลางกรุง... อาจารย์ดับคาครัว ส่วนลูกศิษย์คนสนิทหายสาบสูญ’* รินนิ่งงัน ภาพของเปลวไฟที่ตวัดเลียผนังห้องครัว ภาพกลิ่นควันไฟที่ผสมกับกลิ่นไหม้ของเนยและเนื้อสเต็กชั้นดีพรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาท มือของเขาที่จับผ้าเช็ดโต๊ะอยู่สั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ เขาไม่ได้หันไปมองหน้าผู้ใหญ่บ้าน แต่เขารู้สึกได้ถึงสายตาของปู่มิ่งที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์อีกฝั่ง ปู่มิ่งไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับตัวช้าๆ มาวางตะกร้าสมุนไพรลงข้างๆ กายเขา เป็นการให้กำลังใจที่เงียบเชียบและทรงพลังที่สุด “คนในหมู่บ้านเขาสงสัยกันน่ะครับคุณริน” ผู้ใหญ่บ้านโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรู้สึกอึดอัด “หมู่บ้านเราสงบสุขมานาน จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มฝีมือระดับเชฟระดับโลกมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ท่ามกลางป่าเขา ใครๆ ก็ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขากันแน่... ทำไมเขาถึงทิ้งทุกอย่างที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝัน” รินวางผ้าลงบนเคาน์เตอร์ เขาหันไปสบตาผู้ใหญ่บ้านด้วยแววตาที่นิ่งสงบ แววตาที่ผ่านการแตกสลายและก่อร่างใหม่มานับครั้งไม่ถ้วน “ความฝันของคนเราเปลี่ยนไปได้ตามเวลาครับผู้ใหญ่ บางครั้งเราก็แค่ต้องการที่ว่างที่ไม่มีเสียงวิจารณ์ ไม่มีเปลวไฟที่ลุกโชนจากความคาดหวัง และมีเพียงกลิ่นดินกับสมุนไพรที่เยียวยาจิตใจได้จริงๆ” “คำตอบสวยหรูดีนี่” ผู้ใหญ่บ้านแค่นหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “แต่ความจริงก็เหมือนรากไม้ครับ ยิ่งพยายามฝังกลบให้ลึกเท่าไหร่ มันก็ยิ่งโตขึ้นจนดันพื้นดินให้แตกออกได้ในที่สุด วันหนึ่งถ้าความจริงชุดนี้มันโผล่พ้นดินขึ้นมา... ผมหวังว่าคุณจะเตรียมคำตอบไว้ดีกว่านี้นะครับ” เขาก้าวออกจากร้านไปทิ้งให้รอยเท้าหนักๆ ไว้บนพื้นไม้ รินยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของชายวัยกลางคนค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบหายไปในความมืดของหุบเขา “เขาสงสัยรินมาสักพักแล้ว” ปู่มิ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย “แกไม่ต้องกังวลไปหรอก ความลับในป่าแห่งนี้หนาแน่นกว่าที่ใครคิด” “รินแค่อยากอยู่อย่างสงบครับปู่ รินไม่ได้อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะอดีตที่รินทำผิดพลาด” รินถอนหายใจยาว พลางมองไปยังหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่ยังคงวางอยู่ตรงหน้า เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ขอบกระดาษที่กรอบเกรียมทำให้เขานึกถึงวันนั้น... วันที่ชีวิตของเขาดับสูญไปพร้อมกับอาจารย์ รินเดินเข้าไปหลังร้าน เขาไม่ได้เผาทิ้งเหมือนที่เคยคิดไว้ในตอนแรก แต่เขาเลือกที่จะเก็บมันไว้ในลิ้นชักที่ล็อคแน่นหนา นี่ไม่ใช่การยึดติด แต่มันคือการเตือนใจว่าเหตุใดเขาจึงต้องทำอาหารให้ดีที่สุดในทุกๆ จานที่เสิร์ฟออกไป เพราะทุกคำที่ลูกค้าทาน คือการไถ่บาปในสิ่งที่เขาสูญเสียไป ค่ำคืนนั้นรินนอนไม่หลับ เขาออกมานั่งรับลมที่ระเบียงหลังร้าน มองเห็นแสงดาวพราวระยับเหนือดอยสูง บรรยากาศเงียบสงบเหมือนปกติ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขามาจากแนวป่าทึบเบื้องล่าง ความสงบที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาดูเหมือนจะเริ่มสั่นคลอนด้วยฝีมือของใครบางคนที่รู้เรื่องราวของเขาดีกว่าที่คิด ขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินที่มุ่งหน้ามายังร้านอาหาร มันไม่ใช่เสียงเดินของผู้ใหญ่บ้านแน่นอน เพราะจังหวะการก้าวดูเร่งรีบและไร้ความระมัดระวังกว่านั้น รินชะงักฝีเท้า พลางเพ่งสายตามองฝ่าความมืดออกไป เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าร้าน เขาดูเหมือนนักเดินทางที่เพิ่งผ่านการเดินทางอันยาวนาน เสื้อผ้าที่สวมใส่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและรอยเปื้อน ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่หน้าประตูร้าน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาริน แสงจากตะเกียงหน้าบ้านที่รินเพิ่งจุดทอให้เห็นใบหน้าที่รินคุ้นเคยดีที่สุด “ผมตามหาคุณมาสามปีเต็มๆ... ในที่สุดก็เจอตัวสักทีนะ ริน” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ มือของเขาถือซองเอกสารตราประทับสีแดงที่รินจำได้แม่นว่ามันคือตราของหน่วยงานสืบสวนคดีเพลิงไหม้ที่เขาเคยหนีมาตลอดชีวิต! หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรสชาติแห่งความลึกลับที่แฝงอยู่ในมื้ออาหารนี้นะครับ กาแฟโบราณแก้วโตจะตั้งใจบรรจงเขียนตอนต่อไปด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกไม่แพ้กันครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านอาหารหลังเขา กับรสชาติที่รอวันหวนคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%